กระเทียมสด vs กระเทียมสุก แบบไหนได้ประโยชน์กว่ากัน? กินผิดอาจเสียของ!

กระเทียมสด vs กระเทียมสุก แบบไหนได้ประโยชน์กว่ากัน? กินผิดอาจเสียของ!

กระเทียมสด vs กระเทียมสุก แบบไหนได้ประโยชน์กว่ากัน? กินผิดอาจเสียของ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กระเทียมสด หรือ ปรุงสุก แบบไหนดีกว่ากัน? ได้ประโยชน์ครบ กินผิดอาจเสียของ

กระเทียมเป็นวัตถุดิบคู่ครัวที่หลายคนคุ้นเคย ทั้งช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้อาหารและถูกพูดถึงในแง่ประโยชน์ต่อสุขภาพมานาน แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ กระเทียมสดหรือกระเทียมปรุงสุก แบบไหนดีกว่ากัน และควรกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์โดยไม่ทำร้ายร่างกาย

ข้อมูลจาก National Center for Complementary and Integrative Health หรือ NCCIH ระบุว่า กระเทียมมีการศึกษาด้านสุขภาพหลายเรื่อง เช่น คอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด แต่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ “อาจช่วยได้เล็กน้อย” ในบางกลุ่ม จึงไม่ควรมองว่ากระเทียมเป็นยารักษาโรคหรือใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์

หัวใจสำคัญของกระเทียมอยู่ที่ “อัลลิซิน”

สารที่ทำให้กระเทียมถูกพูดถึงมากคือกลุ่มสารประกอบกำมะถัน โดยเฉพาะ “อัลลิซิน” ซึ่งไม่ได้มีอยู่เต็มรูปแบบในกระเทียมตั้งแต่แรก แต่จะเกิดขึ้นเมื่อกระเทียมสดถูกบด สับ ทุบ หรือเคี้ยว ทำให้สารอัลลิอินและเอนไซม์อัลลิอินเนสทำปฏิกิริยากัน

Linus Pauling Institute จาก Oregon State University ให้ข้อมูลว่า เอนไซม์อัลลิอินเนสในกระเทียมสามารถถูกทำลายหรือทำงานลดลงเมื่อเจอความร้อน นั่นหมายความว่า วิธีเตรียมและวิธีปรุงมีผลต่อปริมาณสารสำคัญที่ร่างกายจะได้รับจากกระเทียม

กระเทียมสด มีข้อดีอะไร

กระเทียมสด โดยเฉพาะกระเทียมที่ถูกบดหรือสับแล้วกินไม่นานหลังจากนั้น มักให้สารอัลลิซินได้มากกว่ากระเทียมที่ผ่านความร้อนสูง เพราะความร้อนอาจลดการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยสร้างอัลลิซิน

ข้อดีของกระเทียมสดคือได้รสและกลิ่นฉุนชัด มีสารประกอบกำมะถันที่น่าสนใจ และเหมาะกับเมนูที่ไม่ต้องผ่านความร้อน เช่น น้ำจิ้ม ยำ น้ำพริก หรือใส่ในอาหารหลังปรุงเสร็จในปริมาณเล็กน้อย

ประโยชน์ที่น่าสนใจของกระเทียมสด

  • มีโอกาสได้รับอัลลิซินมากกว่ากระเทียมที่โดนความร้อนสูง
  • ช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมของอาหารโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรุงมากเกินไป
  • มีสารประกอบกำมะถันที่ถูกศึกษาเรื่องการต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ
  • อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ หากกินร่วมกับอาหารที่หลากหลายและสมดุล

ข้อควรระวังของกระเทียมสด

  • กลิ่นแรง ทำให้เกิดกลิ่นปากหรือกลิ่นตัวได้ง่าย
  • อาจระคายกระเพาะ ทำให้แสบท้อง จุกเสียด หรือกรดไหลย้อนกำเริบในบางคน
  • ไม่เหมาะกับการกินปริมาณมาก โดยเฉพาะตอนท้องว่าง
  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือมีภาวะเลือดออกง่าย ควรระวังการกินกระเทียมปริมาณมากหรืออาหารเสริมกระเทียม

 

กระเทียมปรุงสุก มีข้อดีอะไร

กระเทียมปรุงสุก อาจให้สารอัลลิซินน้อยกว่ากระเทียมสด โดยเฉพาะเมื่อนำไปผัด ต้ม อบ หรือทอดนาน ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากระเทียมสุกไม่มีประโยชน์ เพราะยังมีสารอาหาร กลิ่นหอม และสารประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้อาหารน่ากินขึ้น

ข้อดีสำคัญของกระเทียมสุกคือกินง่ายกว่า กลิ่นฉุนน้อยกว่า และมักระคายกระเพาะน้อยกว่ากระเทียมสด จึงเหมาะกับคนที่กินกระเทียมดิบแล้วแสบท้องหรือรู้สึกไม่สบายตัว

ประโยชน์ที่น่าสนใจของกระเทียมปรุงสุก

  • กินง่าย กลิ่นไม่ฉุนเท่ากระเทียมสด
  • เหมาะกับผู้ที่กระเพาะอาหารไว หรือกินกระเทียมดิบแล้วแสบท้อง
  • ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร ทำให้อาหารสุขภาพกินง่ายขึ้น
  • ยังเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายได้ แม้สารบางชนิดจะลดลงจากความร้อน

ข้อควรระวังของกระเทียมปรุงสุก

  • การใช้ความร้อนสูงหรือนานเกินไปอาจลดสารสำคัญบางชนิด โดยเฉพาะอัลลิซิน
  • เมนูกระเทียมบางอย่าง เช่น กระเทียมเจียวหรืออาหารทอด อาจเพิ่มน้ำมันและพลังงานมากกว่าที่คิด
  • หากปรุงร่วมกับอาหารเค็มจัดหรือมันจัด ประโยชน์ด้านสุขภาพอาจถูกลดทอน
  • ไม่ควรใช้เป็นข้ออ้างในการกินอาหารทอดหรืออาหารไขมันสูงมากขึ้น

 

เทียบชัด กระเทียมสด vs กระเทียมปรุงสุก

ถ้าเทียบแบบตรงไปตรงมา กระเทียมสดเด่นเรื่องสารอัลลิซินและรสฉุนจัด ส่วนกระเทียมปรุงสุกเด่นเรื่องกินง่าย ย่อยง่ายกว่าในบางคน และเข้ากับอาหารประจำวันได้หลากหลายกว่า

ถ้าต้องการอัลลิซินมากกว่า

กระเทียมสดมักได้เปรียบ โดยเฉพาะเมื่อนำมาสับ บด หรือทุบ แล้วพักไว้ประมาณ 10-15 นาที ก่อนกินหรือก่อนนำไปปรุง วิธีนี้ช่วยให้เอนไซม์ในกระเทียมมีเวลาทำปฏิกิริยาจนเกิดอัลลิซินมากขึ้น

ถ้ากระเพาะอาหารไวหรือเป็นกรดไหลย้อน

กระเทียมปรุงสุกอาจเหมาะกว่า เพราะกลิ่นและความฉุนน้อยลง และมักระคายกระเพาะน้อยกว่ากระเทียมสด อย่างไรก็ตาม หากกินแล้วมีอาการแสบท้อง แน่นท้อง หรือเรอเปรี้ยวบ่อย ควรลดปริมาณลง

ถ้ากินเพื่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

ข้อมูลจาก NCCIH ระบุว่า กระเทียมหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกระเทียมอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลรวม LDL และความดันโลหิตได้เล็กน้อยในบางกลุ่ม แต่ไม่ควรใช้แทนยา หรือใช้แทนการปรับพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ลดเค็ม ลดไขมันทรานส์ ออกกำลังกาย และนอนหลับให้เพียงพอ

ถ้าต้องการกินได้ทุกวันแบบไม่ฝืน

กระเทียมปรุงสุกมักทำได้ง่ายกว่า เพราะใส่ในอาหารได้หลากหลาย ทั้งผัด ต้ม แกง อบ หรือทำซุป ส่วนกระเทียมสดอาจใช้ในปริมาณน้อยในน้ำจิ้ม ยำ หรือน้ำพริก เพื่อเพิ่มรสชาติและยังได้สารสำคัญบางส่วน

เคล็ดลับกินกระเทียมให้ได้ประโยชน์มากขึ้น

ไม่จำเป็นต้องเลือกข้างแบบเด็ดขาดว่ากระเทียมสดหรือกระเทียมสุกดีกว่ากัน เพราะทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน สิ่งสำคัญคือเลือกให้เหมาะกับร่างกายและวิธีกินในชีวิตประจำวัน

  • หากจะปรุงกระเทียม ให้สับหรือทุบก่อน แล้วพักไว้ประมาณ 10-15 นาที ก่อนนำไปผัดหรือต้ม
  • หลีกเลี่ยงการทอดกระเทียมนานจนไหม้ เพราะนอกจากสารสำคัญลดลงแล้ว ยังทำให้รสขมและไม่ดีต่อสุขภาพโดยรวม
  • กินกระเทียมพร้อมอาหาร ไม่ควรกินกระเทียมสดปริมาณมากตอนท้องว่าง
  • ใช้กระเทียมเป็นเครื่องปรุงเสริม ไม่ใช่กินแทนผัก ผลไม้ โปรตีน หรืออาหารหลักอื่น ๆ
  • หากมีกลิ่นปากจากกระเทียม อาจลดปริมาณลง หรือเลือกกินในมื้อที่ไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

ใครควรระวังกระเทียมมากเป็นพิเศษ

แม้กระเทียมในอาหารทั่วไปมักปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่บางกลุ่มควรระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการกินกระเทียมสดปริมาณมากหรือใช้อาหารเสริมกระเทียมเข้มข้น

Memorial Sloan Kettering Cancer Center ให้ข้อมูลว่า กระเทียมอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกระเทียมควรหยุดก่อนผ่าตัดตามคำแนะนำแพทย์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในบางคน

  • ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
  • ผู้ที่กำลังจะผ่าตัดหรือทำหัตถการ
  • ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน หรือมีอาการแสบท้องง่าย
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยาหลายชนิด
  • ผู้ที่กินกระเทียมแล้วมีผื่น คัน หายใจลำบาก ปวดท้องรุนแรง หรือท้องเสียมาก ควรหยุดกินและพบแพทย์

สรุป กระเทียมสดหรือปรุงสุก แบบไหนดีกว่ากัน

ถ้าต้องการสารอัลลิซินและกินได้โดยไม่ระคายกระเพาะ กระเทียมสด หรือกระเทียมที่บดแล้วพักไว้ก่อนกินอาจได้เปรียบ แต่ถ้าต้องการกินง่าย กลิ่นไม่แรง และเหมาะกับมื้ออาหารประจำวัน กระเทียมปรุงสุก ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

คำตอบที่เหมาะที่สุดคือไม่จำเป็นต้องเลือกแบบเดียวตลอดเวลา แต่ควรสลับกินตามเมนูและความเหมาะสมของร่างกาย ใช้กระเทียมในปริมาณพอดี กินร่วมกับอาหารหลากหลาย และไม่คาดหวังว่ากระเทียมจะรักษาหรือป้องกันโรคได้ด้วยตัวเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล