“เบรกแกล้งให้ชน” แบบนี้ใครผิด? เปิดกฎหมายและวิธีเอาตัวรอด

“เบรกแกล้งให้ชน” แบบนี้ใครผิด? เปิดกฎหมายและวิธีเอาตัวรอด

“เบรกแกล้งให้ชน” แบบนี้ใครผิด? เปิดกฎหมายและวิธีเอาตัวรอด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกวันนี้ถนนเมืองไทยก็มีเรื่องอันตรายทุกวันหลายคนอาจจะเห็นคลิปบน Social จำนวนหนึ่งเผยถึงพฤติกรรมไม่ดีนั่นคือ คุณกำลังขับรถอยู่บนถนนดีๆ เพลินๆ จู่ๆ รถคันหน้าก็กระทืบเบรกกะทันหันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ต้องเหยียบเบรกจนตัวโก่ง สถานการณ์สุดอันตรายที่นักขับหลายคนต้องเคยเจอแบบนี้ มันเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า “เฮ้! ทำแบบนี้มันผิดกฎหมายไหม?” แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุชนท้ายขึ้นมาจริงๆ ตกลงว่าใครกันแน่ที่ต้องรับผิดชอบ? วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบ

จงใจแกล้งเบรกให้เกิดอุบัติเหตุ ใครผิด?

gettyimages-2178754738-170667 

เรื่องนี้ต้องบอกกันตรงนี้เลยว่า การที่ผู้ขับขี่รถคันหน้า เจตนาเบรกกะทันหันเพื่อแกล้ง ยั่วโมโห หรือหวังให้เกิดอุบัติเหตุ นั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนครับ ไม่ใช่แค่การเสียมารยาทบนท้องถนน แต่มีโทษตามกฎหมายจริงจัง ดังนี้

  • พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (8): ระบุชัดว่าห้าม "ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น" ซึ่งการเบรกแกล้งเข้าข่ายนี้เต็มๆ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 - 10,000 บาท
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358: หากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาเบรกเพื่อให้รถเราชนจนเสียหาย อาจโดนข้อหา "ทำให้เสียทรัพย์" ได้อีกกระทง โทษหนักขึ้นไปอีก มีทั้งจำคุกและปรับ!

แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวัง!

แม้การเบรกแกล้งจะผิด แต่ในทางกลับกัน กฎหมายก็ให้ความสำคัญกับ "การขับขี่อย่างปลอดภัย" ของรถคันที่ตามมาด้วยเช่นกัน เพราะตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 40 กำหนดให้ผู้ขับขี่ "ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าในระยะที่สามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย"

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเวลาเกิดอุบัติเหตุชนท้าย ตำรวจมักจะสันนิษฐานเบื้องต้นว่า "รถคันหลังเป็นฝ่ายผิด" เพราะถือว่าคุณเว้นระยะไม่ปลอดภัยเอง ดังนั้น หากเราต้องการจะบอกว่าคันหน้าเบรกแกล้ง เราต้องมี "หลักฐาน" ที่แน่นหนาพอจะไปหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้ และฮีโร่ในสถานการณ์นี้ก็คือ... “กล้องติดหน้ารถยนต์” นั่นเองครับ! วิดีโอจากกล้องคือหลักฐานชั้นดีที่จะแสดงให้เห็นพฤติกรรมของรถคันหน้าและสถานการณ์โดยรอบทั้งหมด ถ้าไม่มีหลักฐาน การพิสูจน์เจตนาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

คู่มือเอาตัวรอดจาก “นักเบรก” บนท้องถนน

เมื่อเราควบคุมคนอื่นไม่ได้ การป้องกันตัวเองคือทางออกที่ดีที่สุดครับ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้รับรองปลอดภัย

  1. ใช้ “กฎ 3 วินาที” ให้เป็นนิสัย: นี่คือคาถาป้องกันภัยชั้นยอด! ให้คุณมองหาจุดอ้างอิงนิ่งๆ ข้างทาง (เช่น เสาไฟ, ต้นไม้) เมื่อรถคันหน้าขับผ่านจุดนั้น ให้เริ่มนับในใจ "หนึ่ง... สอง... สาม" หากหน้ารถเราถึงจุดนั้นตอนนับเลขสามพอดี แปลว่าระยะห่างของคุณปลอดภัยแล้ว (ถ้าฝนตกหรือถนนลื่น ควรเพิ่มเป็น 4-5 วินาที)
  2. เลิกขับจี้ท้ายถาวร: การขับจี้ท้ายคือการเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง 100% นอกจากจะไม่มีเวลาให้เบรกทันแล้ว ยังอาจเป็นการยั่วยุอารมณ์ของรถคันหน้าโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
  3. มองให้ไกลกว่าไฟท้ายคันหน้า: ฝึกสายตาให้มองภาพรวมการจราจรไปข้างหน้า 2-3 คัน จะทำให้เราคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่ารถอาจจะต้องชะลอหรือหยุด ทำให้เราเตรียมพร้อมได้เนิ่นๆ
  4. เจอสัญญาณไม่ดี...ต้องหนีให้ห่าง: หากสังเกตเห็นรถคันหน้าขับส่ายไปมา หรือมีพฤติกรรมแตะเบรกย้ำๆ อย่างผิดปกติ ให้รีบทิ้งระยะห่างออกมา หรือหาจังหวะเปลี่ยนเลนหนีอย่างปลอดภัย อย่าเข้าไปเสี่ยงหรือเล่นเกมส์ท้าทายบนถนนเด็ดขาด
  5. คุมสติ อย่าคุมแค้น: หากโดนแกล้งขึ้นมาจริงๆ สิ่งที่ต้องทำคือ "ควบคุมสติ" หายใจเข้าลึกๆ อย่าใช้อารมณ์ตอบโต้ด้วยการบีบแตรไล่หรือขับปาดหน้าเอาคืน เพราะอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่าเดิมได้

ดังนั้นแล้ว การจงใจเบรกแกล้งบนท้องถนนนั้นเป็นพฤติกรรมที่อันตรายและผิดกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบในการป้องกันอุบัติเหตุก็เป็นของผู้ขับขี่ทุกคนเช่นกัน การรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย, ขับรถอย่างมีสติ และมีกล้องติดรถยนต์ไว้เสมอ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากอุบัติเหตุ แต่ยังเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเมื่อต้องเจอกับพฤติกรรมแย่ๆ บนท้องถนนอีกด้วย... ขอให้ทุกท่านขับขี่อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล