Toyota GRMN Corolla เปิดตัว! แฮทช์แบ็กตัวโหด เบาะหลังไม่มี แรงบิดเพิ่ม พร้อมลุยสนามเต็มขั้น

ใครบอกว่า Toyota GR Corolla ว่าโหดแล้ว แต่รอบนี้ Toyota ขยับไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Toyota GRMN Corolla เวอร์ชันพิเศษที่ถูกพัฒนาให้เป็นรุ่นสายสนามมากที่สุดของตระกูล Corolla โดยชื่อ GRMN ย่อมาจาก Gazoo Racing Meister of the Nürburgring สะท้อนชัดเจนว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้งานธรรมดาเท่านั้น แต่ถูกปรุงแต่งมาเพื่อคนรักการขับขี่แบบจริงจัง
แม้หน้าตาโดยรวมจะยังต่อยอดจาก GR Corolla ที่เราคุ้นเคย แต่ GRMN Corolla ได้รับการอัปเกรดแทบทุกจุด ตั้งแต่เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แอโรไดนามิก น้ำหนักตัว ไปจนถึงห้องโดยสารที่ตัดเบาะหลังออก เพื่อทำให้รถตอบสนองดีขึ้นและพร้อมใช้งานในสนามมากกว่าเดิม
ความเปลี่ยนแปลงใน GRMN Corolla
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
หัวใจของ Toyota GRMN Corolla ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร รหัส G16E-GTS บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน GR Corolla, GR Yaris และ GRMN Yaris
กำลังสูงสุดยังอยู่ที่ 300 แรงม้า แต่แรงบิดถูกเพิ่มจากเดิม 295 ปอนด์-ฟุต เป็น 302 ปอนด์-ฟุต หรือประมาณ 410 นิวตันเมตร สำหรับเวอร์ชันอเมริกาเหนือ ส่วนรุ่นจำหน่ายในญี่ปุ่นจะได้แรงบิดสูงกว่าเล็กน้อยที่ 306 ปอนด์-ฟุต หรือประมาณ 415 นิวตันเมตร
_.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่แรงบิดสูงสุดที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ Toyota ยังปรับให้แรงบิดช่วงกลางมีมากขึ้น ทำให้การเร่งออกจากโค้งและการขับในสนามตอบสนองดีกว่าเดิม
การปรับปรุงใน GRMN Corolla คือการนำบทเรียนจากการทดสอบรถแข่ง GR Corolla ที่ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาปรับใช้ โดย Toyota ระบุว่าการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบระบายความร้อนของรุ่นนี้ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในสนามแข่งจริง
หนึ่งในอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาคือ ระบบฉีดน้ำอินเตอร์คูลเลอร์ หรือ Intercooler Spray System ช่วยควบคุมอุณหภูมิอากาศไอดีให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อรักษาพละกำลังให้คงที่เมื่อขับหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสนามแข่งที่เครื่องยนต์ต้องทำงานเต็มกำลังเป็นเวลานาน
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ตัดเบาะหลัง ลดน้ำหนัก 30 กก.
หาก GR Corolla รุ่น Morizo Edition เคยสร้างภาพจำของแฮทช์แบ็กสายฮาร์ดคอร์ที่ยอมลดความสะดวกสบายเพื่อสมรรถนะ GRMN Corolla ก็เดินตามแนวทางนั้นอย่างชัดเจน
รุ่นนี้ ตัดเบาะหลังออก ทำให้กลายเป็นรถ 2 ที่นั่งเต็มตัว และช่วยลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 66 ปอนด์ หรือราว 30 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ GR Corolla รุ่นปกติ
การลดน้ำหนักจุดนี้ช่วยให้รถคล่องตัวขึ้น ตอบสนองไวขึ้น และเหมาะกับการขับในสนามมากขึ้น แม้ต้องแลกกับความอเนกประสงค์ในชีวิตประจำวันก็ตาม
แอโรพาร์ตจัดเต็ม พร้อมปีกหลังปรับได้ 5 ระดับ
ภายนอกของ Toyota GRMN Corolla ได้รับการติดตั้งชุดแอโรไดนามิกใหม่ที่ต่อยอดจากบทเรียนในสนามแข่งเช่นกัน จุดเด่นคือ ปีกหลังปรับได้ 5 ระดับ ช่วยให้ผู้ขับสามารถปรับสมดุลแรงกดท้ายรถให้เหมาะกับสนามหรือสไตล์การขับได้
นอกจากนี้ยังมีช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงหน้า ช่องระบายที่ซุ้มล้อหน้า สปอยเลอร์ด้านข้าง และชุดแต่งรอบคันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยทั้งการระบายความร้อนและการสร้างเสถียรภาพขณะใช้ความเร็วสูง
_.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 พร้อมล้อฟอร์จสีบรอนซ์
ถ้า GR Corolla รุ่นปกติใช้ยาง Michelin Pilot Sport 5 ขนาด 235/40R18 รุ่น GRMN จะขยับไปใช้ยางที่จริงจังกว่าอย่าง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/40 ZR18
ยางชุดนี้ให้หน้าสัมผัสที่กว้างขึ้นและมีการยึดเกาะที่เหมาะกับการขับในสนามมากกว่าเดิม ประกบกับล้อฟอร์จขนาด 18 นิ้ว ลาย 10 ก้าน สี Matte Bronze พร้อมโลโก้ GR แทนโลโก้ Toyota ตามแนวทางที่ Toyota ต้องการผลักดัน Gazoo Racing ให้เป็นซับแบรนด์สมรรถนะสูงอย่างจริงจัง
ช่วงล่างใหม่ ระบบขับ 4 และพวงมาลัยถูกปรับเพิ่ม
Toyota ไม่ได้เพิ่มแค่พลังเครื่องยนต์และแอโรพาร์ต แต่ยังปรับช่วงล่างใหม่ด้วยโช้กอัพแบบ Monotube ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้การควบคุมตัวรถแม่นยำขึ้น
ทีมวิศวกรยังปรับจูนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่ เพื่อให้รถตอบสนองดีขึ้นเมื่อขับในสนาม Toyota ถึงขั้นเรียกรุ่นนี้ว่าเป็นเวอร์ชัน “ultimate” ของ GR Corolla หรือรุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดของแฮทช์แบ็กรุ่นนี้ในเจเนอเรชันปัจจุบัน
ห้องโดยสาร 2 ที่นั่ง พร้อมคาร์บอนไฟเบอร์
ภายในห้องโดยสารของ GRMN Corolla ถูกปรับให้มีอารมณ์รถแข่งมากขึ้น รุ่นอเมริกาเหนือจะได้เบาะสปอร์ตแบบ Semi-bucket ส่วนรุ่นญี่ปุ่นและออสเตรเลียจะได้เบาะคนขับแบบ Full bucket ที่ให้การโอบกระชับด้านข้างมากกว่า
แผงแดชบอร์ดฝั่งผู้โดยสารตกแต่งด้วย คาร์บอนไฟเบอร์ ที่พัฒนาและผลิตโดย Toyota เอง ขณะที่แผงประตูและหัวเกียร์ใช้สี Alumite Red เพิ่มบรรยากาศสปอร์ตภายในห้องโดยสาร
มีแผ่นป้าย Serial Number คาดผลิตจำกัด
อีกจุดที่ยืนยันความพิเศษของ GRMN Corolla คือการติดตั้งแผ่นป้าย Serial Number เหนือคันเกียร์ธรรมดา แม้ Toyota ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผลิตอย่างเป็นทางการ แต่จากรูปแบบหมายเลขที่มีเพียง 3 หลัก ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าอาจผลิตไม่เกิน 999 คัน หรืออาจจำกัดจำนวนตามแต่ละภูมิภาค
รุ่นนี้จะทำตลาดหลักใน ญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย โดยยังไม่มีการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะสูงกว่า GR Corolla รุ่นปกติพอสมควร ซึ่งในสหรัฐฯ GR Corolla มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 41,415 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนรวมออปชัน
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
สเปกเด่น Toyota GRMN Corolla
| รุ่น | Toyota GRMN Corolla |
| เครื่องยนต์ | เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ 1.6 ลิตร G16E-GTS |
| กำลังสูงสุด | 300 แรงม้า |
| แรงบิด | 302 ปอนด์-ฟุต หรือ 410 นิวตันเมตร / รุ่นญี่ปุ่น 415 นิวตันเมตร |
| ระบบส่งกำลัง | เกียร์ธรรมดา |
| ระบบขับเคลื่อน | ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปรับจูนใหม่ |
| น้ำหนัก | ลดลงประมาณ 30 กก. จากการตัดเบาะหลัง |
| ยาง | Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/40 ZR18 |
| ล้อ | ล้อฟอร์จ 18 นิ้ว สี Matte Bronze |
| แอโรไดนามิก | ปีกหลังปรับได้ 5 ระดับ ช่องระบายอากาศ ฝากระโปรงและซุ้มล้อหน้า |
| ที่นั่ง | 2 ที่นั่ง ไม่มีเบาะหลัง |
| ตลาดหลัก | ญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย |
แม้ Toyota ยังไม่ได้พูดตรง ๆ ว่า GRMN Corolla คือรุ่นส่งท้ายของ GR Corolla เจเนอเรชันปัจจุบัน แต่การอัปเกรดแบบจัดเต็มและผลิตจำนวนจำกัดทำให้หลายคนมองว่านี่อาจเป็นเวอร์ชันพิเศษที่ Toyota เก็บของดีที่สุดไว้ท้ายรุ่น
ขณะเดียวกัน Toyota มีข่าวว่ากำลังพัฒนาเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตรใหม่สำหรับรถตระกูล GR ในอนาคต รวมถึงมีการเผยแนวคิด Corolla เจเนอเรชันใหม่ในรูปแบบซีดานคอนเซปต์ไปแล้ว ทำให้อนาคตของ GR Corolla ยังน่าจับตาว่าจะเดินต่อในทิศทางใด
อัลบั้มภาพ 21 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







