คุณมีไหม? “ขี้ไคลทอนซิล” สาเหตุกลิ่นปากรุนแรงไม่หาย

คุณมีไหม? “ขี้ไคลทอนซิล” สาเหตุกลิ่นปากรุนแรงไม่หาย
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

หลายคนมีปัญหากลิ่นปากที่แก้ยังไงก็ไม่หาย ไม่ว่าจะแปรงฟันอย่างดี หรือใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดแสบปากไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่ดีขึ้น จริงๆ แล้วคุณอาจกำลังแก้ปัญหาผิดจุดอยู่หรือเปล่า เพราะคุณอาจกำลังมี “ขี้ไคลทอนซิล” อยู่ในปากก็ได้

 

ขี้ไคลทอนซิลคืออะไร?

ขี้ไคลทอนซิล คือก้อนสีขาว หรือสีออกเหลืองอ่อน ไปจนถึงสีเทาคล้ำ มีลักษณะขุ่น ก้อนเล็กๆ อยู่ตรงต่อมทอนซิล มีกลิ่นเหม็นรุนแรง ซึ่งอาจพบตามซอกหลืบช่องว่างต่างๆ ภายในบริเวณคอหอย หรือโพรงหลังจมูกซ้ายหรือขวา อาจมีเพียงก้อนเดียว หรือก้อนเล็กๆ หลายก้อนก็ได้ ขึ้นอยู่กับช่องว่างระหว่างต่อมทอนซิลกับอวัยวะต่างๆ บริเวณใกล้เคียง ซึ่งจริงๆ แล้วก้อนดังกล่าวเกิดจากเศษอาหารที่เราทานเข้าไป หลุดเข้าไปสะสมจนกลายเป็นก้อนนั่นเอง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงแบคทีเรีย สารคัดหลั่งต่างๆ จากโพรงจมูก หรือผู้ที่เป็นไซนัสอักเสบ กรดไหลย้อน และเกลือแร่ต่างๆ รวมอยู่ด้วย

 

ใครที่เสี่ยงต่อการมีขี้ไคลทอนซิล

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร เพศใด ก็สามารถมีขี้ไคลทอนซิลได้ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างบริเวณต่อมทอนซิลของตัวคุณเอง ว่ามีโพรง หรือซอกหลืบ ช่องว่าง ที่เศษอาหารสามารถหลุดไปสะสมอยู่ได้มากน้อยแค่ไหน

 

อันตรายของก้อนขี้ไคลทอนซิล

จริงๆ แล้วไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงอะไรต่อร่างกายมากนัก แต่อาจเกิดความรำคาญ เช่น เจ็บคอ รู้สึกเหมือนก้อนอะไรติดอยู่ในลำคอ หรือมีกลิ่นปาก จนทำให้รู้สึกเสียบุคลิกภาพ

แต่หากก้อนขี้ไคลทอนซิลติดอยู่นานๆ จนมีสารแคลเซียมไปเคลือบ กลายเป็นก้อนนิ่วแข็งๆ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บคอหนักขึ้น ไอเรื้อรัง หรือ ไอจนปวดร้าวไปถึงบริเวณหูได้ เพราะ

 

วิธีสังเกตขี้ไคลทอนซิลด้วยตัวเอง

ลองส่องกระจก อ้าปากกว้างๆ แลบลิ้น หายใจลึกๆ แล้วสังเกตบริเวณข้างๆ ลิ้นไก่ทั้งสองข้าง บริเวณโพรงเหนือคอหอย หากมีก้อนขี้ไคลทอนซิล จะเห็นเป็นคราบ หรือก้อนสีขาว หรือเหลืองขุ่นติดอยู่บริเวณนั้น

 

วิธีเอาขี้ไคลทอนซิลออก

หากพบขี้ไคลทอนซิลบริเวณดังกล่าว สามารถกลั้วคอแรงๆ ด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลือ หรือน้ำยาบ้วนปาก ขากเสมหะแรงๆ หรือจามแรงๆ ก็อาจจะหลุดออกมาบ้าง แต่หากใครที่ไม่สามารถเอาออกได้ด้วยตัวเอง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างปลอดภัยได้ ไม่แนะนำให้ใช้ก้าน หรือไม้ใดๆ เขี่ยเอง เพราะหากมองไม่เห็นอาจทำให้เนื้อเยื่อโดยรอบเป็นแผล และอาจติดเชื้อในภายหลังได้

 

วิธีป้องกันไม่ให้มีขี้ไคลทอนซิล

จริงๆ แล้วไม่มีวิธีป้องกัน 100% เพราะซอกเหลือบ หรือช่องว่างบริเวณต่อมทอนซิลนั้นไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ หากทำทุกวิธีแล้วยังไม่สามารถกำจัดก้อนขี้ไคลทอนซิลออกไปได้ แพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดโดยจี้ให้ซอกหลืบในต่อมทอนซิลกว้างขึ้น จนไม่มีอะไรตกค้างได้ หรืออาจจะผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออก เป็นต้น

 

ถึงแม้ขี้ไคลทอนซิลจะไม่ใช่เรื่อหนักหนาสาหัสอะไร แต่อาจสร้างความรำคาญใจในการดำเนินชีวิตขงคุณไม่มากก็น้อย ลองสังเกตตัวเอง แล้วหาวิธีที่แก้ไขได้กันดูนะคะ

 

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก รศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ หาหมอ.com
ภาพประกอบจาก istockphoto, tonsilstones.co.uk

เรื่องล่าสุดของหมวด รู้ทันโรค

ดูหมวด รู้ทันโรค ทั้งหมด