เปิดชื่อ 12 ประเทศใช้ "ใบขับขี่ไทย" ขับรถเที่ยวได้เลย ไม่ต้องเสียเงินทำสากล!

เปิดชื่อ 12 ประเทศใช้ "ใบขับขี่ไทย" ขับรถเที่ยวได้เลย ไม่ต้องเสียเงินทำสากล!

เปิดชื่อ 12 ประเทศใช้ "ใบขับขี่ไทย" ขับรถเที่ยวได้เลย ไม่ต้องเสียเงินทำสากล!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พกติดตัวไว้เลย! เปิดรายชื่อ 12 ประเทศใช้ "ใบขับขี่ไทย" ขับรถเที่ยวได้ ไม่ต้องง้อใบขับขี่สากล

เช็กเงื่อนไข 9 ประเทศอาเซียน + 3 พิกัดยอดฮิต ใช้ "ใบขับขี่ไทย" สมาร์ทการ์ด ขับรถเที่ยวต่างแดนได้

ใครมีแพลนบินลัดฟ้าหรือขับรถไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและบางพิกัดยอดฮิตรอบโลก อาจไม่จำเป็นต้องทำ ใบขับขี่สากล (International Driving Permit) เสมอไป เพราะรู้หรือไม่ว่า "ใบขับขี่ไทยแบบสมาร์ทการ์ด" ที่มีข้อมูลภาษาอังกฤษควบคู่ สามารถนำไปใช้ขับขี่หรือเช่ารถในหลายประเทศได้ ภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ

สำหรับในกลุ่มอาเซียน มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการภายใต้ความตกลงว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศที่ออกโดยประเทศสมาชิกอาเซียน (Agreement on the Recognition of Domestic Driving Licences Issued by ASEAN Countries) ซึ่งลงนามร่วมกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2528 โดยมีหลักการสำคัญคือประเทศภาคีตกลงยอมรับใบอนุญาตขับรถของกันและกัน (ยกเว้นใบขับขี่ชั่วคราวหรือใบอนุญาตสำหรับผู้เรียนขับรถ) ขณะที่บางประเทศนอกอาเซียนก็มีกฎหมายท้องถิ่นที่เปิดช่องให้นักท่องเที่ยวใช้ใบขับขี่ที่มีข้อมูลภาษาอังกฤษได้ วันนี้เราสรุปเงื่อนไขและข้อควรระวังมาให้เช็กกันชัดๆ 

เจาะเงื่อนไขประเทศที่รองรับใบขับขี่ไทยสมาร์ทการ์ด

สำหรับคนไทยที่ถือใบขับขี่รูปแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) ซึ่งมีข้อมูลระบุชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถนำไปใช้ยื่นแสดงเพื่อขับขี่หรือเช่ารถได้ตามเงื่อนไขของแต่ละกลุ่มประเทศดังนี้:

โซนเอเชียและอาเซียน (9 ประเทศภาคีขับขี่ได้ตามข้อตกลง):

  1. ลาว
  2. เวียดนาม
  3. กัมพูชา
  4. เมียนมา
  5. มาเลเซีย
  6. อินโดนีเซีย
  7. บรูไน
  8. ฟิลิปปินส์
  9. สิงคโปร์

โซนนอกอาเซียน (3 ประเทศยอดฮิตที่ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ):

    1. นิวซีแลนด์ (New Zealand): ข้อมูลจาก NZ Transport Agency ระบุว่า ผู้ถือใบขับขี่รถยนต์ต่างประเทศสามารถใช้ขับขี่ได้นานสูงสุด 18 เดือน นับจากวันที่เดินทางเข้าประเทศล่าสุด ส่วนใบขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถบรรทุกใช้ได้สูงสุด 12 เดือน โดยใบขับขี่ต้องเป็นภาษาอังกฤษ หรือมีคำแปลภาษาอังกฤษ/เอกสารประกอบตามที่ทางการกำหนด
    2. ออสเตรเลีย (Australia): ขึ้นอยู่กับกฎหมายจราจรรายรัฐและเขตปกครอง (State/Territory) โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวสามารถใช้ใบขับขี่ต่างประเทศที่ยังไม่หมดอายุได้ แต่หากใบขับขี่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ต้องมีใบขับขี่สากลหรือคำแปลภาษาอังกฤษประกอบ ทั้งนี้มีข้อจำกัดด้านเวลาแตกต่างกัน เช่น Northern Territory อนุญาต 3 เดือน, New South Wales และ Victoria อนุญาตสูงสุด 6 เดือน จึงไม่ควรเหมารวมว่าใช้ได้เท่ากันทั้งประเทศ
    3. สหราชอาณาจักร (United Kingdom): สำหรับ Great Britain ซึ่งครอบคลุมอังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์ ผู้มาเยือนสามารถตรวจสอบสิทธิ์การขับขี่ด้วยใบขับขี่ต่างประเทศผ่านระบบของ GOV.UK โดยทั่วไปใบขับขี่เต็มรูปแบบจากต่างประเทศสามารถใช้ขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้สูงสุด 12 เดือน ส่วน Northern Ireland มีเงื่อนไขแยกต่างหาก จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทาง

สรุปว่า 9 ประเทศอาเซียนใช้ได้ตามข้อตกลง ส่วนอีก 3 ประเทศยอดฮิตใช้ได้ภายใต้เงื่อนไข ไม่ใช่ใช้ได้อัตโนมัติทุกกรณี

5 เช็กลิสต์สำคัญ! ป้องกันทริปล่มหน้าเคาน์เตอร์รถเช่า

แม้ว่ากฎหมายจราจรของประเทศปลายทางจะเปิดทางให้ แต่ในความเป็นจริงเพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาท นักเดินทางควรตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ให้พร้อม:

      • ใบขับขี่ตัวจริงต้องยังไม่หมดอายุ
      • ต้องเป็นใบขับขี่รูปแบบสมาร์ทการ์ดที่มีข้อมูลภาษาอังกฤษระบุควบคู่ชัดเจน
      • ประเภทของใบขับขี่ต้องตรงกับประเภทรถที่เช่าหรือขับขี่จริง
      • ต้องพกหนังสือเดินทาง (Passport) ติดตัวไว้คู่กับใบขับขี่เสมอ
      • *ตรวจสอบนโยบายบริษัทรถเช่าและประกันภัย:* บริษัทรถเช่าเอกชนในบางพื้นที่อาจมีข้อกำหนดภายในที่เข้มงวดกว่ากฎหมายจราจร และอาจปฏิเสธไม่ยอมส่งมอบรถให้หากไม่มีใบขับขี่สากล (IDP) มาแสดงร่วมด้วย นอกจากนี้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เงื่อนไขของบริษัทประกันภัยบางแห่งอาจเรียกตรวจใบขับขี่สากลเพื่อประกอบการเคลม

ใบขับขี่แบบเก่า (แบบกระดาษหรือไม่มีภาษาอังกฤษ)

สำหรับผู้ที่ยังถือใบขับขี่รุ่นเก่าที่ไม่มีการระบุข้อมูลภาษาอังกฤษกำกับอย่างชัดเจน อาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่หรือบริษัทรถเช่าในต่างประเทศ แนะนำให้เดินทางไปเปลี่ยนเป็นใบขับขี่รูปแบบสมาร์ทการ์ดที่สำนักงานขนส่ง หรือพิจารณาทำใบขับขี่สากลเพิ่มเติมก่อนออกเดินทางเพื่อความสะดวกและรัดกุมที่สุด

อัปเดตสถานะ "ติมอร์-เลสเต" สมาชิกอาเซียนใหม่

แม้ติมอร์-เลสเตจะเข้าร่วมอาเซียนแล้ว แต่ในทางปฏิบัติเรื่องการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในภูมิภาคยังควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือบริษัทรถเช่าก่อนเดินทาง เนื่องจากระบบขนส่งและข้อตกลงที่เกี่ยวข้องอาจยังอยู่ในช่วงปรับตัว ดังนั้น หากมีแผนจะขับรถเที่ยวในติมอร์-เลสเต แนะนำให้ทำใบขับขี่สากลพกติดตัวไปด้วย หรือสอบถามบริษัทรถเช่าปลายทางโดยตรงจะปลอดภัยที่สุด

กรณีไหนที่จำเป็นต้องทำ "ใบขับขี่สากล"?

หากคุณมีแพลนจะเดินทางไปท่องเที่ยวนอกกลุ่มประเทศข้างต้น เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ หรือประเทศอื่นๆ ในยุโรปและอเมริกา คุณจำเป็นต้องทำใบขับขี่สากล (IDP) โดยกรมการขนส่งทางบกจะออกให้ตาม 2 อนุสัญญาหลักๆ ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางดังนี้:

ประเภทอนุสัญญา อายุใบขับขี่ ตัวอย่างประเทศที่รองรับ (กรุณาเช็กเงื่อนไขอีกครั้ง)
อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 1 ปี ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา
อนุสัญญาเวียนนา ค.ศ. 1968 3 ปี เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์

 

สรุปแล้ว แม้ใบขับขี่ไทยแบบสมาร์ทการ์ดจะมีสิทธิ์ประโยชน์ช่วยให้ขับรถเที่ยวในกลุ่มอาเซียนและประเทศยอดฮิตบางแห่งได้ภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมาย แต่เพื่อความราบรื่นและอุ่นใจ 100% การตรวจสอบนโยบายของบริษัทรถเช่าล่วงหน้า รวมถึงการพกหนังสือเดินทางและใบขับขี่ตัวจริงติดตัวไว้เสมอ คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยเซฟให้ทริปโรดทริปต่างแดนของคุณสนุกและปลอดภัย

 

แหล่งอ้างอิง

    1. ASEAN Agreement on the Recognition of Domestic Driving Licences Issued by ASEAN Countries
    2. NZ Transport Agency: Driving on New Zealand roads
    3. Austroads: Drivers Visiting Australia or New Zealand
    4. GOV.UK: Driving in Great Britain on a non-GB licence
    5. NIDirect: Advice for foreign driving licences in Northern Ireland
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล