ปวดท้องประจำเดือนมากแค่ไหนถึงเสี่ยงเนื้องอก-ซีสต์?

ปวดท้องประจำเดือนมากแค่ไหนถึงเสี่ยงเนื้องอก-ซีสต์?
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

อาการปวดท้องระหว่างมีประจำเดือนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนไม่อยากเจอะเจอ เพราะนอกจากจะรบกวนการดำเนินชีวิตแล้ว หากปวดมากๆ ก็ต้องพึ่งยากันไปทุกเดือน ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน แล้วสาวๆ เคยสงสัยไหมคะว่าหากเราปวดท้องประจำเดือนบ่อยๆ หรือปวดมากกว่าคนอื่น จะเสี่ยงเป็นเนื้องอก ซีสต์ หรือโรคร้ายใดๆ เกี่ยวกับมดลูกหรือไม่ ไปหาคำตอบกับ Sanook! Health กันค่ะ


ปวดท้องตรงไหน แบบไหน ถึงสันนิษฐานได้ว่าผิดปกติ?


บริเวณที่ปวด


บริเวณช่วงท้องด้านล่างซ้าย


ลักษณะที่ปวด


ปวดตึงๆ ในท้อง อาจจะปวดน้อยๆ หรือปวดแบบเสียดจนต้องลงไปนอนบนเตียง ระยะแรกจะปวดเป็นช่วงๆ คือปวดๆ หายๆ อาการปวดจะหายไปเองโดยไม่ต้องทานยา แต่สามารถปวดเมื่อมีประจำเดือน หรือไม่มีก็ได้ จนสุดท้ายเมื่อก้อนโตจนมันบิดขั้ว หรือแตก จะปวดท้องมากผิดปกติ

อาการอื่นๆ นอกจากปวดท้อง

- คลำเจอก้อนที่ท้องได้

- อาจมีอาการคลื่นไส้ ร่วมกับปวดท้อง เนื่องจากก้อนซีสต์บิดขั้ว หรือก้อนเนื้องอกแตก ทำให้เลือด หรือส่วนประกอบของเนื้องอกกระจายในช่องท้อง ทำให้ระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องท้อง

- อาจจะมีอุจจาระเหลว โดยมูกลักษณะคล้ายหนองไหลออกจากทวารหนัก


เมื่อพบอาการเหล่านี้ แม้จะมีไม่ครบทุกอาการ ให้สันนิษฐานได้เลยว่า อาจมีเนื้องอก หรือซีสต์ที่บริเวณมดลูก หรือรังไข่ได้ค่ะ รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง


วิธีตรวจหาเนื้องอก และซีสต์ในมดลูก หรือรังไข่


แพทย์จะทำการตรวจโดยกดคลำด้วยมือบริเวณที่ปวด ตรวจอวัยวะเพศภายนอก ส่องตรวจช่องท้อง อัลตร้าซาวนด์ท้อง หรืออาจจะตรวจทวารหนักร่วมกับคลำหน้าท้องด้วย

นอกจากนี้ยังมีการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ X-Ray หรือตรวจทางเซลล์วิทยาจากช่องคลอดร่วมด้วย


ดังนั้นหากมีอาการอย่างที่กล่าวไปข้างต้น รีบไปพบแพทย์โดยด่วยเลยนะคะ จะได้รีบรักษาก่อนที่จะต้องมีการผ่าตัด ตัดปีกมดลูกออกไป หรืออาจจะพัฒนากลายเป็นก้อนเนื้อร้ายได้ในภายภาคหน้า พบก่อน รักษาได้ก่อนนะคะ



ขอบคุณข้อมูลจาก healthcarethai.com

ภาพประกอบจาก istockphoto

เรื่องล่าสุดของหมวด รู้ทันโรค

ดูหมวด รู้ทันโรค ทั้งหมด