ล่าทรชน

ล่าทรชน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ล่าทรชน

โดย ปิ่นโต สีชมพู

ตอนที่ 1

ในหมู่บ้านร้างบนถนนเส้นหนึ่งในกรุงเทพมหานครฯ มีรถตู้คันหนึ่งที่มีลักษณะเป็นสีขาว กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 3-4 คน จับชายหญิงคู่ลงมาจากรถเพื่อนำไปฆ่าอย่างโหดเหี้ยม บังเอิญมีชายวัยรุ่นคนหนึ่งเดนผ่านแถวนี้ จึงเห็นเหตุการณ์พอดีเขาแอบมองกลุ่มคนดังกล่าว จึงได้รู้เรื่องราวทั้งหมดว่า ชายหญิงคู่นี้ คือ สายสืบ ที่ถูกพ่อค้ายารายใหญ่จับได้จับมาฆ่าทิ้งอย่างเลือดเย็นที่นี่

หญิงคนหนึ่งวัย26 ปี ร้องขอชีวิตอย่างเวทนา ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์จะฆ่านั้น ชายวัยรุ่นมองเห็น ชายสูงอายุคนหนึ่งวัยประมาณ50 ปี เดินออกมาจากมุมมืดมุมหนึ่ง ชายคนนั้นดังกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดันว่า"ฉันคงต้องฆ่าแกทั้งสองคนทิ้งซะแล้ว ช่วยไม่ได้พวกแกมันอยากแส่ หาเรืองใส่ตัวกันเอง ฉันจะแกไปลงนรกซะ เพราะจะได้ไม่มีใครมาระแคะระคายกับธุรกิจของฉัน" เมื่อสิ้นสุดพูดชายชราคนหนึ่งมือสังหารคนแรกก็ผู้หญิงคนนั้นจนเสียชีวิต ต่อหน้าต่อต่อตาของชายผู้เป็นสามี ชายผู้เป็นสามีคนนั้นเสร้าโศกเสียใจและกอดศพภรรยาตนเอง เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอนก่อนที่ มือสังหารจะฆ่าเขาว่า" ถึงแกจะฆ่ากูตาย มึงจำเอาไว้กูจะตามจองร้างจองผลานมึง ให้ครอบครัวได้พบเจอแต่สิ่งอัปยศ ไม่มีมีความสุข"เมื่อสิ้นเสียงนั้นมือสังหารก็ลงมือฆ่าอยางทารุณ

หญิงสาวคนนี้ตกใจมากจึงรีบรุกเดนออกไปจากที่ตรงนี้แต่ หล่อนได้เหยียบสังกะสีและแตะกระป๋องสีเข้าอย่างจังโดยไม่ได้ทันระวังตัว จึงทำให้ กล่มชายฉกรรจ์ได้ยินเข้าหล่อนตกใจกลัวอย่างหนัก รีบวิ่งไปที่ชั้นล่างของตึกร้างแหงหนึ่ง บังเอิญมี นิรุต เพื่อนคนสนิทขับมาพบ ระริน ระรินจึงหลบหนีรอดพ้นจากอันตรายครั้งนี้ ชายชราคนหนึ่งชื่อ เจ้าสัว จึงสั่งให้มือสังหารพวกนี้ กลับบ้าน มือสังหารฝ่ายซ้ายคนหนึ่งชื่อ ตี้ ได้บอกว่า "แล้วนายจะเอายังกับนังคนนั้นดีคับ"

"ปล่อยมันไปก่อน"

"แต่นายคับ นายไม่กลัวมันปากโป้งบอกตำรวจหรือครับ"

"มันไม่กล้า"

"แต่!"

"ไม่ต้องแต่...!ถ้าเอ็งยังเซ้าซี้จนอั๊วรำคาญ อั๊วจะฆ่า ลื้อแทนนังคนนั้น"

"ครับนาย...เอ๊ย..กลับ!"

ในขณะที่ ระริน นั่งรถไปไปกับ นิรุต เขาสงสัยจึงได้ถาม ระริน ว่า "ไอ้รินแกวิ่งหนีอะไรวะ แล้วแกเข้าไปวิ่งเล่นอะไร ในตึกร้างนั้นวะ"

"แกอย่างเพิ่งถามฉันเลยนะ ไอ้รุต เรื่องมันยาวน่ะไว้ถึงบ้านฉันแล้วฉันเล่าให้แกฟังด้วยตัวของฉันเอง แต่ตอนนี้แกช่วยขับรถไปส่งฉันที่บ้านก่อนได้ใหม"

"อะไรของแกวะ ไอ้ริน ฉันล่ะปวดหัวกับจริงๆ"

เมือถึงบ้านของ ระริน หล่อนรีบเดินเข้าบ้านด้วยอาการ รุกรี้รุกรน นิรุตผู้เป็นเพื่อนจึงสงสัยและนึกถาม ระรินด้วยคำถามเดิมอีกครั้ง

"แกพอจะบอกได้รึยังวะ ไอ้ริน ว่าแกไปเจออะไรมา"

"ฉัน....ฉัน ...ฉันเห็นการฆ่าตกรรมที่ตึกร้าง...."

"อะไรนะ!...."

"แกอย่าเพิ่งถาม ฉันเพิ่มเติมได้ไหม เรื่องมันยาว "

"แล้วทีนี้แกจะทำยังไงวะ ฉันไม่รู้ พวกนั้นมันต้องจำหน้าฉันได้แน่ๆ "

"เอาอย่างนี้ ตอนนี้ใจเย็นๆ ไอริน นี่ก็ดึกมากแล้วฉันว่าแกปล่อยใจสบายแล้วไปนอนซะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมารับแกไปส่งที่ทำงานเอง"

"ขอบใจนะ ฉันมีแกแค่คนเดียวที่เข้าใจฉัน และเป็นห่วงฉัน"

"จะให้ห่วงได้ไงวะ ก็.....ฉัน....... เป็นเพื่อนแกไง"

"ขอบใจมากนะ"

กลับบ้านดีดีนะ

เช้าวันรุ่งขึ้นข่าวการฆ่าตกรรมพาดหัวข่าวลงหน้า 1 มือสังหารฝ่ายซ้ายนำหนังสือพิมพ์ดังกล่าวมาให้ เจ้าสัว อ่าน

เยี่ยมมาก

นายครับ.... นังคนนั้นมันต้องเป็นพยานให้ตำรวจแน่ๆครับ

ไม่มีทาง !

ในขณะเดียวกัน นิรุต ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวเดินลงมานั่งที่โต๊ะอาหารพอดี เจ้าสัวจึงสั่งให้มือสังหารฝ่ายซ้าย ทำตัวเฉยๆ เพื่อไม่ให้ รุตจับ พิรุตได้

คุณพ่อครับ คือ อาทิตย์หน้าผมจะพา เพื่อนสนิทที่ ลอนดอน มาแนะนำให้รู้จักนะครับ เออ ...แล้วว่าแต่คนพ่อว่างหรือเปล่าครับ

ว่าง ซิ แต่แกแน่ใจนะว่าเป็น เพื่อนสนิท ไม่ใช่แหม่มหรือเมียแก

แน่ ซิครับ

งั้น วันศุกร์ก็แล้วกันนะ

ชียวนะครับ

แก นี่ก็ชอบยอพ่ออีกแล้วนะ แล้วแกล่ะตื่นแต่เช้า มีนัดล่ะสิ

อืม...ลืมไปเลยครับ ผมไปก่อนนะครับพ่อ

ตารุต เอ๊ะไอ้ลูกคนนี้ตั้งแต่กลับจากนอกไม่อยู่ติดบ้านบ้างเลย

ปล่อยลูกมันเถอะ คุณหญิง ลูกมันโตแล้วนะ จะให้มันมาทำตัวเป็นลูกแหง่อยู่ได้ยังไงกัน

คุณคะ ไหนๆก็ เจ้ารุต ก็เรียนจบแล้วเมื่อไหร่ คุณจะพาลูกไปศึกษางานที่บริษัทสักทีล่ะคะ

พรุ่งนี้ผมนัด คุณ วิเศษ กับ หนู กิ๊ฟ ผมจะพาลูกไปบริษัทถือโอกาส พา ลูกไปดูตัว หนู กิ๊ฟ ก็แล้วกัน ว่าแต่.....วันนี้คุณจะไปไหนล่ะ

ลืมไปเลยค่ะ วันนี้ฉันมีนัดกับเพื่อนจะไปบ้านเด็กกำพร้ากันน่ะค่ะ คุณจะไปด้วยไหมคะ

ไปเถอะ คุณหญิง.... ไอ้ ก้อน เดี๋ยวขับรถให้คุณหญิงด้วย

ครับนายเชิญครับคุณหญิง

ฉันไปนะคะ

ในขณะเดียวกันรุตก็มาถึงบ้านของ ระรินพอดี

ไอ้ริน....ไอ้ริน คุณน้าครับริน

รินอยู่บนบ้าน น่ะลูก ป้าแช่ม ไปบอก รินนะว่า คุณมาแล้ว เข้านั่งก่อนซิลูก

ริน วิ่งลงมาจากด้านบนหน้าตาตื่นในมือกำหนังสือพิมพ์ไว้แน่น

รุต แย่แล้ว แกอ่านหนังสือพิมพ์วันนี้หรือยัง

อ๋อ ...! อ่านแล้วแต่เดี๋ยว นี่มันตึกร้างหน้าหมู่บ้านแกนี่ริน

ก็ใช่น่ะสิ นี่ล่ะที่เห็นเมื่อคืน

ไปทำงานรึยัง เดี๋ยวไปส่ง

ไปสิ...! แม่คะรินไปแล้วนะคะ

สวัสดีครับคุณน้า

เมื่อถึงที่ทำงานระริน รีบลงจากรถแล้วหันมาพูดว่า

ขอบใจนะ

เออ.....แล้วเย็นฉันจะมารับแกนะ

ในขณะเดียวกันที่หน่วยกองปราบปรามพิเศษก็ปรึกษาหารือกัน

ตอนนี้กำลังจะเข้าได้เข้าเข็ม สายเราก็มาตายอีก ทำไมมันเอ็งซวยขนาดนี้วะ

นายครับ เราคงต้องใช้สายสืบที่สาวสวยซะแล้วล่ะครับ

สาวสวยงั้นเหรอ....

ครับ

เออ...วันนี้พูดจาได้เรื่องนี่ จ่า

น่าสนใจ น่าสนใจ แต่ใครล่ะไหนคุณลองเสนอมาสิ

แฮ่ๆๆ...ไม่ทราบครับ

ไอ้นี่

ผมว่าเราคงต้องค้นหาซะแล้วล่ะครับ

มาลำบากมากนะจ่า......คนสวยๆสาวๆน่ะมีแต่ใครจะยอมเสี่ยงเข้าสืบราชการในบ้านงูจงอางอย่างเจ้าสัวได้

นายครับ....! ผมพอรู้จักอยู่คนหนึ่งครับ

แหม....ผู้กองร้ายนะ เดี่ยวนี้รู้จักมีเด็กในสังกัดกับเขาล้าเหรอ

ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง ผมคิดว่าเขาต้องร่วมงานกับเราได้แน่ๆ

ใคร

ละออกดาว กับ ระริน ครับ

งั้น พรุ่งนี้เรียกเขามา

ครับ

ปิดการประชุม

ขณะที่รินกำลังทำงานอย่างเร่งรีบ เสียงโทรศัพท์ของหล่อนก็ดังขึ้น

ว่าไง วิทย์ ฉันยุ่งอยู่นะ มีอะไรว่ามาสิ

กลางวันแกออกมากินข้าวกับฉันหน่อยสิ

ได้สิ งั้นกลางวันร้านเดิมนะ

ผู้กองนัดสาวกินข้าวหรือครับเดี๋ยวนี้เกินหน้าเกินตานะครับผู้กอง

อืม.......จ่ากลางวันนี้ผมไม่อยู่นะ

ไปกินข้าวกับแฟนก็บอกมาเถอะครับ

แฟนเฟนบ้าอะไรกับ วันนี้ผมนัดละอองดาว กับระรินไว้ต่างหากล่ะ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทันที

ละอองดาว ฮัลโหล

วิทย์แกมีไรรึเปล่าเห็นโทรมา ต้องมีเดือดมาให้ฉันอีกแล้ว แกนี่มันจริงเลยนะวิทย์ นี่แกทำงานก็ยังไม่เลิกทำตัวเป็นเด็กๆอีกแล้ว

กลางวันออกไปกินข้าวกับฉันที่ร้านเดิม แล้วฉันจะเล่าให้แกฟัง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล