"มังคลายาน" ไปทำอะไรที่ดาวอังคาร ?

"มังคลายาน" ไปทำอะไรที่ดาวอังคาร ?

"มังคลายาน" ไปทำอะไรที่ดาวอังคาร ?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อเวลา 09.08 น. ตามเวลามาตรฐาน กรีนิช (16.38 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ของวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (อิศโร) ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในขั้นตอนแรกสุดของความท้าทายใหญ่หลวงที่สุดที่ สำนักงานการบินอวกาศของอินเดียเคยพบมา

ขั้นตอนแรกสุดดูเหมือนทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ "มัลคลายาน" จะโคจรอยู่ในวงโคจรรอบโลกราว 1 เดือน เพื่อสะสมแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางก่อนดีดตัวหลุดออกจากแรงโน้มถ่วงของโลก นั่นคืออีกขั้นตอนที่ยุ่งยากไม่แพ้กันที่จะมาถึงอีกครั้งในราววันที่ 30 พฤศจิกายนนี้

นี่เป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะที่ผ่านมา มีหลายๆ ชาติ ดำเนินความพยายามหลายต่อหลายครั้ง อย่างน้อยกว่า 40 ครั้ง เพื่อส่งยานเดินทางไปยังดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ แต่ความพยายามมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้นลงเอยกลายเป็นความล้มเหลว นั่นอาจทำให้อินเดียกลายเป็นเพียงชาติที่ 4 เท่านั้นที่สามารถส่งยานไปดาวอังคารได้ (หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้) ต่อจากสหรัฐอเมริกา รัสเซียและสหภาพยุโรป

ความล้มเหลวครั้งล่าสุดของความพยายามไปดาวอังคารเกิดขึ้นกับยาน "อิ๋งหั่ว-1" ของจีนซึ่งกำหนดเอาไว้ว่าจะบรรลุถึงวงโคจรของดาวอังคารในตอนปลายปี 2012 ที่ผ่านมา แต่กลับไปไม่ถึงไหน เพราะยานส่งซึ่งเป็นยานอวกาศ โฟบอสกรันท์ ของรัสเซีย ติดแหง็กอยู่แค่ภายในวงโคจรระดับล่างของโลกไม่นานหลังถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนพฤศจิกายน 2011

เดิมทีมังคลายานมีกำหนดส่งขึ้นสู่อวกาศจากศูนย์อวกาศสถิษเทวัน ในวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่เผชิญกับสภาวะอากาศเลวร้ายจนต้องระงับเอาไว้ในที่สุด แต่การยิงจรวดส่งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และหากการจุดจรวดส่งเพื่อปรับทิศทางเป็นไปอย่างถูกต้องอีกครั้งในอีกราว 30 วันข้างหน้า มังคลายานก็น่าจะเดินทางถึงดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ได้ในราวปลายปีหน้า โดยใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 299 วัน

คำถามที่น่าสนใจก็คือ มังคลายานไปทำอะไรในวงโคจรของดาวอังคาร

ใน "มังคลายาน" มีอุปกรณ์เพื่อการสำรวจอยู่หลายอย่าง หากไม่นับกล้องถ่ายภาพสี่สีที่เป็นพื้นฐานแล้ว อุปกรณ์ที่เหลือทั้งหมดล้วนติดตั้งไว้เพื่อการสำรวจบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้โดยเฉพาะ อย่างเช่น เลย์แมน อัลฟา โฟโตมิเตอร์ หรือ "แลพ" ที่ใช้วัด "ปริมาณ" ของไฮโดรเจนและดิวเทอเรียม ซึ่งจะช่วยให้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการทำความเข้าใจว่าทำไมดาวอังคารถึงได้ สูญเสีย "น้ำ" ไป, มาร์ส เอ็กโซเฟอริค นิวทรอล คอมโพสิชั่น อนาไลเซอร์ หรือ "เมนกา" ที่ใช้สำหรับศึกษาองค์ประกอบของบรรยากาศด้านบนของดาวอังคาร ส่วน เทอร์มัล อินฟราเรด อิเมจจิ่้ง สเปคโตรมิเตอร์ ก็ใช้สำหรับวัดการปล่อยความร้อนและช่วยในการจัดทำแผนที่องค์ประกอบของพื้นผิวและแร่ธาตุบนดาวอังคาร

เป้าหมายในการส่งยานอวกาศขึ้นไปโคจรรอบดาวอังคารของอินเดียครั้งนี้นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้วยังมีวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบหาที่มาของ"มีเทน"ในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้อีกด้วย

"มีเทน"มีมากบนดาวอังคารแล้วก็มีมากเช่นเดียวกันบนโลก ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ มีเทน ในบรรยากาศของโลกนั้น 95 เปอร์เซ็นต์ เกิดจาก "จุลชีพ" ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกันว่า มีเทนบนดาวอังคารก็อาจเกิดจาก "จุลชีพ" เหล่านี้เช่นเดียวกัน แม้ว่าก๊าซชนิดนี้จะเกิดขึ้นได้จากอีกหลายสาเหตุ อย่างเช่นเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา โดยเฉพาะภูเขาไฟก็ได้ด้วยเช่นเดียวกันก็ตามที

อุปกรณ์สำคัญที่สุดที่ติดไปกับมังคลายานก็คือ มีเทน เซนเซอร์ ฟอร์ มาร์ส หรือ เอ็มเอสเอ็ม ที่จะวัดปริมาณแล้วจัดทำแผนที่แหล่งที่มาทั้งหมดของ ลำก๊าซมีเทนบนพื้นผิวดาวอังคาร

โครงการส่งมังคลายานไปโคจรรอบดาวอังคารครั้งนี้ ใช้เงินไปทั้งสิ้น 72 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,160 ล้านบาท ถือว่าเป็นงบประมาณไม่มากสำหรับโครงการสำรวจอวกาศขนาดนี้ แต่ถ้าพิจารณาในแง่ของสภาวะทางสังคมของอินเดีย ที่ยังเป็นประเทศที่มีสภาวะทุพโภชนาการในเด็กมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีคนยากจนอยู่อีกเป็นจำนวนมากแล้ว งบประมาณของโครงการก็กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกเช่นเดียวกัน

ก็ได้แต่หวังว่า ความสำเร็จของมังคลายาน จะทำให้รัฐบาลอินเดียหันมามุ่งเน้นในการใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและความเป็นอยู่ที่ดีของประเทศได้อีกครั้ง

ที่มา : นสพ.มติชน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล