Sodium-ion คืออะไร? แบตเตอรี่ใหม่จาก CATL ที่อาจเปลี่ยนตลาด EV ราคาประหยัด

CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน เตรียมเดินหน้าผลิตแบตเตอรี่ Sodium-ion เชิงพาณิชย์ในปี 2026 หลังบริษัทระบุว่าสามารถแก้ปัญหาคอขวดด้านการผลิตได้แล้ว โดยเทคโนโลยีนี้ถูกจับตามองว่าอาจเป็นอีกก้าวสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดในอนาคต
รายงานจาก CarNewsChina ระบุว่า Wu Kai Chief Scientist ของ CATL และสมาชิก Chinese Academy of Engineering ยืนยันว่า CATL จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ Sodium-ion แบบผลิตจำนวนมากในปีนี้ โดยมีเป้าหมายใช้กับรถยนต์นั่ง รถเพื่อการพาณิชย์ เครือข่ายสลับแบตเตอรี่ และระบบกักเก็บพลังงาน
แบตเตอรี่ Sodium-ion คืออะไร?
แบตเตอรี่ Sodium-ion หรือแบตเตอรี่โซเดียมไอออน เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้โซเดียมเป็นองค์ประกอบหลัก แทนการพึ่งพาลิเธียมเป็นหลักแบบแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่ใช้กันแพร่หลายในรถ EV ปัจจุบัน
จุดเด่นของโซเดียมคือเป็นวัตถุดิบที่พบได้มากกว่าและมีต้นทุนเข้าถึงง่ายกว่าลิเธียม ทำให้เทคโนโลยีนี้ถูกมองว่าอาจช่วยลดต้นทุนแบตเตอรี่ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานลิเธียมในอนาคต

เป้าหมายอนาคต วิ่งได้ไกลสุด 600 กม.
CATL ระบุว่าแบตเตอรี่ Sodium-ion รุ่นแรกจะเริ่มจากการใช้งานกับรถราคาประหยัดและระบบกักเก็บพลังงานก่อน แต่บริษัทกำลังพัฒนาเซลล์รุ่นความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น โดยมีเป้าหมายในอนาคตให้รถที่ใช้แบตเตอรี่ Sodium-ion สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดราว 600 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 600 กม. ยังเป็น “เป้าหมายของแพลตฟอร์มรุ่นอนาคต” ไม่ใช่ว่ารถทุกรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ Sodium-ion ชุดแรกจะทำระยะทางได้เท่านี้ทันที ดังนั้นต้องรอดูรุ่นรถจริง ความจุแบตเตอรี่ น้ำหนักตัวรถ และมาตรฐานการทดสอบระยะทางอีกครั้ง
ทำไม Sodium-ion ถึงน่าสนใจสำหรับรถ EV?
แม้แบตเตอรี่ Sodium-ion ยังมีข้อจำกัดเรื่องความหนาแน่นพลังงานเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมบางประเภท แต่มีข้อดีหลายอย่างที่เหมาะกับรถ EV ราคาประหยัดและการใช้งานในบางกลุ่ม
- วัตถุดิบหาได้ง่ายกว่า ช่วยลดการพึ่งพาลิเธียม นิกเกิล หรือโคบอลต์
- ต้นทุนมีโอกาสถูกลง เหมาะกับรถ EV รุ่นเริ่มต้นหรือรถใช้งานเชิงพาณิชย์
- เหมาะกับระบบกักเก็บพลังงาน เช่น แบตเตอรี่สำหรับโครงข่ายไฟฟ้า
- มีศักยภาพด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพในอุณหภูมิต่ำ ตามแนวทางที่ผู้ผลิตหลายรายพัฒนา
อาจกลายเป็นคู่แข่งของแบตเตอรี่ LFP
ปัจจุบันรถ EV ราคาประหยัดจำนวนมากนิยมใช้แบตเตอรี่ LFP หรือ Lithium Iron Phosphate เพราะมีต้นทุนต่ำ ทนทาน และปลอดภัยกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมบางเคมี แต่ Sodium-ion ถูกมองว่าอาจเข้ามาแข่งขันกับ LFP ในรถรุ่นเริ่มต้นได้ หากสามารถเพิ่มความหนาแน่นพลังงานและทำต้นทุนได้ต่ำพอ
ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า CATL เปิดตัวแบรนด์แบตเตอรี่ Sodium-ion ชื่อ Naxtra โดยมีแผนผลิตจำนวนมาก และระบุว่าแบตเตอรี่ดังกล่าวมีความหนาแน่นพลังงาน 175 Wh/kg ซึ่งใกล้เคียงกับแบตเตอรี่ LFP ที่ใช้อย่างแพร่หลายในตลาด

CATL มีออเดอร์ Sodium-ion ขนาดใหญ่แล้ว
CarNewsChina ระบุว่า CATL เพิ่งคว้าสัญญาจัดหาแบตเตอรี่ Sodium-ion ขนาด 60 GWh ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคำสั่งซื้อแบตเตอรี่ Sodium-ion ครั้งเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก สะท้อนว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลอง แต่กำลังเข้าสู่ช่วงขยายการผลิตเชิงอุตสาหกรรมจริง
หากการผลิตเดินหน้าได้ตามแผน เทคโนโลยีนี้อาจเริ่มปรากฏในรถ EV จีนหลายกลุ่ม ตั้งแต่รถเล็กราคาประหยัด รถใช้งานเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงระบบสลับแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน
ไม่ได้หยุดแค่ Sodium-ion แต่ยังมองไปถึง Lithium-air
นอกจากแบตเตอรี่ Sodium-ion แล้ว CATL ยังวางแผนวิจัยระยะยาวไปสู่แบตเตอรี่ Lithium-air ซึ่งใช้ลิเธียมเป็นขั้วลบ และออกซิเจนจากอากาศเป็นตัวทำปฏิกิริยาที่ขั้วบวก แนวคิดนี้มีศักยภาพด้านความหนาแน่นพลังงานสูง เพราะไม่ต้องเก็บวัสดุขั้วบวกหนัก ๆ ไว้ในเซลล์แบบแบตเตอรี่ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม Lithium-air ยังถือเป็นเทคโนโลยีระยะยาวมากกว่า Sodium-ion เพราะยังต้องพัฒนาเรื่องความเสถียร อายุการใช้งาน และการผลิตจริงในเชิงพาณิชย์อีกมาก
CATL ยังครองตลาดแบตเตอรี่ EV จีน
รายงานเดียวกันระบุว่า ในเดือนเมษายน 2026 CATL มียอดติดตั้งแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในจีน 29.06 GWh คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 46.6% สะท้อนว่าบริษัทอยู่ในตำแหน่งที่มีอิทธิพลสูงต่อทิศทางแบตเตอรี่ EV รุ่นใหม่ในตลาดจีน 6
เมื่อผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง CATL เดินหน้า Sodium-ion จริง จึงมีโอกาสเร่งให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายแบรนด์นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในรถที่เน้นความคุ้มค่าและต้นทุนการผลิตต่ำ
เกี่ยวอะไรกับตลาดรถไทย?
ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าแบตเตอรี่ Sodium-ion ของ CATL จะถูกนำมาใช้กับรถ EV ที่ขายในประเทศไทยรุ่นใด แต่ตลาดไทยมีรถ EV จีนจำนวนมากเข้ามาทำตลาดอยู่แล้ว หากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จในจีน ก็มีโอกาสที่รถรุ่นใหม่ในอนาคตจะได้รับอานิสงส์จากต้นทุนแบตเตอรี่ที่ลดลง
สิ่งที่ผู้บริโภคไทยอาจได้เห็นในอนาคตคือรถ EV รุ่นเริ่มต้นที่มีราคาจับต้องง่ายขึ้น ระยะทางขับขี่มากขึ้น และทางเลือกแบตเตอรี่หลากหลายกว่าเดิม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ LFP หรือ NMC แบบที่คุ้นเคยในปัจจุบัน
การที่ CATL เริ่มเดินหน้าแบตเตอรี่ Sodium-ion แบบผลิตจำนวนมากในปี 2026 ซึ่งอาจกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญของรถ EV ราคาประหยัดในอนาคต เพราะใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายกว่า ลดการพึ่งพาลิเธียม และมีโอกาสช่วยลดต้นทุนแบตเตอรี่
แม้เป้าหมายวิ่งได้ไกล 600 กม. ยังเป็นแผนของแบตเตอรี่รุ่นอนาคต ไม่ใช่ตัวเลขของรถทุกรุ่นที่เตรียมขายทันที แต่การที่ CATL เริ่มผลิตจริงในปี 2026 ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าโลกของรถ EV กำลังเข้าสู่ยุคที่แบตเตอรี่จะมีทางเลือกมากขึ้น และอาจทำให้ราคารถไฟฟ้าเข้าถึงง่ายกว่าเดิมในระยะต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



