คอลลาเจน ทา กิน ดื่ม ฉีด ได้ผลจริง หรืออันตรายถึงชีวิต?

คอลลาเจน ทา กิน ดื่ม ฉีด ได้ผลจริง หรืออันตรายถึงชีวิต?
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

ผิวใส กระชับ เต่งตึง ตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นสิ่งที่สาวๆ (และหนุ่มๆ บางคน) ปรารถนา ยิ่งได้ยินว่าคอลลาเจนเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของร่างกายที่หากมีคอลลาเจนเพียงพอ ความสดใสเปล่งปลั่ง ตึงแน่นราวกับหนุ่มสาววัยรุ่นจะกลับมา พวกเราก็กรูกันเข้าไปหาว่าคอลลาเจนหาได้ที่ไหน ราคาเท่าไร ยี่ห้อไหนดี แห่ตามซื้อจากที่พวกดารา เน็ตไอดอล ถือกล่องถือซองโชว์กันในโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่เชื่อหรือไม่ว่า คอลลาเจนผง คอลลาเจนเม็ดที่คุณๆ เห็นกันอยู่ตามท้องตลาด มันได้ผลจริง หรือเป็นเพียงกลทางการตลาดที่กินแล้วยิ่งอันตรายต่อร่างกาย?


ก่อนอื่น Sanook! Health ขออธิบายความสำคัญของคอลลาเจนต่อร่างกายของเรากันก่อนดีกว่าค่ะ


คอลลาเจนคืออะไร?
คอลลาเจนคือโปรตีนที่อยู่ในชั้นหนังแท้ ช่วยให้ผิวหนังมีการสปริงตัวที่ดี ทำให้ผิวดูเรียบตึง ไม่หย่อนคล้อย คอลลาเจนโปรตีนตัวนี้มีอยู่มากถึง 1 ใน 3 ส่วนของโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย และจะทำหน้าที่คู่กับอิลาสติน ที่จะช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิวนั่นเอง

เราสามารถพบคอลลาเจนได้ในกระดูก กระดูกอ่อน เอ็น ข้อต่อของกระดูก เส้นเลือด ทางเดินอาหาร เยื่อหุ้มเซลล์ และผิวหนังทั่วไป เมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนเหล่านี้จะค่อยๆ เสื่อมสลาย ชั้นผิวหนังค่อยๆ ยุบตัวลงจนเราเห็นเป็นริ้วรอยต่างๆ นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาข้อเสื่อม กระดูกเสื่อม กระดูกเปราะบาง แตกหักง่าย ดังนั้นหากเรามีคอลลาเจนที่เพียงพอต่อร่างกาย ไม่เพียงผิวใสตึงกระชับ หากยังช่วยให้กระดูก ข้อเข่า และส่วนต่างๆ ในร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย

แล้วคอลลาเจนสารพัดรูปแบบที่นำมาขายในท้องตลาด ได้ผลจริงๆ หรือ?

1. ครีมคอลลาเจน
คอลลาเจนในรูปแบบของการทาเนื้อครีม โลชั่น หรือเซรั่มลงไปบนผิว สามารถทำให้ผิวหนังดูชุ่มชื้นขึ้น แต่ทำได้เพียงแค่ผิวหนังชั้นกำพร้าเท่านั้น เพราะคอลลาเจนมีคุณสมบัติอุ้มน้ำ กักเก็บความชุ่มชื่นได้ 30 เท่าของน้ำหนักตัวมันเอง แต่มีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่ จึงไม่สามารถซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวหนังข้างในได้

2. คอลลาเจนผง คอลลาเจนเม็ด
คอลลาเจนผงที่บรรจุในกล่อง ในซอง นำมาผสมน้ำดื่ม หรือคอลลาเจนอัดเม็ด ทานเหมือนอาหารเสริมนั้น จริงๆ แล้วมีปริมาณคอลลาเจนอยู่น้อยมาก อาจมีการผสมสารอื่นมากมาย และเสี่ยงต่ออาการแพ้ ซึ่งมีตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน ไปจนถึงตัวบวม หน้าบวม ผื่นขึ้น แน่นหน้าอก หรือแพ้โลหะหนักที่มาจากสัตว์ทะเล ที่คอลลาเจนผงมักโฆษณาว่าเป็นสารสกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึก นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อโรคไต เพราะต้องทำงานหนักจากการกรองของเสียมากเกินไป สรุปคือผลเสียมีมากกว่าผลดีอย่างแน่นอน



3. ฉีดคอลลาเจน
วิธีนี้มีทั้งดำเนินการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ที่จะใช้เครื่องมือพิเศษนำคอลลาเจนเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังลึก หรืออาจจะเป็นการร้อยไหม ยิงเลเซอร์ ที่เป็นการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังขึ้นมาใหม่ แต่หากคุณเกิดอาการแพ้สารคอลลาเจนที่ฉีดขึ้นไป หรือแพทย์ที่ฉีดไม่มีความชำนาญมากพอ อาจเกิดเป็นรอยฟกช้ำ ก้อนนูน หรืออาจติดเชื้อบวมแดงได้ วิธีนี้ดูพอจะได้ผลดี แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร และที่สำคัญค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และผลลัพธ์อยู่ไม่ถาวร ต้องไปฉีดซ้ำๆ เรื่อยๆ

หากอยากให้ร่างกายมีปริมาณคอลลาเจนที่เพียงพอ เพื่อผิวกระชับเต่งตึง และบำรุงข้อต่อของกระดูก ด้วยวิธีที่ปลอดภัย ต้องทานอาหารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เช่น
- ถั่วเหลือง
- เนยแข็ง ชีส
- ผักใบเขียวเข้ม
- ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี และวิตามินเอสูง ผลไม้ที่มีสีแดง ส้ม เช่น มะเขือเทศ พริกหยวกสีแดง บลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่
- อาหารทะเลที่มีสารโอเมก้า เช่น ปลาทู ปลาทูน่า ปลาแซลมอน
- สาหร่าย
- กระดูกอ่อนของสัตว์ เช่นในเมนูอาหารอย่างซุปเปอร์ตีนไก่ ต้มยำกระดูกไก่ ซุปกระดูกหมูอ่อน
เท่านี้ทุกคนก็มีผิวใสเด้งเปล่งปลั่งราวกับเด็กน้อย เพียงทานอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ ไม่ต้องเปลืองเงิน และต้องเจ็บตัวให้มากมายเลย จริงไหมคะ

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก majiciristhaiherbs.combeauty24store.com


ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!