จีนเล็งคุมเบาะ Zero-Gravity ในรถ EV หวั่นอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

จีนเล็งคุมเบาะ Zero-Gravity ในรถ EV หวั่นอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

จีนเล็งคุมเบาะ Zero-Gravity ในรถ EV หวั่นอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รถยนต์ไฟฟ้าจีนยุคใหม่แข่งกันใส่ฟีเจอร์ล้ำ ๆ เข้ามาเต็มคัน ไม่ว่าจะเป็นจอขนาดใหญ่ เบาะนวด เบาะปรับเอนได้เหมือนเก้าอี้เลานจ์ ไฟ Ambient Light หรือห้องโดยสารที่ออกแบบให้เหมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ แต่ล่าสุดหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเริ่มมองว่า ฟีเจอร์บางอย่างอาจ “สบายเกินไป” จนกระทบต่อความปลอดภัย

ล่าสุดทางการจีนกำลังพิจารณาเข้มงวดกับเบาะนั่งแบบปรับเอนมากเป็นพิเศษ หรือที่หลายค่ายเรียกว่า Zero-Gravity Seat หลังพบความกังวลว่า หากผู้โดยสารนั่งหรือเอนตัวเกือบแนวราบขณะรถเกิดอุบัติเหตุ เข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยอาจไม่สามารถปกป้องร่างกายได้เต็มประสิทธิภาพ 

เบาะ Zero-Gravity คืออะไร ทำไมถึงถูกจับตามอง?

Zero-Gravity Seat หรือเบาะนั่งที่ปรับเอนได้ลึกมาก ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสบายให้ผู้โดยสาร โดยเฉพาะในรถ EV และรถหรูหลายรุ่นที่ต้องการเปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นพื้นที่พักผ่อนระหว่างเดินทาง

เบาะลักษณะนี้มักมาพร้อมฟังก์ชันเสริม เช่น ระบบนวด เบาะรองขาปรับไฟฟ้า โหมดเอนนอน จอหลังขนาดใหญ่ และระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้โดยสารสามารถเอนพักหรือนอนหลับระหว่างเดินทางได้สะดวกขึ้น

ปัญหาคือ เมื่อตำแหน่งนั่งเปลี่ยนจาก “นั่งตัวตรง” เป็น “เอนเกือบแนวราบ” ระบบความปลอดภัยพื้นฐานอย่างเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยอาจทำงานได้ไม่เหมือนเดิม เพราะทั้งสองระบบถูกออกแบบมาให้ปกป้องร่างกายในท่านั่งปกติเป็นหลัก

batch2027-mercedes-eqs-402-12

เสี่ยงเกิดอาการ “Submarine” ร่างไถลใต้เข็มขัด

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน หรือ MIIT เตือนว่า หากผู้โดยสารนั่งเอนมากเกินไปในขณะเกิดการชน อาจเกิดอาการที่เรียกว่า Submarine หรือร่างกายไถลลอดใต้เข็มขัดนิรภัย ทำให้แรงรั้งของเข็มขัดไม่อยู่ในตำแหน่งที่ควรเป็น

ผลที่ตามมาคือ ผู้โดยสารอาจได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณช่องท้อง กระดูกสันหลัง หน้าอก หรือศีรษะ แม้ตัวรถจะมีถุงลมนิรภัยและโครงสร้างนิรภัยครบก็ตาม เพราะท่านั่งที่ไม่เหมาะสมทำให้ระบบป้องกันไม่สามารถทำงานได้เต็มที่

จีนไม่ได้เล็งแค่เบาะเอน แต่คุมฟีเจอร์รถยุคใหม่หลายอย่าง

ประเด็นเบาะเอนนอนเป็นเพียงหนึ่งในหลายฟีเจอร์ที่ทางการจีนเริ่มตรวจสอบอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้จีนเคยจับตาและพิจารณากฎเกี่ยวกับ มือจับประตูแบบซ่อน, พวงมาลัยทรง Yoke, ระบบ One-Pedal Driving และ หน้าจอขนาดใหญ่ที่ลดปุ่มกดจริงภายในรถ 

เหตุผลสำคัญคือ ฟีเจอร์เหล่านี้แม้ดูทันสมัยและช่วยให้รถดูไฮเทคขึ้น แต่ในบางสถานการณ์อาจกระทบต่อความปลอดภัย เช่น มือจับประตูไฟฟ้าอาจเป็นปัญหาเมื่อเกิดอุบัติเหตุและระบบไฟฟ้าขัดข้อง หรือหน้าจอขนาดใหญ่ที่รวมคำสั่งสำคัญไว้ในจอ อาจทำให้ผู้ขับต้องละสายตาจากถนนมากเกินไป

ทำไมเรื่องนี้กระทบวงการรถ EV ทั่วโลก?

จีนถือเป็นตลาดรถ EV ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นประเทศที่ผลักดันฟีเจอร์ล้ำ ๆ ในรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นห้องโดยสารแบบเลานจ์ จอหลายตำแหน่ง ระบบช่วยขับขั้นสูง หรือดีไซน์ที่ลดปุ่มกดแบบดั้งเดิม

แต่เมื่อจีนเริ่มหันมาคุมความปลอดภัยมากขึ้น ทิศทางการออกแบบรถ EV ในอนาคตอาจเปลี่ยนตามไปด้วย เพราะค่ายรถที่ต้องการขายในจีนจำเป็นต้องปรับตัว และเมื่อฟีเจอร์บางอย่างถูกจำกัดในตลาดใหญ่ระดับโลก ก็มีโอกาสที่รถรุ่นเดียวกันในประเทศอื่นจะถูกออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกันด้วย

batchdream-voyah-seats-may282

เบาะเอนนอนผิดกฎหมายเลยไหม?

ตอนนี้ยังไม่ได้หมายความว่าเบาะแบบ Zero-Gravity จะถูกแบนทั้งหมดทันที แต่จีนกำลังพิจารณากฎใหม่ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเบาะนั่งลักษณะนี้ โดยอยู่ระหว่างการเปิดรับความคิดเห็นสาธารณะจนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2026 แนวทางที่เป็นไปได้อาจไม่ใช่การห้ามใช้เบาะปรับเอนโดยสิ้นเชิง แต่อาจเป็นการกำหนดเงื่อนไข เช่น จำกัดองศาการเอนขณะรถกำลังเคลื่อนที่ เตือนผู้โดยสารเมื่อปรับเบาะในตำแหน่งเสี่ยง หรือบังคับให้ระบบความปลอดภัยต้องรองรับท่านั่งที่หลากหลายมากขึ้น

batchbyd-seats-may28263-1536x

ผู้ใช้รถควรระวังอะไร?

แม้รถจะมีเบาะปรับเอนสบายแค่ไหน แต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนที่ ผู้โดยสารควรนั่งในตำแหน่งที่ปลอดภัย ไม่เอนนอนมากเกินไป และคาดเข็มขัดนิรภัยให้ถูกตำแหน่งเสมอ

  • ไม่ควรเอนเบาะเกือบแนวราบขณะรถกำลังวิ่ง
  • คาดเข็มขัดนิรภัยให้สายพาดผ่านไหล่และสะโพกอย่างถูกต้อง
  • ไม่วางเท้าบนคอนโซลหน้า
  • ปรับพนักพิงให้อยู่ในมุมที่ยังรองรับลำตัวได้ดี
  • หากต้องการพักผ่อนหรือนอน ควรทำเมื่อรถจอดสนิทในจุดปลอดภัย

การที่จีนเริ่มพิจารณาคุมเบาะเอนนอนในรถ EV สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเข้าสู่จุดที่ต้องหาสมดุลระหว่าง “ความล้ำ” กับ “ความปลอดภัย” ให้ดีขึ้น ฟีเจอร์อย่าง Zero-Gravity Seat อาจช่วยให้การเดินทางสบายขึ้นจริง แต่หากใช้งานผิดจังหวะ โดยเฉพาะขณะรถกำลังเคลื่อนที่ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล