ฉลาดซื้อ เผย 10 “เครื่องกรองอากาศ” ยี่ห้อไหนโฆษณาเกินจริง

ฉลาดซื้อ เผย 10 “เครื่องกรองอากาศ” ยี่ห้อไหนโฆษณาเกินจริง

นิตยสารฉลาดซื้อ เผยผลการทดสอบการทำงานของเครื่องกรองอากาศที่มีขายในเมืองไทย พบว่าบางยี่ห้อทำงานได้ไม่เป็นไปตามที่โฆษณา แต่มีบางยี่ห้อที่ทำงานได้ดีกว่าที่ระบุไว้ด้วย

ในช่วงที่ฝุ่น PM 2.5 กลับมาระบาดอย่างน่าเป็นห่วงอีกครั้ง บรรดาเครื่องกรองอากาศก็เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจของประชาชนกันอีกครั้ง แต่ในบรรดาเครื่องกรองอากาศยี่ห้อต่าง ๆ ในบ้านเรามีวางขายกันอยู่ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้านของเราได้อย่างที่คิด

ทีมงานนิตยสารฉลาดซื้อ ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องกรองอากาศ 10 เครื่อง จาก 10 ยี่ห้อที่มีขายในท้องตลาดเมืองไทย ผลปรากฏว่าบางเครื่องทำงานได้ไม่ตรงกับที่ระบุเอาไว้ บางเครื่องทำงานได้ดีตามที่ควรจะเป็น และบางเครื่องทำงานได้ดีกว่าที่โฆษณาไว้

อ่านวิธีการทดสอบอย่างละเอียด ที่ผลการทดสอบฉบับเต็ม ที่ เว็บไซต์ ฉลาดซื้อ

ผลการทดสอบการทำงานของเครื่องกรองอากาศทั้ง 10 เครื่อง มีดังนี้

  • สีแดง = ไม่สามารถลดฝุ่นได้
  • สีส้ม = สามารถลดฝุ่นได้บ้าง แต่ไม่มากเท่ากับที่ระบุไว้ในคำโฆษณา
  • สีน้ำเงิน = สามารถลดฝุ่นได้ตามที่ระบุในคำโฆษณา
  • สีเขียว = สามารถลดฝุ่นได้มากกว่าที่ระบุไว้คำโฆษณา หรือมากกว่าที่โฆษณาไว้
ลำดับ ยี่ห้อ รุ่น ขนาดห้องที่แนะนำ (m²) CADR² (m³/min) พื้นที่ห้องที่เหมาะสม (m²)
1

Hatari

HT-AP12

32

3.089

24.14
2

Philips

AC1215/20 21-63 4.306 33.66
3

Mi

Air Purifier 2S 21-37 4.595 35.92
4

Mitsuta

MAP450 30-40 2.850 22.28
5

Hitachi

EP-A3000 22-33 2.851 22.28
6

Bwell

CF-8400 10-30 2.740 21.42
7

Blueair

Joy S 16 1.769 13.82
8

Claire

C2BU-1933 20 0.297 2.32
9

Sharp

FP-J30TA-B 23 3.087 24.13
10

Fanslink Air D

Cube 20 2.816 22.01

 

สรุปผลการทดสอบเครื่องกรองอากาศ

จากผลการทดสอบสามารถแบ่งประเภทของเครื่องฟอกอากาศ โดยพิจารณาจาก การเปรียบเทียบ พื้นที่ห้องที่เหมาะสม กับ พื้นที่ห้องที่แนะนำตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน ได้เป็น 5 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 คือ เครื่องฟอกอากาศเหมาะกับกลุ่มที่ขนาดพื้นที่ห้องจากการทดสอบ มีขนาดเล็กมาก (2.32 ตารางเมตร) ซึ่งสามารถแปลผลการทดลองได้ว่า ไม่สามารถลดปริมาณฝุ่นได้ ได้แก่ ยี่ห้อ Clair

กลุ่มที่ 2
เครื่องฟอกอากาศที่สามารถใช้ในห้องที่มี ขนาด 13-16  ตารางเมตร  และเป็นไปตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน ได้แก่ ยี่ห้อ Blueair ** 

กลุ่มที่ 3 เครื่องฟอกอากาศที่สามารถใช้ในห้องที่มีขนาด มากกว่า 20 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 30 ตารางเมตร และเป็นไปตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน ได้แก่ ยี่ห้อ Hitachi, Fanslink Air D, Sharp และ Bwell 

กลุ่มที่ 4 เครื่องฟอกอากาศที่สามารถใช้ได้กับห้องที่มีขนาดมากกว่า 20 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 30 ตารางเมตร แต่ไม่เป็นไปตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน ได้แก่ Hatari, Mitsuta  

กลุ่มที่ 5 เครื่องฟอกอากาศที่สามารถใช้ในห้องที่มีขนาด มากกว่า 30 ตารางเมตร และเป็นไปตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน ได้แก่ Philips และ Mi

** หมายเหตุ

เนื่องด้วยทีมบริหารของผลิตภัณฑ์ Blueair ได้นำเอกสารยืนยันจาก AHAM (Association of Home Appliance Manufacturers) ซึ่งระบุว่า ผลิตภัณฑ์ Blueair สามารถใช้กับห้องในขนาด 16 ตารางเมตร ได้ ตามที่ระบุในคู่มือการใช้งาน
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตจากทีมทดสอบของนิตยสารฉลาดซื้อว่า การทดสอบผลิตภัณฑ์ของบลูแอร์ เป็นการทดสอบที่ค่า CADR ขึ้นอยู่กับขนาดของฝุ่นที่ใช้ทดสอบด้วย โดยดูจากผลการทดสอบของ Blueair (ขนาดฝุ่น tobacco smoke 0.1- 1 micron CADR 119  ขนาดฝุ่น Dust 0.5- 3 micron CADR 121  ขนาดฝุ่นละอองเกสร ดอกไม้  CADR 131)
การที่ค่า CADR มีความแตกต่างกัน การระบุปริมาตรหรือขนาดห้องที่เหมาะสมจึงแตกต่างตามไปด้วย ดังนั้นทางบลูแอร์ควรทำความเข้าใจกับผู้บริโภคว่าขนาดห้องที่เหมาะสมกับเครื่องฟอกอากาศควรเป็นเท่าไร และควรต้องแจ้งเรื่อง การทดสอบแบบไม่มี prefilter ซึ่งเป็นการทดสอบที่แตกต่างจากทางนิตยสารฉลาดซื้อ ที่ทดสอบแบบมี prefilter ซึ่งเป็นสภาพจริงที่ผู้บริโภคใช้งาน
นอกจากนี้ การทดสอบความสามารถในการดักจับฝุ่น ตามมาตรฐานของ JEMA มีข้อกำหนดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ ฝุ่นละอองไมโครขนาดเล็ก ( PM 2.5) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องฟอกอากาศของนิตยสารฉลาดซื้อ
คำแนะนำเพิ่มเติม สำหรับผู้บริโภคในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ และการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะความเข้มข้นของ ฝุ่น PM 2.5 ด้วยตนเอง  คือ การใช้เครื่องวัดความเข้มข้นฝุ่น ขนาดพกพา ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องไฟฟ้าและร้านค้าออนไลน์