
ฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Orthopoxvirus ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเชื้อไวรัสโรคฝีดาษหรือโรคไข้ทรพิษ ส่วนใหญ่พบในหลายพื้นที่ของแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก เป็นโรคติดต่อที่มีอาการไม่รุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตต่ำ ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่
กรมควบคุมโรค เผยว่าไทยพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรสะสมตั้งแต่ปี 2565 เกือบ 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศชายวัยทำงานราว 97% โดยกรุงเทพฯ พบมากที่สุด รองลงมาคือ ชลบุรี นนทบุรี และภูเก็ต ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสใกล้ชิดหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย จึงเร่งให้ความรู้และเฝ้าระวังเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง พร้อมได้รับวัคซีนจากอาเซียน 2,220 ขวด เพื่อฉีดให้บุคลากรแพทย์และกลุ่มเสี่ยงใน 4 พื้นที่หลัก และแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้มีผื่นผิดปกติ หากมีอาการสงสัยควรรีบพบแพทย์ทันที
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายว่า โรคฝีดาษลิง คือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส orthopoxvirus เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนที่พบได้น้อย โรคนี้พบมากในแอฟริกากลาง และตะวันตก โดยเชื้อไวรัสฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฝีดาษในคน และฝีดาษวัว พบในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะหลายชนิด เช่น หนู กระรอก กระต่าย เป็นต้น สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงก็อาจติดเชื้อได้ รวมทั้งคนก็สามารถติดเชื้อนี้ได้เช่นกัน
อาการของโรคฝีดาษลิงจะแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อแล้วประมาณ 7-14 วัน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะสำหรับโรคฝีดาษลิง แต่อาการส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยการรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การให้ยาบรรเทาอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาต้านไวรัส เป็นต้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพิ่มเติม
การป้องกันโรคฝีดาษลิงสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาด และฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้