โรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง มีอาการอย่างไร ติดต่อ แพร่เชื้อได้อย่างไร
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/he/0/ud/2/13285/monkey.jpgโรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง มีอาการอย่างไร ติดต่อ แพร่เชื้อได้อย่างไร

โรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง มีอาการอย่างไร ติดต่อ แพร่เชื้อได้อย่างไร

แชร์เรื่องนี้

ฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Orthopoxvirus ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเชื้อไวรัสโรคฝีดาษหรือโรคไข้ทรพิษ ส่วนใหญ่พบในหลายพื้นที่ของแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก เป็นโรคติดต่อที่มีอาการไม่รุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตต่ำ ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่

กรมควบคุมโรค เผยว่าไทยพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรสะสมตั้งแต่ปี 2565 เกือบ 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศชายวัยทำงานราว 97% โดยกรุงเทพฯ พบมากที่สุด รองลงมาคือ ชลบุรี นนทบุรี และภูเก็ต ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสใกล้ชิดหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย จึงเร่งให้ความรู้และเฝ้าระวังเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง พร้อมได้รับวัคซีนจากอาเซียน 2,220 ขวด เพื่อฉีดให้บุคลากรแพทย์และกลุ่มเสี่ยงใน 4 พื้นที่หลัก และแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้มีผื่นผิดปกติ หากมีอาการสงสัยควรรีบพบแพทย์ทันที

ฝีดาษลิง คืออะไร แตกต่างจากโรคฝีดาษปกติอย่างไร

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายว่า โรคฝีดาษลิง คือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส orthopoxvirus เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนที่พบได้น้อย โรคนี้พบมากในแอฟริกากลาง และตะวันตก โดยเชื้อไวรัสฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฝีดาษในคน และฝีดาษวัว พบในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะหลายชนิด เช่น หนู กระรอก กระต่าย เป็นต้น สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงก็อาจติดเชื้อได้ รวมทั้งคนก็สามารถติดเชื้อนี้ได้เช่นกัน

ฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง สามารถติดต่อได้อย่างไร

  • สัตว์สู่คน โดยการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง น้ำหนอง ตุ่มหนองของสัตว์ ผื่นสัตว์ การถูกสัตว์ติดเชื้อกัดหรือข่วน การรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์ติดเชื้อและปรุงไม่สุก

  • คนสู่คน โดยการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง ตัวอย่างเช่น ไอ จาม ผื่น ตุ่มหนอง น้ำหนอง สิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อของผู้ป่วย ซึ่งมักมาจากการใช้ของร่วมกันกับผู้ป่วย เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ ฯลฯ ส่วนการกอด การจูบ มีโอกาสที่จะติดต่อโรคฝีดาษลิงได้เช่นกัน หากผู้กอดหรือจูบมีผื่น หรือมีสารคัดหลั่งจากตุ่มหนองของผู้ป่วยติดอยู่บนผิวหนังหรือเสื้อผ้า ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการกอด การจูบ หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

อาการของโรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง

อาการของโรคฝีดาษลิงจะแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อแล้วประมาณ 7-14 วัน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  2. ต่อมน้ำเหลืองโต
  3. หลังจากมีไข้ประมาณ 1-3 วัน จะมีตุ่มเล็ก ๆ คล้ายผื่นขึ้นตามตัว ซึ่งตุ่มเหล่านี้จะอักเสบและแห้งไปเองใน 2 – 4 สัปดาห์ โดยมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ ดังนี้
    • ผื่นราบ
    • ตุ่มแดงผสมตุ่มน้ำ
    • ตุ่มหนอง
    • ตุ่มหนองแตกออกเป็นแผล
    • ตกสะเก็ด

วิธีรักษาโรคฝีดาษลิงในคน

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะสำหรับโรคฝีดาษลิง แต่อาการส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยการรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การให้ยาบรรเทาอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาต้านไวรัส เป็นต้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพิ่มเติม

การป้องกันโรคฝีดาษลิงสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาด และฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ :iStock