
สำลักเงียบ (Silent Aspiration) คือ การสำลักอาหารหรือน้ำดื่มลงในทางเดินหายใจโดยไม่มีอาการไอ (cough) หรือ เสียงพร่า (wet voice) ตอบสนองให้เห็น เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืนผิดปกติ สามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย
ดร.พญ.กันต์นิษฐ์ พงศ์พิพัฒไพบูลย์ แพทย์สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ระบุว่า ผู้สูงอายุที่มีโรคทางระบบประสาท เช่น stroke, Parkinson’s, dementia พบภาวะกลืนลำบากได้สูงถึง 50-75% และพบว่ามีภาวะสำลักเงียบร่วมได้ถึง 40 – 70 % ส่งผลให้เกิดปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงตามมา ในกรณีผู้สูงอายุที่มีภาวะปอดอักเสบติดเชื้อแล้ว พบมีภาวะสำลักเงียบสูงถึง 71% และในผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี พบอัตราเสียชีวิตด้วยภาวะปอดติดเชื้อจากการสำลักสูงถึงเกือบ 30%
เนื่องจากการสำลักเงียบไม่มีอาการแสดงให้เห็น ทำให้ผู้ป่วยรวมถึงผู้ดูแลขาดความระมัดระวังและไม่ทราบว่ามีการสำลักอาหารหรือน้ำดื่มลงในทางเดินหายใจ จนเกิดภาวะแทรกซ้อน มีความผิดปกติให้เห็นรุนแรง เช่น ภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ (Aspiration pneumonia) ซึ่งนำไปสู่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้
นอกจากนี้ภาวะสำลักเงียบอาจไม่สามารถพบจากการตรวจประเมินทางคลินิกได้ เนื่องจากไม่แสดงอาการขณะทำการตรวจคัดกรองและการตรวจร่างกาย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องได้รับประเมินจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยการกลืนแป้งทางรังสีหรือการส่องกล้องเพื่อตรวจหาว่าผู้ป่วยมีภาวะสำลักเงียบหรือไม่และทำการป้องกันรักษาได้ทันท่วงที
กรณีผู้ป่วยมีการสำลักเงียบจนเกิดภาวะหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบติดเชื้อ อาจมีอาการดังต่อไปนี้
ซึ่งเมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ต้องหยุดป้อนอาหารทางปากและพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที
เมื่อผู้ป่วยได้รับการตรวจประเมินแล้ว ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้การดูแลรักษาภาวะกลืนลำบากตามปัญหาที่พบเพื่อป้องกันการสำลักอาหารและน้ำ ประกอบด้วย การปรับรูปแบบอาหารที่เหมาะสม การปรับท่าทางของผู้ป่วย การปรับวิธีการให้อาหาร ปริมาณน้ำและอาหารที่ควรได้ต่อวัน การดูแลสุขอนามัยในช่องปาก รวมถึงการออกกำลังกายฟื้นฟูความสามารถในการกลืนของผู้ป่วยด้วย
ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาและฝึกกลืนอย่างเหมาะสมสามารถรับประทานอาหารและน้ำได้อย่างปลอดภัย รวมถึงป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดตามมาได้ เช่น ภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ ภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรงของผู้ป่วย ส่วนการใส่สายยางให้อาหารต้องประเมินตามความจำเป็นและความเหมาะสมของผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป เช่น ในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืนรุนแรงอาจจำเป็นต้องใส่สายยางให้อาหารเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการสำลัก หรือการรับประทานทางปากเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารน้ำ และยาไม่เพียงพอ
หากพบว่าผู้สูงอายุมีการกลืนที่ผิดปกติ ร่วมกับภาวะต่อไปนี้ ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :ดร.พญ.กันต์นิษฐ์ พงศ์พิพัฒไพบูลย์ แพทย์สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
ภาพ :iStock