เตรียม "เจ้าตัวเล็ก"ให้พร้อมก่อนเปิดเทอม

เตรียม "เจ้าตัวเล็ก"ให้พร้อมก่อนเปิดเทอม

เตรียม "เจ้าตัวเล็ก"ให้พร้อมก่อนเปิดเทอม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

และแล้วก็ย่างเข้าสู่เดือนแห่งความเครียดของผู้เป็นพ่อแม่ ผู้ปกครองอีกครั้ง กับการเปิดเทอมของเจ้าตัวเล็ก พร้อมด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นทุกวัน ทั้งหนังสือ กระเป๋า รองเท้า ชุดนักเรียนแล้วยังจะมีค่าเทอมอีกแต่นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับบางครอบครัว...แต่สิ่งที่เพิ่มความเครียดให้ผู้ที่เป็นพ่อแม่นั่นคือ ความงอแงไม่ยอมไปโรงเรียนของเจ้าตัวเล็กที่ต้องไปโรงเรียนครั้งแรกต่างหากที่ทำเอาพ่อแม่นอนก่ายหน้าผากเลยทีเดียว ไหนบางคนอาจต้องเปลี่ยนโรงเรียนเพราะความจำเป็น ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า เครียด เมื่อเห็นลูกเป็นเช่นนี้ พ่อแม่ที่ไหนจะไม่เครียดล่ะคะ...

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หัวหน้าคลินิกเพื่อนวัยทีน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี บอกกับเราว่า สภาวะเช่นนี้ทุกบ้านอาจเคยประสบพอเจอ หากบ้านนั้นไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ดี ซึ่งความจริงแล้วการเตรียมตัวสำหรับเจ้าตัวเล็กก่อนเปิดเทอมนั้นจำเป็นต้องทำตั้งแต่ปิดจนเปิดแล้ว โดยใช้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อให้เด็กรู้ว่าการไปเรียนหนังสือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ แน่นอนว่าการที่ลูกออกไปเรียนหนังสือหรือเผชิญกับโลกภายนอกเค้าต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นพื้นที่ ที่ลูกสามารถเติมแบตเตอรี่ชีวิต เพื่อให้เขากลับเข้าไปสู่รั้วโรงเรียนได้อย่างไม่กังวล ด้วยการเพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว พูดคุย พร้อมจะเข้าคลุกวงในในการ "จับถูก" ลูกแทนการ "จับผิด" พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่...

"การวางแผนก่อนเปิดเทอมอาจไม่ต้องมองให้ลึกมาก บางทีอาจเป็นแค่การวางแผนเส้นทางการเดินทางกับลูกในช่วงเปิดเทอม การศึกษาและเข้าไปสัมผัสโรงเรียน ห้องเรียนใหม่ พูดคุยกันว่าจะไปรับไปส่งกันที่จุดไหน รวมถึงการวางแผนตารางเรียนและการจัดสรรเวลา เช่น วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้เราทำอะไรกันดี เพราะนี่ถือเป็นการเตรียมความพร้อมอย่างหนึ่ง อีกทั้งตัวเด็กเองจะได้รู้สึกไม่กังวลและเกิดการตื่นตัวขึ้นเอง ลดความขี้เกียจ โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันเปิดเทอมแล้วค่อยมาคะยั้นคะยอกัน ทำให้รู้สึกว่าเปิดหรือปิดเทอมก็ไม่ต่างกัน"หมอเดวกล่าว

หมอเดว บอกต่อว่า ในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยนโรงเรียนใหม่ เด็กหลายคนเครียด กลัวกับการไม่มีเพื่อน กลัวกับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยชิน อีกทั้งต้องอยู่คนเดียว อันนี้ถือเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะลดความเครียด ความกังวลของเด็ก ซึ่งพ่อแม่จะต้องเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจของเขาอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำปรึกษา หรือถ้าพ่อแม่คนใดคิดหาทางออกไม่ได้แล้ว ทางที่ดีควรเอาตัวเด็กมาร่วมกันคิดด้วย อย่าคิดเองเออเองหรือคิดแทน

"ลูกตื่นเต้นกับโรงเรียนใหม่ ตื่นเต้นกับเพื่อนใหม่ใช่ไหม คือคำถามที่พ่อแม่ควรพูดคุย เมื่อได้คำตอบ ทางออกคือเราควรไปทำความคุ้นชินกับสิ่งที่ลูกประหม่า พาไปโรงเรียนใหม่ ไปดูสถานที่เพื่อลดความกดดันของเด็กลงมาระดับหนึ่ง เด็กบางรายอาจมีเพื่อนเก่าอยู่บ้างในโรงเรียนใหม่ อันนั้นอาจไม่น่าห่วงเท่าไหร่ หากแต่เพื่อนใหม่ทั้งหมด คุณพ่อคุณแม่อาจจำเป็นต้องปลีกเวลาไปให้กำลังใจลูก จากเดิมที่เคยส่งแค่หน้าโรงเรียนแล้วแยกกัน อาจจำเป็นแวะเข้าไปดูสักนิด ว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง ปรับตัวเข้ากับเพื่อนได้หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่พ่อแม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง" หมอเดวบอก

เรื่องราวข้างต้นส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นในเด็กเล็กหรือเด็กประถม แต่สำหรับวัยรุ่นอาจเกิดขึ้นได้แต่คงเป็นกันไม่นานนัก เพราะมีการปรับตัวได้เร็ว แต่สิ่งที่ต้องระวังคือในเส้นทางระหว่างที่มีการเรียน เด็กเกิดการเล่น เกิดการมีกิจกรรม ซึ่งเวลาตรงนี้เด็กวัยรุ่นจะเกิดปัญหาในรั้วโรงเรียน พ่อแม่จำเป็นต้องคอยพูดคุย ถามไถ่ ให้กำลังใจ และเมื่อเกิดปัญหาจริงๆ ก็ต้องแก้ไขร่วมไปกับเขา โดยที่เราไม่ควรเป็นคนตัดสินเอง อย่าคิดเองโดยไม่ดึงเขาเข้ามามีส่วนรวม

เรื่องราวความกังวลของผู้เป็นพ่อแม่ยังไม่หมด....เพราะในบางครอบครัวลูกอาจกำลังอยู่ในช่วงของการเลือกสาขาที่จะเรียนต่อ ซึ่งหมอเดวบอกว่า ปัจจุบันถือว่าโรงเรียนเปิดกว้างมากพอสมควรกับการให้เด็กเลือกสาขาที่จะเรียน ซึ่งนั่นก็ส่งผลดีกับตัวเด็กโดยตรง เพราะถึงแม้ว่าเด็กจะเลือกทางผิดหรือเลือกตามเพื่อน แต่เด็กก็สามารถเปลี่ยนแนวทางไปในทางที่ตนเองชอบและถนัดได้อีกครั้งตอนจบมัธยมศึกษาปีที่ แต่ที่สำคัญเมื่อเด็กเลือกแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นทดลองเรียน พ่อแม่เองจะต้องสังเกตลูกของตนว่าไปได้หรือไม่ ลูกเป็นทุกข์กับการเรียนหรือไม่ ใช่ตัวตนเขาไหม และจริงๆ แล้วเขาฝันอยากเป็นอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อแม่เองจะต้องศึกษาและดูเขาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเมื่อเขาไปไม่ได้ในทางที่เขาเลือก พ่อแม่ควรให้โอกาสในการเปลี่ยนแปลงสายเรียน อย่าไปดุด่าว่า หรือซ้ำเติม เพราะนั่นอาจทำให้เด็กไม่กล้าที่จะพูดความจริงกับเราและสุดท้ายก็จะเรียนไม่จบ

การเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียนไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรทำ หากทุกครอบครัวสามารถทำได้ เด็กรวมถึงตัวพ่อแม่เองก็จะมีความสุข...ปัญหาที่จะตามมาในรั้วโรงเรียนก็จะลดลงตามไปเองด้วย

 

เรื่องโดย : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

ภาพประกอบจาก www.photos.com

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล