ต้านฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ด้วยการกิน 5 สมุนไพร

ต้านฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ด้วยการกิน 5 สมุนไพร
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ดูเหมือนจะกลับมาอีกครั้ง ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงได้แนะนำถึง 5 สมุนไพรที่ช่วยในการดูแลปอด ฟอกปอด ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจาก PM 2.5 ดังนี้

istock-802827560iStockหญ้าดอกขาว

  1. หญ้าดอกขาว

ปัจจุบันมีการใช้หญ้าดอกขาวเป็นยาแก้อาการติดบุหรี่ เพราะกินแล้วจะทำให้เหม็นบุหรี่ และไม่อยากสูบบุหรี่อีก ซึ่งทำให้โรงพยาบาลหลายแห่ง นำหญ้าดอกขาวไปใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งนอกเหนือจากจะทำให้เลิกบุหรี่ได้แล้ว ยังช่วยทำให้สมรรถภาพทางกายดีขึ้นอีกด้วย โดยเลือดจะมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น ทำให้มีปริมาณของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่คั่งค้างในปอดลดลงอย่างชัดเจน

เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง มีสรรพคุณมากมาย กินง่าย มีรสชาติดีเยี่ยม จึงได้มีการพัฒนาเป็นยาในรูปแบบชง แบบแคปซูล แบบลูกอมเม็ดแข็ง แบบลูกกวาดนุ่ม แบบหมากฝรั่ง แบบแผ่นฟิล์มละลายเร็ว และแบบผลิตภัณฑ์กาแฟผสมหญ้าดอกขาว ที่สามารถหาซื้อได้ง่าย และนำไปใช้ประโยชน์กันได้ง่ายขึ้น ซึ่งในปัจจุบันชาหญ้าดอกขาว ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2555 ในส่วนยาพัฒนาจากสมุนไพร สำหรับลดความอยากบุหรี่ในรูปแบบชง และแม้สมุนไพรชนิดนี้จะมีประโยชน์อยู่มากก็ตาม แต่ก็มีข้อเสียอยู่ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ เมื่อกินยาชนิดแล้วจะทำให้ปากแห้ง คอแห้ง ทำให้ไม่อยากอาหาร ด้วยเหตุนี้หญ้าดอกขาวจึงอาจมีประโยชน์ในการนำไปใช้ เพื่อควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย (ควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคไต เนื่องจากมีโพแทสเซียมสูง)

istock-639796266iStockขมิ้นชัน

  1. ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน มีความโดดเด่นในเรื่องช่วยลดการอักเสบ ผลการศึกษาพบว่า ขมิ้นชันมีผลในการปกป้องระบบหัวใจ หลอดเลือดและปอด นอกจากนี้มีการศึกษาพบว่า การรับประทานขมิ้นตามเวลาที่อวัยวะต่างๆ กำลังทำงาน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของขมิ้นให้มากขึ้น เช่น กินขมิ้นชันในช่วงเวลา 03.00-05.00 น. ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาของปอด จะช่วยบำรุงให้ปอดแข็งแรง ช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนัง และช่วยเรื่องภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวก

ทั้งนี้ การหาซื้อขมิ้นมารับประทานเอง ไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือแบบแคปซูล ควรจะซื้อจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน มีความสะอาด ปลอดสารเคมี ไม่มีสารสเตียรอยด์ปลอมปน และในกระบวนการผลิตนั้น ต้องไม่ผ่านความร้อนเกิน 65 องศา เพื่อคงคุณภาพของขมิ้น

istock-1131284282iStockรางจืด

  1. รางจืด

รางจืด หรือ “ราชาแห่งการถอนพิษ” เป็นสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์ให้เกษตรกรหรือบุคคลทั่วไป เลือกใช้เพื่อแก้พิษต่างๆ เช่น พิษจากยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ สารตะกั่ว ฯลฯ ดังนั้นรางจืดจึงถือเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูงมากชนิดหนึ่ง ซึ่งเราสามารถกินยอดอ่อน ดอกอ่อนเป็นผักได้ โดยจะใช้ลวกกิน แกงกิน ก็ทำได้เหมือนกับผักพื้นบ้านทั่วไป นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมกินน้ำหวานจากดอกรางจืดอีกด้วย

ม้ว่ารางจืดจะสามารถช่วยล้างสารพิษได้จริง แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อมูลในการวิจัยหรือเอกสารใดที่บ่งชี้ได้ว่า หากเราใช้ไปนานๆ ติดต่อกัน หรือใช้ในปริมาณที่มากเกินไปจะเกิดผลอย่างไรบ้าง ซึ่งจุดนี้นักวิชาการทางด้านนี้จึงไม่แนะนำที่จะให้รับประทานอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นคุณควรใช้เป็นครั้งคราวในยามที่จำเป็น หรือเมื่อต้องการที่จะรักษาโรค เมื่อได้ผลหรือหายดีแล้วก็ควรจะหยุดใช้ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่เรายังไม่รู้และอาจจะเกิดขึ้นได้

istock-982285654iStockมะขามป้อม

  1. มะขามป้อม

หมอยาพื้นบ้านเชื่อว่ามะขามป้อม เป็นยาละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้ดีที่สุด ในด้านอายุระเวทใช้แก้ไอ แก้หอบ รักษาหลอดลมอักเสบ จากงานวิจัยพบว่าการกินมะขามป้อม ช่วยลดผลกระทบจากก๊าซพิษซัลเวอร์ไดออกไซด์ อันเป็นแหล่งกำเนิดของ PM 2.5

มะขามป้อมมีรสเปรี้ยว รสฝาด อาจจะรับประทานยากสักหน่อยสำหรับบางคน การรับประทานมะขามป้อมนั้น ควรปรุงรสด้วยการนำมะขามป้อมมาผ่าเอาเมล็ดออก ให้เหลือแต่เนื้อแล้วนำมาใส่ พริก เกลือ น้ำตาล และตำให้พอแหลก ทั้งนี้ ควรรับประทานก่อนนอน หรือช่วงตื่นนอนใหม่ๆ หรือขณะที่ท้องว่าง สำหรับวิธีลดความฝาดของมะขามป้อมนั้น ทำได้โดยการล้างให้สะอาดและลวกด้วยน้ำร้อน แล้วนำไปแช่ในน้ำเกลือที่เค็มจัด ทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน รสฝาดก็จะหายไป

istock-964582260iStockฟ้าทะลายโจร

  1. ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร มีความโดดเด่นเรื่องการเสริมภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในระบบทางเดินหายใจ ในทางคลินิกใช้ป้องกันและรักษาหวัด ไซนัสอักเสบชนิดไม่รุนแรง หลอดลมอักเสบ คออักเสบ และทอนซิลอักเสบ สรรพคุณของฟ้าทะลายโจรหลักๆ คือช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย รวมไปถึงช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ให้จับกินเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ปัจจุบันได้มีการนำสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมาผลิตเป็นแคปซูล จึงทำให้หาซื้อมารับประทานได้ง่าย และสะดวกในการรับประทานมากยิ่งขึ้น ไม่ควรรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรติดต่อกันนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ เพราะอาจจะส่งผลทำให้ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงได้ ผู้ที่ไม่ควรใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจร ได้แก่ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น