Toyota GRMN Corolla เปิดตัว! แฮทช์แบ็กตัวโหด เบาะหลังไม่มี แรงบิดเพิ่ม พร้อมลุยสนามเต็มขั้น

Toyota GRMN Corolla เปิดตัว! แฮทช์แบ็กตัวโหด เบาะหลังไม่มี แรงบิดเพิ่ม พร้อมลุยสนามเต็มขั้น

Toyota GRMN Corolla เปิดตัว! แฮทช์แบ็กตัวโหด เบาะหลังไม่มี แรงบิดเพิ่ม พร้อมลุยสนามเต็มขั้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใครบอกว่า Toyota GR Corolla ว่าโหดแล้ว แต่รอบนี้ Toyota ขยับไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Toyota GRMN Corolla เวอร์ชันพิเศษที่ถูกพัฒนาให้เป็นรุ่นสายสนามมากที่สุดของตระกูล Corolla โดยชื่อ GRMN ย่อมาจาก Gazoo Racing Meister of the Nürburgring สะท้อนชัดเจนว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้งานธรรมดาเท่านั้น แต่ถูกปรุงแต่งมาเพื่อคนรักการขับขี่แบบจริงจัง

แม้หน้าตาโดยรวมจะยังต่อยอดจาก GR Corolla ที่เราคุ้นเคย แต่ GRMN Corolla ได้รับการอัปเกรดแทบทุกจุด ตั้งแต่เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แอโรไดนามิก น้ำหนักตัว ไปจนถึงห้องโดยสารที่ตัดเบาะหลังออก เพื่อทำให้รถตอบสนองดีขึ้นและพร้อมใช้งานในสนามมากกว่าเดิม

ความเปลี่ยนแปลงใน GRMN Corolla

2026-toyota-grmn-corolla(10)

หัวใจของ Toyota GRMN Corolla ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร รหัส G16E-GTS บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน GR Corolla, GR Yaris และ GRMN Yaris

กำลังสูงสุดยังอยู่ที่ 300 แรงม้า แต่แรงบิดถูกเพิ่มจากเดิม 295 ปอนด์-ฟุต เป็น 302 ปอนด์-ฟุต หรือประมาณ 410 นิวตันเมตร สำหรับเวอร์ชันอเมริกาเหนือ ส่วนรุ่นจำหน่ายในญี่ปุ่นจะได้แรงบิดสูงกว่าเล็กน้อยที่ 306 ปอนด์-ฟุต หรือประมาณ 415 นิวตันเมตร

2026-toyota-grmn-corolla(7)_

จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่แรงบิดสูงสุดที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ Toyota ยังปรับให้แรงบิดช่วงกลางมีมากขึ้น ทำให้การเร่งออกจากโค้งและการขับในสนามตอบสนองดีกว่าเดิม

การปรับปรุงใน GRMN Corolla คือการนำบทเรียนจากการทดสอบรถแข่ง GR Corolla ที่ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาปรับใช้ โดย Toyota ระบุว่าการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบระบายความร้อนของรุ่นนี้ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในสนามแข่งจริง

หนึ่งในอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาคือ ระบบฉีดน้ำอินเตอร์คูลเลอร์ หรือ Intercooler Spray System ช่วยควบคุมอุณหภูมิอากาศไอดีให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อรักษาพละกำลังให้คงที่เมื่อขับหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสนามแข่งที่เครื่องยนต์ต้องทำงานเต็มกำลังเป็นเวลานาน

2026-toyota-grmn-corolla(16)

ตัดเบาะหลัง ลดน้ำหนัก 30 กก.

หาก GR Corolla รุ่น Morizo Edition เคยสร้างภาพจำของแฮทช์แบ็กสายฮาร์ดคอร์ที่ยอมลดความสะดวกสบายเพื่อสมรรถนะ GRMN Corolla ก็เดินตามแนวทางนั้นอย่างชัดเจน

รุ่นนี้ ตัดเบาะหลังออก ทำให้กลายเป็นรถ 2 ที่นั่งเต็มตัว และช่วยลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 66 ปอนด์ หรือราว 30 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ GR Corolla รุ่นปกติ

การลดน้ำหนักจุดนี้ช่วยให้รถคล่องตัวขึ้น ตอบสนองไวขึ้น และเหมาะกับการขับในสนามมากขึ้น แม้ต้องแลกกับความอเนกประสงค์ในชีวิตประจำวันก็ตาม

แอโรพาร์ตจัดเต็ม พร้อมปีกหลังปรับได้ 5 ระดับ

ภายนอกของ Toyota GRMN Corolla ได้รับการติดตั้งชุดแอโรไดนามิกใหม่ที่ต่อยอดจากบทเรียนในสนามแข่งเช่นกัน จุดเด่นคือ ปีกหลังปรับได้ 5 ระดับ ช่วยให้ผู้ขับสามารถปรับสมดุลแรงกดท้ายรถให้เหมาะกับสนามหรือสไตล์การขับได้

นอกจากนี้ยังมีช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงหน้า ช่องระบายที่ซุ้มล้อหน้า สปอยเลอร์ด้านข้าง และชุดแต่งรอบคันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยทั้งการระบายความร้อนและการสร้างเสถียรภาพขณะใช้ความเร็วสูง

2026-toyota-grmn-corolla(6)_

ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 พร้อมล้อฟอร์จสีบรอนซ์

ถ้า GR Corolla รุ่นปกติใช้ยาง Michelin Pilot Sport 5 ขนาด 235/40R18 รุ่น GRMN จะขยับไปใช้ยางที่จริงจังกว่าอย่าง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/40 ZR18

ยางชุดนี้ให้หน้าสัมผัสที่กว้างขึ้นและมีการยึดเกาะที่เหมาะกับการขับในสนามมากกว่าเดิม ประกบกับล้อฟอร์จขนาด 18 นิ้ว ลาย 10 ก้าน สี Matte Bronze พร้อมโลโก้ GR แทนโลโก้ Toyota ตามแนวทางที่ Toyota ต้องการผลักดัน Gazoo Racing ให้เป็นซับแบรนด์สมรรถนะสูงอย่างจริงจัง

ช่วงล่างใหม่ ระบบขับ 4 และพวงมาลัยถูกปรับเพิ่ม

Toyota ไม่ได้เพิ่มแค่พลังเครื่องยนต์และแอโรพาร์ต แต่ยังปรับช่วงล่างใหม่ด้วยโช้กอัพแบบ Monotube ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้การควบคุมตัวรถแม่นยำขึ้น

ทีมวิศวกรยังปรับจูนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่ เพื่อให้รถตอบสนองดีขึ้นเมื่อขับในสนาม Toyota ถึงขั้นเรียกรุ่นนี้ว่าเป็นเวอร์ชัน “ultimate” ของ GR Corolla หรือรุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดของแฮทช์แบ็กรุ่นนี้ในเจเนอเรชันปัจจุบัน

ห้องโดยสาร 2 ที่นั่ง พร้อมคาร์บอนไฟเบอร์

ภายในห้องโดยสารของ GRMN Corolla ถูกปรับให้มีอารมณ์รถแข่งมากขึ้น รุ่นอเมริกาเหนือจะได้เบาะสปอร์ตแบบ Semi-bucket ส่วนรุ่นญี่ปุ่นและออสเตรเลียจะได้เบาะคนขับแบบ Full bucket ที่ให้การโอบกระชับด้านข้างมากกว่า

แผงแดชบอร์ดฝั่งผู้โดยสารตกแต่งด้วย คาร์บอนไฟเบอร์ ที่พัฒนาและผลิตโดย Toyota เอง ขณะที่แผงประตูและหัวเกียร์ใช้สี Alumite Red เพิ่มบรรยากาศสปอร์ตภายในห้องโดยสาร

มีแผ่นป้าย Serial Number คาดผลิตจำกัด

อีกจุดที่ยืนยันความพิเศษของ GRMN Corolla คือการติดตั้งแผ่นป้าย Serial Number เหนือคันเกียร์ธรรมดา แม้ Toyota ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผลิตอย่างเป็นทางการ แต่จากรูปแบบหมายเลขที่มีเพียง 3 หลัก ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าอาจผลิตไม่เกิน 999 คัน หรืออาจจำกัดจำนวนตามแต่ละภูมิภาค

รุ่นนี้จะทำตลาดหลักใน ญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย โดยยังไม่มีการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะสูงกว่า GR Corolla รุ่นปกติพอสมควร ซึ่งในสหรัฐฯ GR Corolla มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 41,415 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนรวมออปชัน

2026-toyota-grmn-corolla(22)

สเปกเด่น Toyota GRMN Corolla

รุ่น Toyota GRMN Corolla
เครื่องยนต์ เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ 1.6 ลิตร G16E-GTS
กำลังสูงสุด 300 แรงม้า
แรงบิด 302 ปอนด์-ฟุต หรือ 410 นิวตันเมตร / รุ่นญี่ปุ่น 415 นิวตันเมตร
ระบบส่งกำลัง เกียร์ธรรมดา
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปรับจูนใหม่
น้ำหนัก ลดลงประมาณ 30 กก. จากการตัดเบาะหลัง
ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/40 ZR18
ล้อ ล้อฟอร์จ 18 นิ้ว สี Matte Bronze
แอโรไดนามิก ปีกหลังปรับได้ 5 ระดับ ช่องระบายอากาศ ฝากระโปรงและซุ้มล้อหน้า
ที่นั่ง 2 ที่นั่ง ไม่มีเบาะหลัง
ตลาดหลัก ญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย


แม้ Toyota ยังไม่ได้พูดตรง ๆ ว่า GRMN Corolla คือรุ่นส่งท้ายของ GR Corolla เจเนอเรชันปัจจุบัน แต่การอัปเกรดแบบจัดเต็มและผลิตจำนวนจำกัดทำให้หลายคนมองว่านี่อาจเป็นเวอร์ชันพิเศษที่ Toyota เก็บของดีที่สุดไว้ท้ายรุ่น

ขณะเดียวกัน Toyota มีข่าวว่ากำลังพัฒนาเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตรใหม่สำหรับรถตระกูล GR ในอนาคต รวมถึงมีการเผยแนวคิด Corolla เจเนอเรชันใหม่ในรูปแบบซีดานคอนเซปต์ไปแล้ว ทำให้อนาคตของ GR Corolla ยังน่าจับตาว่าจะเดินต่อในทิศทางใด

อัลบั้มภาพ 21 ภาพ

อัลบั้มภาพ 21 ภาพ ของ Toyota GRMN Corolla เปิดตัว! แฮทช์แบ็กตัวโหด เบาะหลังไม่มี แรงบิดเพิ่ม พร้อมลุยสนามเต็มขั้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล