เช็คด่วน! คุณอาจกำลังแปรงฟันผิดวิธีมาตลอดชีวิต

เช็คด่วน! คุณอาจกำลังแปรงฟันผิดวิธีมาตลอดชีวิต
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

โรคที่เกี่ยวกับฟันที่ยอดฮิตมากที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องของฟันผุนี่แหละค่ะ ซึ่งสาเหตุมันไม่ได้มาจากการทานลูกอม หรือของหวานเหมือนตอนเด็กๆ แต่เป็นเพราะเราอาจจะแปรงฟันไม่สะอาด แปรงฟันไม่ถูกวิธีก็เป็นได้ จริงๆ แล้วคุณกำลังแปรงฟันผิดมาตลอดชีวิตกันอยู่หรือเปล่า

ก่อนจะไปดูวิธีแปรงฟัน เรามาเลือกอุปกรณ์ที่ถูกต้อง และปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ฟันของเราสะอาดปราศจากโรคกันดีกว่า

 

1. ขนแปรงสีฟัน

บางคนชอบขนแปรงนุ่ม บางขนชอบแบบแข็งขึ้นมาหน่อย แต่แปรงสีฟันที่ดีควรมีความอ่อนนุ่ม เพราะจะช่วยให้เราทำความสะอาดฟันได้โดยไม่ต้องออกแรงกดมาก ป้องกันการสึกกร่อน และอาการเสียวฟันได้ แล้วขนแปรงที่อ่อนนุ่มยังสามารถชอนไชไปตามซอกหลืบซอกฟันได้ดีกว่าอีกด้วย

 

2. ยาสีฟัน

เลือกยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันฟันผุอย่างมีประสิทธิภาพ ปริมาณในการใช้ยาสีฟันต้องไม่มากไม่น้อยจนเกินไป กล่าวคือหากใช้ยาสีฟันมากเกินไป ระหว่างแปรงเราอาจจะเห็นว่ามียาสีฟันที่ไม่ได้ถูกใช้บ้วนออกมาจากปากเป็นก้อน หรือหากใช้ยาสีฟันน้อยไป อาจทำให้ฟันไม่สะอาด และไม่ได้รับฟลูออไรด์มากเพียงพอที่จะช่วยป้องกันอาการฟันผุนั่นเอง ปริมาณที่แนะนำ คือ มากกว่าครึ่งหนึ่งของแปรงสีฟัน

 

แปรงฟันผิดวิธี อาจไม่สะอาดเพียงพอ 

 

วิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง

1. แปรงทั้งด้านนอกและด้านใน

ไม่ใช่การลากแปรงผ่านฟันด้านบนขณะแปรงฟันกรามตลอดไป ต้องเอียงแปรงสีฟันเพื่อแปรงฟันด้านใน และด้านนอกด้วย และนอกจากนี้ควรขยับหัวแปรงจากเหงือก ไปหาปลายฟัน ปัดจากขอบเหงือกไปหาปลายฟัน ไม่ใช่ลากเข้าออก ซ้ายขวาอย่างเดียว เพราะอาจจะทำให้เศษอาหารที่ติดแน่นระหว่างซอกฟันยังคงอยู่

 

2. เน้นรอยต่อของเหงือกและฟัน

บริเวณที่เป็นขอบเหงือก และโคนฟัน เป็นบริเวณที่ต้องเน้นมากเป็นพิเศษ เพราะส่วนใหญ่เศษอาหารมักติดอยู่บริเวณดังกล่าว นอกจากนี้หากเลือกใช้ขนแปรงสีฟันที่นุ่มกำลังดี การแปรงฟันบริเวณขอบเหงือกยังเป็นการช่วยกระตุ้นการทำงานของเหงือก ป้องกันโรคเหงือกอักเสบได้อีกด้วย แต่หากแปรงบริเวณขอบเหงือกแล้วมีเลือดออก คุณอาจจะต้องลองเปลี่ยนแปรงที่ขนนุ่มขึ้น หรือลองแปรงบริเวณเดิมซ้ำต่อไปเรื่อยๆ สักพักอาการเลือดออกขณะแปรงฟันจะหายไปเอง

 

3. แปรงทุกซี่ โดยเฉพาะซี่ในสุด

เมื่อเราใช้ฟันบดเคี้ยวอาหาร ส่วนที่เคี้ยวหรือส่วนของฟันกรามบริเวณซี่ด้านในสุด มักมีเศษอาหารติดค้างอยู่ หากแปรงฟันไม่ถึงซี่นั้น อาจก่อให้เกิดปัญหากลิ่นปาก หรือฟันผุตามมาได้ ดังนั้นอ้าปากให้กว้าง แล้วสอดแปรงเข้าไปให้ถึงซี่ฟันด้านในทุกครั้งที่แปรงฟัน

 

4. เวลาที่ใช้ในการแปรงฟัน

ควรแปรงฟันให้นานกว่า 2 นาทีขึ้นไป ฟันด้านหนึ่งควรแปรงซ้ำไปมาอย่างต่ำ 4-5 ครั้ง หากใช้เวลาแปรงฟันน้อยกว่านั้น มีความเป็นไปได้ว่าคุณอาจแปรงฟันไม่สะอาดเพียงพอ หรือแปรงฟันไม่ครบทุกซี่ ลองฮัมเพลงในใจระหว่างแปรงฟันดูก็ได้ค่ะ

 

5. อย่าลืมแปรงลิ้น

เคยแปรงฟันเสร็จแล้วรู้สึกว่ายังไม่สะอาดพอ หรือยังคงมีกลิ่นปากอยู่ไหมคะ อาจเป็นเพราะคุณไม่ได้แปรงลิ้น ซึ่งลิ้นมีปุ่มรับรสมากมาย เศษอาหารบางอย่างอาจเกาะอยู่บริเวณลิ้นก็ได้ ใช้ขนแปรงที่อ่อนนุ่มแปรงจากโคนไปหาปลายลิ้น เพื่อทำความสะอาดหลังจากแปรงฟันเสร็จ (แต่ยังไม่ต้องบ้วนปาก) เท่านี้ก็เพียงพอค่ะ

 

6. บ้วนน้ำทิ้งแค่ครั้งเดียว

จริงๆ แล้วคุณอาจจะแค่บ้วนฟองยาสีฟันทิ้งหลังจากแปรงฟันเสร็จ ให้ฟองยาสีฟันออกไปกับน้ำลาย แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะฟลูออไรด์จะเคลือบฟันได้มากกว่าปกติ และฟองยาสีฟันไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่หากรู้สึกไม่สบายปาก หรือมีรสชาติของยาสีฟันอยู่ในปากมากเกินไป ให้บ้วนปากเร็วๆ ด้วยน้ำสะอาดเพียงครั้งเดียวเท่านั้นพอ

 

นอกจากนี้ใครที่มีปัญหาเศษอาหารติดตามซอกฟันมากกว่าปกติ เพราะเป็นคนที่ฟันไม่ชิดกันสนิท 100% หรือพบว่ายังมีกลิ่นปากอีกเล็กน้อย อาจใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือไหมขัดฟันเพิ่ม เพื่อความสะอาดมากยิ่งขึ้นก็ได้ค่ะ

 

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!