ผลวิจัยชี้ ผู้หญิงเสี่ยงบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถมากกว่าผู้ชาย 60% เหตุเพราะหุ่นทดสอบชนยังไม่สมจริงพอ

ผลวิจัยชี้ ผู้หญิงเสี่ยงบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถมากกว่าผู้ชาย 60% เหตุเพราะหุ่นทดสอบชนยังไม่สมจริงพอ

ผลวิจัยชี้ ผู้หญิงเสี่ยงบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถมากกว่าผู้ชาย 60% เหตุเพราะหุ่นทดสอบชนยังไม่สมจริงพอ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รถยนต์ยุคใหม่ปลอดภัยขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งถุงลมนิรภัย ระบบช่วยเบรก ระบบเตือนการชน และโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงขึ้น แต่ผลวิจัยล่าสุดกลับชี้ว่า ความปลอดภัยเหล่านี้อาจยังไม่ได้ปกป้องทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะผู้หญิง ข้อมูลจากงานวิจัยของ Graz University of Technology ประเทศออสเตรีย พบว่า ผู้หญิงมีความเสี่ยงบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์มากกว่าผู้ชายถึง 60% แม้หลายกรณีจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วยความเร็วต่ำกว่า โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือมาตรฐานการทดสอบความปลอดภัยในอดีตที่อิงกับสรีระของผู้ชายเป็นหลัก 

ทำไมผู้หญิงถึงเสี่ยงบาดเจ็บจากอุบัติเหตุมากกว่า?

รายงานระบุว่า นักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุในออสเตรียระหว่างปี 2012-2024 และจำลองอุบัติเหตุจริงด้วยการทดสอบชน รวมถึงใช้แบบจำลองร่างกายมนุษย์แบบดิจิทัล ผลที่พบคือ ผู้หญิงมีแนวโน้มบาดเจ็บรุนแรงบริเวณหน้าอก กระดูกสันหลัง แขน และขา มากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงสูงอายุที่มีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ

สาเหตุสำคัญมาจากการที่มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ในอดีตมักอ้างอิงจากร่างกายของ “ผู้ชายขนาดเฉลี่ย” เป็นหลัก ขณะที่หุ่นทดสอบชนสำหรับผู้หญิงแบบดั้งเดิมหลายรุ่น เป็นเพียงการย่อส่วนจากหุ่นผู้ชายให้มีขนาดเล็กลงเท่านั้น ไม่ได้สะท้อนความแตกต่างทางกายวิภาคของผู้หญิงอย่างแท้จริง

817522

หุ่นทดสอบชนผู้หญิงแบบเดิม อาจไม่แทนผู้หญิงส่วนใหญ่

ประเด็นที่น่าสนใจคือ หุ่นทดสอบชนเพศหญิงที่ใช้กันมายาวนาน มักอ้างอิงจากผู้หญิงรูปร่างเล็กมาก ขณะที่ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า ผู้หญิงกว่า 95% มีขนาดร่างกายใหญ่กว่าหุ่นอ้างอิงดังกล่าว จึงทำให้ผลการทดสอบอาจไม่ครอบคลุมผู้โดยสารหญิงส่วนใหญ่ในชีวิตจริง 

พูดง่าย ๆ คือ รถอาจผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน แต่คนที่นั่งอยู่ในรถจริงมีรูปร่าง ท่านั่ง น้ำหนัก และสรีระที่หลากหลายมากกว่าหุ่นทดสอบที่ใช้ในห้องแล็บ

ผู้หญิงไม่ใช่แค่ “ผู้ชายตัวเล็กกว่า”

นักวิจัยชี้ว่า ความแตกต่างระหว่างร่างกายผู้ชายและผู้หญิงไม่ได้มีแค่เรื่องส่วนสูงหรือน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างเชิงกราน รูปทรงหน้าอก ตำแหน่งไหล่ และการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง ซึ่งทั้งหมดมีผลต่อรูปแบบการบาดเจ็บเมื่อเกิดการชน 

ดังนั้น การใช้หุ่นทดสอบชนที่เป็นเพียงการลดขนาดจากหุ่นผู้ชาย อาจไม่เพียงพอสำหรับการออกแบบระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุมผู้โดยสารทุกกลุ่ม

สหรัฐฯ เริ่มใช้หุ่นทดสอบชนผู้หญิงรุ่นใหม่ THOR-05F

ข่าวดีคือวงการทดสอบความปลอดภัยเริ่มปรับตัวแล้ว โดยสหรัฐฯ ได้เริ่มนำหุ่นทดสอบชนผู้หญิงรุ่นใหม่ THOR-05F มาใช้งาน ซึ่งออกแบบโดยอ้างอิงจากสรีระของผู้หญิงจริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่การย่อส่วนจากหุ่นผู้ชาย

หุ่นรุ่นใหม่นี้มีเซ็นเซอร์และระบบวัดค่าที่ละเอียดกว่าเดิม ช่วยให้นักวิจัยและผู้ผลิตรถยนต์เข้าใจได้ดีขึ้นว่า ร่างกายของผู้หญิงตอบสนองต่อแรงชนอย่างไร และควรปรับปรุงถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัย เบาะนั่ง หรือโครงสร้างภายในรถอย่างไรให้ปลอดภัยมากขึ้น

batch09c1202_050-copy-1-1536x

ท่านั่งก็มีผลต่อความปลอดภัย

อีกปัจจัยที่งานวิจัยพูดถึงคือ ตำแหน่งการนั่ง โดยผู้โดยสารตอนหน้ามักปรับเบาะเอนมากกว่าคนขับ หรือนั่งห่างจากพวงมาลัยและแผงหน้าปัดมากกว่า ซึ่งอาจทำให้ถุงลมนิรภัยและเข็มขัดนิรภัยทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ผู้หญิงมักเป็นผู้โดยสารตอนหน้ามากกว่าคนขับในหลายกรณี จึงมีโอกาสเจอความเสี่ยงจากตำแหน่งการนั่งที่ระบบความปลอดภัยอาจไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับอย่างเหมาะสม

เทคโนโลยีเข็มขัดนิรภัยอัจฉริยะอาจเป็นทางออก

หนึ่งในตัวอย่างเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจคือระบบเข็มขัดนิรภัยแบบปรับตัวได้ของ Volvo EX60 ซึ่งสามารถตรวจจับข้อมูล เช่น ขนาดร่างกาย ตำแหน่งการนั่ง ท่าทางของผู้โดยสาร และความรุนแรงของการชนแบบเรียลไทม์ ก่อนปรับแรงรั้งของเข็มขัดให้เหมาะสมกับสถานการณ์

แนวคิดนี้แตกต่างจากเข็มขัดนิรภัยแบบเดิมที่มักมีรูปแบบการทำงานค่อนข้างตายตัว เพราะระบบใหม่สามารถปรับให้เหมาะกับผู้โดยสารที่มีรูปร่างแตกต่างกันได้มากขึ้น เช่น คนตัวเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้โดยสารที่มีตำแหน่งการนั่งไม่เหมือนกัน

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญกับรถยุคใหม่?

รถยนต์ยุคใหม่ไม่ได้แข่งกันแค่แรงม้า ระยะทางวิ่ง หรือหน้าจอใหญ่เท่านั้น แต่เทคโนโลยีความปลอดภัยต้อง “เข้าใจมนุษย์จริง” มากขึ้นด้วย เพราะผู้ใช้รถไม่ได้มีแค่ผู้ชายรูปร่างเฉลี่ย แต่มีทั้งผู้หญิง ผู้สูงอายุ เด็ก คนตัวเล็ก คนตัวใหญ่ และคนที่มีพฤติกรรมการนั่งแตกต่างกัน

การพัฒนาหุ่นทดสอบชนให้หลากหลายขึ้น รวมถึงการใช้เซ็นเซอร์ AI และระบบความปลอดภัยแบบปรับตัวได้ จะช่วยให้รถในอนาคตออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้โดยสารได้ตรงกับชีวิตจริงมากขึ้น

ผู้ใช้รถควรทำอย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น?

แม้เทคโนโลยีของรถจะสำคัญ แต่ผู้ใช้รถเองก็สามารถลดความเสี่ยงได้เช่นกัน โดยเฉพาะการปรับท่านั่งให้เหมาะสมก่อนเดินทาง

  • คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง ทั้งคนขับและผู้โดยสาร
  • ปรับเบาะให้นั่งในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่เอนมากเกินไป
  • ไม่วางเท้าบนคอนโซลหรือพาดขาหน้ารถ
  • ปรับพนักพิงศีรษะให้อยู่ในระดับเหมาะสม
  • นั่งให้หลังแนบพนักพิง และไม่เลื่อนเบาะไกลเกินไป
  • เลือกซื้อรถที่มีระบบความปลอดภัยครบ ทั้งถุงลมนิรภัยและระบบช่วยขับขี่

ดังนั้นผลวิจัยที่ระบุว่าผู้หญิงเสี่ยงบาดเจ็บจากอุบัติเหตุมากกว่าผู้ชาย 60% เป็นสัญญาณสำคัญว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ต้องพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมผู้ใช้งานจริงมากขึ้น ไม่ใช่อ้างอิงจากร่างกายแบบเดียวอีกต่อไป

การมาของหุ่นทดสอบชนผู้หญิงรุ่นใหม่ ระบบเข็มขัดนิรภัยอัจฉริยะ และเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบปรับตามผู้โดยสาร อาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้รถยนต์ยุคต่อไปปลอดภัยขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก หรือผู้สูงอายุ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล