สาเหตุของโรค "กระดูกพรุน" ในผู้สูงอายุ

สาเหตุของโรค "กระดูกพรุน" ในผู้สูงอายุ
S! Health (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลเลิดสิน ชี้โรคกระดูกหักจากกระดูกพรุนเกิดได้ทุกช่วงทุกวัย โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสะโพกหักในผู้อายุ ซึ่งคุณภาพกระดูกในผู้สูงอายุมักลดน้อยลงตามอายุที่มากขึ้นและหากเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลทำให้เกิดกระดูกหักไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ควรตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกทุกปี ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคกระดูกหักจากกระดูกพรุนเกิดได้ทุกช่วงวัย เด็กมักกระดูกหักจากเล่นซน ผู้ใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุ ผู้สูงวัยมักเกิดกระดูกหักจากกระดูกพรุน มวลกระดูกที่เปราะบางแม้เพียงลื่นหกล้มก็หักได้ง่าย อาการกระดูกหักมักเห็นชัดเจนจะบวมปวด ไม่สามารถลงน้ำหนักหรือเคลื่อนไหวบริเวณที่หัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพกหักได้ในผู้สูงอายุ 

กระดูกหัก กระดูกพรุน ในผู้สูงอายุ

สาเหตุหลักของกระดูกหัก นอกจากอุบัติเหตุจากการจราจรแล้ว ยังมีอุบัติเหตุจากการทำงาน การเล่นกีฬา อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งพบมากขึ้นเรื่อยๆ คือ กระดูกหักในผู้สูงอายุซึ่งคุณภาพของกระดูกลดน้อยลงหากมีอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยส่งผลให้เกิดกระดูกหักไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น กระดูกสะโพก กระดูกสันหลังอาการกระดูกหักมักเห็นชัดเจนจะบวมปวด ไม่สามารถลงน้ำหนักหรือเคลื่อนไหวได้บริเวณที่หัก

วิธีการรักษาโรคกระดูกพรุน

นายแพทย์ศักรินทร์ วงศ์เลิศศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจะพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยและตำแหน่งการหักของกระดูกสะโพก โดยจะมี 2 วิธีคือ

  1. การผ่าตัดใส่ข้อสะโพกข้อเทียม

  2. การผ่าตัดเพื่อยึดตรึงกระดูกไว้ภายใน โดยการผ่าตัดใส่โลหะพิเศษยึดกระดูกไว้ให้เข้าที่และเกิดการติดของกระดูกตามธรรมชาติ

สำหรับแนวทางการดูแลผู้ป่วยสูงอายุกระดูกสะโพกหักไม่ได้จบแค่การผ่าตัด ยังต้องมีการประเมินและรักษาภาวะกระดูกพรุนอย่างต่อเนื่อง เป็นหัวใจสำคัญอีกส่วนหนึ่ง หรือเป็นการป้องกันภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน และยังรวมถึงการดูแลภาวะการมองเห็น ประสาทตา และการดูแลหลังการผ่าตัดด้วยการกายภาพบำบัดเฉพาะสำหรับผู้สูงวัยด้วย แนวทางการป้องกัน ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน

วิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน

  1. ควรตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกทุกปี เพื่อป้องกันกระดูกทรุดตัว

  2. เสริมความแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย

  3. รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของแคลเซียม ได้แก่ นม ถั่ว ปลาหรือสัตว์น้ำขนาดเล็ก และผักสีเขียวเข้ม เป็นต้น