มันสำปะหลัง กินได้ไหม? มีกี่ชนิด? ประโยชน์ โทษ แตกต่างจากมัน 5 นาทียังไง

มันสำปะหลัง กินได้ไหม? มีกี่ชนิด? ประโยชน์ โทษ แตกต่างจากมัน 5 นาทียังไง

มันสำปะหลัง กินได้ไหม? มีกี่ชนิด? ประโยชน์ โทษ แตกต่างจากมัน 5 นาทียังไง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มันสำปะหลัง (ภาษาอังกฤษ: Cassava) เป็นพืชหัวที่นิยมปลูกในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากจะใช้เป็นแหล่งพลังงานราคาถูกแล้ว ยังมีใบ ยอด และหัวมันที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรม 

มันสำปะหลัง มีกี่ชนิด?

กรมวิชาการเกษตรแบ่งมันสำปะหลังออกเป็น 2 ประเภทหลัก

  1. พันธุ์หวาน (Sweet cassava) –ปลูกเพื่อบริโภค ใช้ทำขนม แป้งมัน อาหารว่าง
  2. พันธุ์ขม (Bitter cassava) ปลูกเพื่ออุตสาหกรรม เช่น ทำแอลกอฮอล์ อาหารสัตว์ ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อลดสารพิษ

มันสำปะหลัง กินได้ไหม?

กินได้ หากปรุงให้ “สุกสนิท” โดยเฉพาะในพันธุ์ขมที่มีสารไซยาไนด์ (Cyanogenic glycosides) ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากกินดิบหรือต้มไม่สุก

ข้อมูลจากกรมอนามัยแนะนำว่า ควรต้มอย่างน้อย 15 นาทีขึ้นไป และความร้อนที่ถึง เพื่อให้ปลอดภัยต่อร่างกาย

มัน 5 นาที กับ มันสำปะหลัง ต่างกันอย่างไร?

มัน 5 นาที” คือชื่อท้องถิ่นของ มันมือเสือ (Manihot glaziovii) ที่มีหน้าตาคล้ายมันสำปะหลัง แต่มีปริมาณสารพิษไซยาไนด์สูงกว่า

  • ไม่ควรกินดิบเด็ดขาด
  • ต้อง ต้มอย่างน้อย 15 นาที เพื่อสลายพิษ
  • มักพบในพื้นที่ชนบท นิยมใช้ในอาหารพื้นบ้าน ข้อควรระวัง: หากไม่แน่ใจว่าเป็นมันชนิดใด ควรปรุงสุกทุกครั้งก่อนกิน

มันสำปะหลัง มีประโยชน์อย่างไร?

  1. เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นดี – ให้พลังงานสูง เหมาะกับผู้ใช้แรงงานหรือเด็กที่กำลังเจริญเติบโต
  2. ไม่มีกลูเตน – จึงเหมาะสำหรับผู้แพ้กลูเตน
  3. ใช้แปรรูปได้หลากหลาย – เช่น แป้งมันสำปะหลัง, ขนมหวาน, สาคู, ไข่มุก, แอลกอฮอล์ ฯลฯ
  4. เปลือกใช้ทำปุ๋ยหมักได้ – ช่วยลดขยะและเพิ่มอินทรียวัตถุให้ดิน

โทษของมันสำปะหลัง (ถ้ากินไม่ถูกวิธี)

  • มีสาร ไซยาไนด์ ซึ่งหากสะสมในร่างกายมากเกินไป อาจก่อให้เกิดอาการ วิงเวียน ปวดศีรษะ อาเจียน หรือแม้แต่เสียชีวิต ได้
  • ถ้ากินดิบ หรือปรุงไม่สุก จะเสี่ยง พิษเฉียบพลัน
  • ผู้ป่วยไตควรหลีกเลี่ยง เพราะมันมี โพแทสเซียมสูง

 วิธีลดพิษ: ปอกเปลือก หั่นบาง ๆ แช่น้ำอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง แล้วจึงต้มให้สุก

ใบมันสำปะหลัง สรรพคุณทางยา

  • ใบมันสำปะหลังมีโปรตีนสูงกว่าหัวมัน และอุดมด้วย วิตามินเอ, แคลเซียม, เหล็ก
  • นิยมต้มจิ้มน้ำพริกในอาหารอีสาน
  • ในตำรับสมุนไพรพื้นบ้าน ใช้ ช่วยลดไข้ ขับพยาธิ แก้ปวดเมื่อย
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แต่ ห้ามกินดิบ เพราะมีไซยาไนด์เช่นกัน

ยอดมันสำปะหลัง กินได้ไหม?

  • ยอดอ่อนของมันสำปะหลังสามารถกินได้ หากลวกหรือต้มสุก
  • นิยมในเมนูพื้นบ้าน เช่น แกงเลียง แกงแค ต้มจิ้ม
  • เป็นแหล่งไฟเบอร์ วิตามิน และโปรตีนจากพืช
  • มีสารโพลีฟีนอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

มันสำปะหลัง ทำอะไรได้บ้าง?

นอกจากการกินในครัวเรือน มันสำปะหลังยังมีบทบาทในหลายอุตสาหกรรม เช่น

  • แป้งมัน/แป้งสาคู – ใช้ในอาหารและเบเกอรี
  • ไบโอพลาสติก – พัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้
  • เอทานอล/เชื้อเพลิงชีวภาพ – ใช้ในโรงงานพลังงานสะอาด
  • อาหารสัตว์/ปุ๋ยหมัก – จากเปลือกหรือกากแปรรูป

สรุป กินมันสำปะหลังอย่างไรให้ปลอดภัย?

  • เลือกหัวมันจากพันธุ์หวานสำหรับบริโภค
  • ปอกเปลือก แช่น้ำ แล้วต้มให้สุกอย่างน้อย 15 นาที
  • ไม่ควรกินดิบ ไม่ว่าจะเป็นหัว ใบ หรือยอด
  • หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคเป็นประจำ

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล