“เบรกแกล้งให้ชน” แบบนี้ใครผิด? เปิดกฎหมายและวิธีเอาตัวรอด

ทุกวันนี้ถนนเมืองไทยก็มีเรื่องอันตรายทุกวันหลายคนอาจจะเห็นคลิปบน Social จำนวนหนึ่งเผยถึงพฤติกรรมไม่ดีนั่นคือ คุณกำลังขับรถอยู่บนถนนดีๆ เพลินๆ จู่ๆ รถคันหน้าก็กระทืบเบรกกะทันหันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ต้องเหยียบเบรกจนตัวโก่ง สถานการณ์สุดอันตรายที่นักขับหลายคนต้องเคยเจอแบบนี้ มันเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า “เฮ้! ทำแบบนี้มันผิดกฎหมายไหม?” แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุชนท้ายขึ้นมาจริงๆ ตกลงว่าใครกันแน่ที่ต้องรับผิดชอบ? วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบ
จงใจแกล้งเบรกให้เกิดอุบัติเหตุ ใครผิด?
เรื่องนี้ต้องบอกกันตรงนี้เลยว่า การที่ผู้ขับขี่รถคันหน้า เจตนาเบรกกะทันหันเพื่อแกล้ง ยั่วโมโห หรือหวังให้เกิดอุบัติเหตุ นั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนครับ ไม่ใช่แค่การเสียมารยาทบนท้องถนน แต่มีโทษตามกฎหมายจริงจัง ดังนี้
- พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (8): ระบุชัดว่าห้าม "ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น" ซึ่งการเบรกแกล้งเข้าข่ายนี้เต็มๆ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 - 10,000 บาท
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358: หากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาเบรกเพื่อให้รถเราชนจนเสียหาย อาจโดนข้อหา "ทำให้เสียทรัพย์" ได้อีกกระทง โทษหนักขึ้นไปอีก มีทั้งจำคุกและปรับ!
แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวัง!
แม้การเบรกแกล้งจะผิด แต่ในทางกลับกัน กฎหมายก็ให้ความสำคัญกับ "การขับขี่อย่างปลอดภัย" ของรถคันที่ตามมาด้วยเช่นกัน เพราะตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 40 กำหนดให้ผู้ขับขี่ "ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าในระยะที่สามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย"
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเวลาเกิดอุบัติเหตุชนท้าย ตำรวจมักจะสันนิษฐานเบื้องต้นว่า "รถคันหลังเป็นฝ่ายผิด" เพราะถือว่าคุณเว้นระยะไม่ปลอดภัยเอง ดังนั้น หากเราต้องการจะบอกว่าคันหน้าเบรกแกล้ง เราต้องมี "หลักฐาน" ที่แน่นหนาพอจะไปหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้ และฮีโร่ในสถานการณ์นี้ก็คือ... “กล้องติดหน้ารถยนต์” นั่นเองครับ! วิดีโอจากกล้องคือหลักฐานชั้นดีที่จะแสดงให้เห็นพฤติกรรมของรถคันหน้าและสถานการณ์โดยรอบทั้งหมด ถ้าไม่มีหลักฐาน การพิสูจน์เจตนาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
คู่มือเอาตัวรอดจาก “นักเบรก” บนท้องถนน
เมื่อเราควบคุมคนอื่นไม่ได้ การป้องกันตัวเองคือทางออกที่ดีที่สุดครับ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้รับรองปลอดภัย
- ใช้ “กฎ 3 วินาที” ให้เป็นนิสัย: นี่คือคาถาป้องกันภัยชั้นยอด! ให้คุณมองหาจุดอ้างอิงนิ่งๆ ข้างทาง (เช่น เสาไฟ, ต้นไม้) เมื่อรถคันหน้าขับผ่านจุดนั้น ให้เริ่มนับในใจ "หนึ่ง... สอง... สาม" หากหน้ารถเราถึงจุดนั้นตอนนับเลขสามพอดี แปลว่าระยะห่างของคุณปลอดภัยแล้ว (ถ้าฝนตกหรือถนนลื่น ควรเพิ่มเป็น 4-5 วินาที)
- เลิกขับจี้ท้ายถาวร: การขับจี้ท้ายคือการเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง 100% นอกจากจะไม่มีเวลาให้เบรกทันแล้ว ยังอาจเป็นการยั่วยุอารมณ์ของรถคันหน้าโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
- มองให้ไกลกว่าไฟท้ายคันหน้า: ฝึกสายตาให้มองภาพรวมการจราจรไปข้างหน้า 2-3 คัน จะทำให้เราคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่ารถอาจจะต้องชะลอหรือหยุด ทำให้เราเตรียมพร้อมได้เนิ่นๆ
- เจอสัญญาณไม่ดี...ต้องหนีให้ห่าง: หากสังเกตเห็นรถคันหน้าขับส่ายไปมา หรือมีพฤติกรรมแตะเบรกย้ำๆ อย่างผิดปกติ ให้รีบทิ้งระยะห่างออกมา หรือหาจังหวะเปลี่ยนเลนหนีอย่างปลอดภัย อย่าเข้าไปเสี่ยงหรือเล่นเกมส์ท้าทายบนถนนเด็ดขาด
- คุมสติ อย่าคุมแค้น: หากโดนแกล้งขึ้นมาจริงๆ สิ่งที่ต้องทำคือ "ควบคุมสติ" หายใจเข้าลึกๆ อย่าใช้อารมณ์ตอบโต้ด้วยการบีบแตรไล่หรือขับปาดหน้าเอาคืน เพราะอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่าเดิมได้
ดังนั้นแล้ว การจงใจเบรกแกล้งบนท้องถนนนั้นเป็นพฤติกรรมที่อันตรายและผิดกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบในการป้องกันอุบัติเหตุก็เป็นของผู้ขับขี่ทุกคนเช่นกัน การรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย, ขับรถอย่างมีสติ และมีกล้องติดรถยนต์ไว้เสมอ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากอุบัติเหตุ แต่ยังเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเมื่อต้องเจอกับพฤติกรรมแย่ๆ บนท้องถนนอีกด้วย... ขอให้ทุกท่านขับขี่อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


