จอดผิดฝั่งชีวิตเปลี่ยน! วิธีดูป้ายห้ามจอดวันคู่-วันคี่ รู้ก่อนโดนล็อกล้อ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/au/0/ud/19/98964/no-park-date-2026.jpgจอดผิดฝั่งชีวิตเปลี่ยน! วิธีดูป้ายห้ามจอดวันคู่-วันคี่ รู้ก่อนโดนล็อกล้อ

จอดผิดฝั่งชีวิตเปลี่ยน! วิธีดูป้ายห้ามจอดวันคู่-วันคี่ รู้ก่อนโดนล็อกล้อ

แชร์เรื่องนี้

เวลาขับรถไปเห็นป้ายห้ามจอดวันคู่-วันคี่ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าจริงๆ ห้ามจอดฝั่งไหนกันแน่ บางคนบอกว่าจอดแป๊ปเดียวได้ไหม แล้วโทษเป็นอย่างไรหากจอด

วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบพร้อมให้คุณได้รู้ก่อนถูกล็อกล้อ

ป้ายห้ามจอด วันคู่ - วันคี คืออะไร

สำหรับ ป้ายห้ามจอดวันคู่-วันคี่ เป็นมาตรการจัดระเบียบการจราจรในซอยหรือถนนแคบ เพื่อสลับฝั่งจอดรถไม่ให้เกิดการกีดขวาง โดยจะอิงจาก “วันที่ในปฏิทิน” ไม่ใช่วันในสัปดาห์อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด จดโดนใบสั่งหรือล็อกล้อก็โดนมาแล้ว

ป้ายห้ามจอดวันคู่ วันคี่

วิธีอ่านป้ายแบบเข้าใจง่าย

  • ห้ามจอดวันคี่: ห้ามจอดในวันที่ 1, 3, 5, 7 ไปจนถึง 31
  • ห้ามจอดวันคู่: ห้ามจอดในวันที่ 2, 4, 6, 8 ไปจนถึง 30
  • ตัวอย่าง: วันที่ 28 เป็นวันคู่ ห้ามจอดฝั่งที่กำหนด “ห้ามจอดวันคู่”

ทั้งหมดอย่าลืมดูว่า ช่วงเวลาไหน และ เป็นแบบตลอดเวลาหรือไม่ด้วยนะ

ทำไมต้องมีวันคู่-วันคี่

การสลับวันจอดช่วยให้มีพื้นที่ถนนว่างอย่างน้อย 1 ฝั่งเสมอ ทำให้รถสวนกันได้สะดวก ลดปัญหารถติด และยังช่วยให้รถฉุกเฉิน เช่น รถพยาบาลหรือรถดับเพลิง เข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

จอดผิดฝั่ง โดนอะไรบ้าง

  1. ใบสั่ง: ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร ปรับประมาณ 500 - 1,000 บาท
  2. ล็อกล้อ: ต้องเสียเวลาไปดำเนินการปลดล็อก
  3. ยกรถ: บางพื้นที่อาจถูกยกรถ พร้อมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลักพันบาท

ทริคจำง่ายก่อนลงรถ

ก่อนจะจอดรถ เช็กก่อนเสมอว่า “วันนี้เลขคู่หรือเลขคี่” แล้วดูป้ายว่าห้ามจอดฝั่งไหน และอย่าลืมดูช่วงเวลา เพราะบางจุดห้ามเฉพาะช่วงเร่งด่วนเท่านั้น

สรุปปิดท้าย

ดังนั้นการที่มี ป้ายบอกห้ามจอดวันคู่-วันคี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะนอกจากช่วยแก้ปัญหาจราจรแล้ว ยังมีโทษปรับจริง หากจอดผิดฝั่งอาจเสียทั้งเงินและเวลา ดังนั้นก่อนลงจากรถ ควรเช็กให้ชัวร์ทุกครั้งก่อนจะไปกินอาหารอร่อยข้างทาง