ยุคที่น้ำมันแพงแบบนี้ หลายตัดสินใจขายรถยนต์น้ำมันคันเก่าทิ้ง แล้วซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อหัวงจะประหยัดค่าน้ำมัน แต่อาจจะมีความรู้น้อย ไม่ติด Wallbox แล้วลักลอกเสียบชาร์จไฟบ้านผ่านปลั๊กโดยตรง
รู้ไหมว่านี่เป็นเรื่องที่กำลังร้ายไฟบ้านโดยไม่รู้ตัว วันนี้ Sanook Auto จะมาสรุปว่าชาร์จไฟไม่ผ่าน Wallbox ทำไมถึงเสี่ยง

ทำไมชาร์จ EV ที่ผ่านปลั้กบ้านถึงเสี่ยง?
1. มิเตอร์ไฟรองรับไม่พอ
บ้านทั่วไปมักใช้มิเตอร์ขนาดเล็ก เช่น กำลังไฟบ้านแค่ 5(15)A หรือไฟ 1 P้hase ซึ่งรองรับไฟได้จำกัด ขณะที่การชาร์จ EV ต้องใช้ไฟต่อเนื่องหลายชั่วโมง เมื่อรวมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น อาจทำให้ไฟตัดทันที
2. ใช้ไฟพร้อมกันหลายเครื่อง
หากชาร์จรถไปพร้อมกับเปิดแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น หรือไมโครเวฟ กระแสไฟรวมจะสูงเกินขีดจำกัด จนเบรกเกอร์ตัดเพื่อป้องกันความเสียหาย ถ้าบ้านไหนเพิ่งปรับระบบไฟตัดดับเฉยๆ แต่ถ้าบ้านไหมไม่ได้ทำระบบไฟให้ดี นี่แหล่ะตัวทำไฟไหม้ได้
3. สายไฟในบ้านร้อนสะสม
เรื่องหนึ่งที่หลายคนต้องรู้ไว้ สายไฟบ้านทั่วไปไม่ได้ออกแบบให้รับโหลดหนักต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ความร้อนสะสมอาจทำให้เบรกเกอร์ตัด หรือร้ายแรงกว่านั้นคือฉนวนเสื่อมจนเกิดไฟไหม้

4. เต้ารับไม่ได้มาตรฐาน
ปลั๊กไฟทั่วไปอาจเกิดความร้อนที่จุดสัมผัสเมื่อใช้งานหนักต่อเนื่อง ทำให้ปลั๊กละลายหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้
5. ใช้ปลั๊กพ่วง
บางคนบอกว่าเต้ารับปกติเต็มแล้ว เสียบไม่ได้แล้วต้องต่อกับปลั้กพ่วงเพราะเข้าในว่ารถยนต์ไฟฟ้า ชาร์จไฟได้เหมือนกับมือถือ ต้องหยุดความคิดนี้ไปเลยเพราะการต่อปลั๊กพ่วงกับสายชาร์จ EV เป็นความเสี่ยงสูง เพราะปลั๊กพ่วงส่วนใหญ่ไม่รองรับกระแสไฟระดับนี้ อาจร้อนจนละลายและลุกไหม้ได้ในเวลาไม่นาน
แล้วควรชาร์จ EV ที่บ้านยังไงให้ปลอดภัย?
- อัปเกรดมิเตอร์ไฟ: เช่น 30(100)A หรือ 3 Phase เพื่อรองรับการใช้งานทั้งบ้าน
- เดินสายไฟแยกเฉพาะ: สำหรับจุดชาร์จโดยตรง ลดความเสี่ยงไฟเกิน
- ติดตั้ง Wallbox: ชาร์จได้เสถียร ปลอดภัย และออกแบบมาสำหรับ EV โดยเฉพาะ
ดังนั้นแล้วการชาร์จ รถ EV แบบที่บ้านไม่ใช่เรื่องอันตราย หากมีการติดตั้งระบบที่ถูกต้อง แต่ถ้าใช้ปลั๊กบ้านทั่วไปแบบถาวรโดยไม่ปรับปรุงระบบไฟ อาจเพิ่มความเสี่ยงทั้งไฟดับและไฟไหม้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่โตเพราะเสียทั้งรถและบ้านได้เลย
