4 ข้อควรรู้ ก่อนฉีดวัคซีน HPV ป้องกัน "มะเร็งปากมดลูก"

4 ข้อควรรู้ ก่อนฉีดวัคซีน HPV ป้องกัน "มะเร็งปากมดลูก"

มะเร็งปากมดลูก เป็นเพียงโรคมะเร็งไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ผู้หญิงจึงควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคตั้งแต่ต้น แต่ก็มีเรื่องควรทราบก่อนเข้ารับวัคซีน

4 ข้อควรรู้ ก่อนฉีดวัคซีน HPV ป้องกัน "มะเร็งปากมดลูก"

  1. ทำไมวันซีน HPV จึงป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้?

รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่า เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการได้รับเชื้อไวรัส HPV ผ่านทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งเชื้อไวรัสจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงเซลล์บริเวณปากมดลูกให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง การฉีดวัคซีนจึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้

  1. วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 100% หรือไม่?

วัคซีน HPV สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ชนิดสำคัญ (ชนิดที่ 16 และ 18) ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้ 70% แปลว่ายังมีเชื้อ HPV บางส่วนที่วัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีน HPV รุ่นใหม่ที่สามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ครอบคลุมสายพันธุ์มากขึ้นกว่า 90%

  1. ฉีดวัคซีน HPV ในช่วงอายุใดเหมาะสมที่สุด?

สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-55 ปี แต่ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดในการฉีด คือ เด็กผู้หญิงอายุ 11-15 ปี เพื่อป้องกันล่วงหน้าก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก จากสถิติการติดเชื้อ HPV ทั่วโลกพบว่า ช่วงอายุที่พบการติดเชื้อมากที่สุด คือ 18-28 ปี แต่ก็ยังมีโอกาสรับเชื้อ HPV ได้ตลอดชีวิต

  1. วัคซีน HPV ต้องฉีดทั้งหมดกี่เข็ม และป้องกันได้นานเท่าไร?

การฉีดวัคซีนจะต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ภายในระยะเวลา 6 เดือน แต่ไม่ควรเกิน 1 ปี โดยวัคซีนจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพ และมีระยะเวลาของการป้องกันต่อเนื่อง จากหลักฐานปัจจุบันพบว่าสามารถป้องกันได้นานถึง 30 ปี (หากฉีดในเด็กผู้หญิงที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี สามารถฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือนก็เพียงพอ)

หากสนใจรับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก สามารถติดต่อขอรายละเอียด และตรวจร่างกายก่อนเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน