รีวิว BMW X7 xDrive40d M Sport 2022 ใหม่ เอสยูวีหรูล้ำระดับ Ultra-luxury

รีวิว BMW X7 xDrive40d M Sport 2022 ใหม่ เอสยูวีหรูล้ำระดับ Ultra-luxury

     แม้ว่า BMW X7 จะเริ่มทำตลาดในประเทศไทยมาสักพักใหญ่แล้ว แต่ล่าสุดทาง BMW Thailand ก็กำลังเตรียมส่ง X7 xDrive40d M Sport ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ Mild-hybrid กำลังสูงสุด 340 แรงม้าวางจำหน่ายให้แก่ลูกค้าชาวไทยในเร็ววันนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ Sanook Auto ได้มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ BMW X7 รุ่นใหม่ล่าสุดไกลถึง จ.เชียงราย จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างมาอ่านได้ในบทความนี้ครับ

bmw_x7_28

     อันที่จริงแล้วทริปทดสอบครั้งนี้ไม่ได้มีเพียง BMW X7 รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังมี BMW 7 Series ทั้ง 2 ขุมพลัง ไม่ว่าจะเป็น 745Le xDrive M Sport เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และ 730Ld sDrive M Sport เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเทอร์โบให้ได้สัมผัสกันด้วย แต่ไฮไลท์เด็ดคงหนีไม่พ้น SAV หรูระดับ Ultra-luxury อย่าง BMW X7 (SAV ย่อมาจาก Sport Activity Vehicle ตามการเรียกของบีเอ็มดับเบิลยู) นั่นแปลว่า X7 ไม่ได้เป็นเพียง X5 ที่ถูกขยายสัดส่วนให้ใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่มันคือรถที่พัฒนาเพื่อเป็น “แฟลกชิป” แห่งเอสยูวีเลยก็ว่าได้

     BMW X7 xDrive40d M Sport ถือเป็นรถประกอบไทยรุ่นแรกของบีเอ็มดับเบิลยูที่มาพร้อมขุมพลังดีเซล Mild-hybrid 48 โวลต์ ผ่านค่ามาตรฐานไอเสียระดับ Euro 5 และรองรับการเติมน้ำยา AdBlue เพื่อขจัดมลพิษให้เหลือน้อยที่สุดก่อนปล่อยออกจากท่อไอเสีย ซึ่งตรงนี้ทางบีเอ็มดับเบิลยูระบุว่าแพ็คเกจ BSI ยังครอบคลุมไปถึงน้ำยา AdBlue ที่ต้องเติมตามระยะด้วย นั่นแปลว่าลูกค้าไม่จำเป็นต้องหาซื้อมาเติมด้วยตัวเองแต่อย่างใด (ภายใต้เงื่อนไขที่ทาง BMW Thailand กำหนดไว้)

bmw_x7_02

     ภายนอกของ BMW X7 xDrive40d M Sport ถูกติดตั้งไฟหน้าแบบ BMW Laserlight พร้อมระบบไฟสูงอัตโนมัติ High-beam Assistant โดยการขับขี่ปกติจะใช้หลอด LED ในการส่องสว่างทั้งไฟต่ำและไฟสูง แต่เมื่อเปิดระบบไฟสูงอัตโนมัติ (ด้วยการกดปุ่ม A บริเวณปลายก้านไฟเลี้ยว) กล้องที่ติดตั้งไว้บริเวณกระจกบังลมหน้าจะคอยตรวจจับรถคันหน้า และคอยเปิด-ปิดไฟสูงแบบเลเซอร์ตามการจราจรและสภาพแสงเบื้องหน้าโดยอัตโนมัติ

     เนื่องจากไฟแบบเลเซอร์มีความเข้มข้นของแสงสูงมาก สามารถส่องสว่างได้ไกลสูงสุดถึง 600 เมตร ไกลกว่าไฟหน้าทั่วไปถึง 2 เท่า จึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานแบบ Fully automatic เท่านั้น โดยตัวรถจะคอยคำนวณเองว่าเมื่อไหร่จะสามารถเปิดใช้งานไฟหน้าแบบเลเซอร์ได้ ผู้ขับขี่ทำได้เพียงแค่เปิดใช้งานระบบไฟสูงอัตโนมัติทิ้งไว้เท่านั้น

bmw_x7_31_1

     แม้ว่า BMW X7 จะถูกวางให้เป็นรถยนต์หรูระดับ Ultra-luxury ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู แต่ก็ยังไม่ทิ้งความสปอร์ตด้วยแพ็คเกจ M Sport ที่มาพร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics รอบคัน เสริมด้วยขอบหน้าต่างประตูและราวหลังคาสีดำ High-gloss แบบ M พร้อมบันไดข้างแบบอะลูมิเนียม โดยประตูทั้ง 5 บานมีระบบประตูดูด Soft-close เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และติดตั้งชุดท่อไอเสียแบบ M Sport มาให้ด้วย

     ระบบกุญแจ BMW Display Key ของ BMW X7 นอกจากจะสามารถตรวจสอบข้อมูลของตัวรถ, ตั้งค่าการทำงานของระบบปรับอากาศ และตรวจสอบระยะทางคงเหลือจากน้ำมันในถังได้เช่นเดียวกับ BMW รุ่นอื่นๆ แล้วนั้น ยังสามารถสั่งลดระดับความสูงของช่วงล่างแบบถุงลมไฟฟ้าจากระยะไกลได้อีกด้วย ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มีให้เฉพาะรุ่น X7 เท่านั้น ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก รวมถึงช่วยให้สามารถเข้า-ออกรถได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

     นอกจากนี้ BMW X7 xDrive40d M Sport ยังถูกติดตั้งหลังคาแบบ Panorama glass roof Sky Lounge ที่นอกจากจะมีความกว้างเป็นพิเศษแล้ว ยังมีไฟเรืองแสงช่วยเพิ่มบรรยากาศในยามค่ำคืน รวมถึงล้ออัลลอย BMW Individual แบบ Y-spoke ขนาด 22 นิ้ว สี Bicolour หุ้มด้วยยางขนาด 275/40 R22 ด้านหน้า และขนาด 315/35 R22 ด้านหลัง ที่เผยให้เห็นคาลิเปอร์เบรก M Sport สีน้ำเงินที่ซ่อนอยู่ภายใน

bmw_x7_16

     ภายในห้องโดยสารของ BMW X7 xDrive40d M Sport ถูกตกแต่งอย่างหรูหราเช่นเดียวกับ 7 Series โดยคันที่เราทดสอบขับเป็นตัวถังสีดำ Carbon Black Metallic ที่มาพร้อมห้องโดยสารสี Tartufo ลักษณะคล้ายสีส้มอิฐ สลับกับสีดำ Black และเพดานหลังคา Alcantara แบบ M สีดำเช่นกัน ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้ดูหรูหราน่าสัมผัสไปเสียทุกส่วน

     เบาะนั่งของ BMW X7 ถูกจัดวางแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (ใช่ครับ BMW X7 เป็นรถแบบ 7 ที่นั่งจริงๆ) โดยเบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบ Comfort หุ้มหนังแท้ Merino ปรับระดับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบนวดช่วยเพิ่มความผ่อนคลายขณะเดินทาง ทั้งยังมีระบบเป่าลมระบายอากาศ Active Seat Ventilation เหมาะสำหรับอากาศร้อนๆ ของเมืองไทยเป็นอย่างดี

bmw_x7_03

     เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันพับแยกแบบ 40:20:40 โดยบริเวณพนักพิงศีรษะจะมีหมอนนุ่มๆ ช่วยซัพพอร์ตเช่นเดียวกับซีรี่ย์ 7 เสริมด้วยม่านบังแดดไฟฟ้าบริเวณหน้าต่างประตูคู่หลัง พร้อมระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังรุ่น Professional ซึ่งประกอบด้วยหน้าจอจำนวน 2 จอ ที่มีลักษณะการแสดงผลแบบเดียวกับจอ iDrive ด้านหน้า และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 5 โซน ที่ออกเป็นเบาะนั่งแถวหน้าจำนวน 2 โซน, แถวที่สองจำนวน 2 โซน และแถวที่สามอีก 1 โซน

     บริเวณด้านหน้าติดตั้งชุดหน้าจอเรือนไมล์ BMW Live Cockpit Professional ทำงานคู่กับหน้าจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยระบบสัมผัสและปุ่ม iDrive บริเวณใกล้กับคันเกียร์ ทั้งยังมีระบบสั่งงานด้วยท่าทาง BMW Gesture Control และระบบเชื่อมต่อ BMW Connected มาให้ ขับกำลัังเสียงผ่านระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่เรียกได้ว่า “ชั้นเลิศ” สมกับความเป็นแฟลกชิป

bmw_x7_24

     นอกจากนี้ หัวเกียร์ไฟฟ้าของ BMW X7 xDrive40d M Sport ยังถูกตกแต่งด้วยผลึกแก้ว CraftedClarity ช่วยเพิ่มความหรูหราน่าตื่นตาขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งแม้แต่ซีรี่ย์ 7 ก็ยังไม่มีมาให้ด้วยซ้ำ!

     BMW X7 xDrive40d M Sport ถูกติดตั้งระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมทั้งมีระบบเลี้ยวล้อหลัง Integral Active Steering ช่วยเพิ่มความคล่องตัวขณะขับขี่ในเมือง และเสริมประสิทธิภาพการเข้าโค้งขณะใช้ความเร็วสูง รวมถึงระบบนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant Plus ซึ่งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องควบคุมคันเร่ง, เบรก และการเปลี่ยนเกียร์แต่อย่างใด ตัวรถจะจัดการเข้าจอดให้เองจนกระทั่งเสร็จสิ้นกระบวนความ

bmw_x7_21

     ด้านขุมพลังของ BMW X7 xDrive40d M Sport เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ BMW TwinPower Turbo พร้อมระบบ Mild-hybrid 48 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า (HP) ที่ 4,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 - 2,250 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Sport Steptronic โดยที่มอเตอร์ไฟฟ้าของระบบ Mild-hybrid จะช่วยเสริมการทำงานของเครื่องยนต์สูงสุด 11 แรงม้า ในจังหวะออกตัวและเร่งแซง

     ส่วนใครที่ลองขึ้นมาขับ X7 xDrive40d M Sport แล้วมองหาปุ่ม Auto Start/Stop แล้วล่ะก็ ขอบอกว่าคันนี้ไม่มีมาให้นะจ๊ะ เนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าของระบบ Mild-hybrid จะทำงานแทนเครื่องยนต์เมื่อรถจอดนิ่งอยู่กับที่ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับรถ BMW ที่ใช้เครื่องยนต์ Plug-in Hybrid นั่นเอง

bmw_x7_05

     BMW เคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ของ X7 xDrive40d M Sport คันนี้เอาไว้ที่ 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 243 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าประทับใจเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวรถเกือบ 2 ตันครึ่ง ทั้งยังมีอัตราสิ้นเปลืองตามที่ระบุบน ECO Sticker อยู่ที่ 14.7 กม./ลิตรเท่านั้น

     ในด้านการขับขี่นั้น ต้องออกตัวก่อนว่าเราได้ทดลองขับเป็นระยะทางไม่ไกลนัก จึงอาจไม่สามารถพูดถึงสมรรถนะของ X7 xDrive40d M Sport ได้อย่างเต็มที่ แต่ถึงกระนั้น เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ Mild-hybrid ที่มีแรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตัน-เมตร สามารถถ่ายทอดกำลังได้อย่างฉับไวและนุ่มนวลอย่างน่าเหลือเชื่อ จนแทบไม่อยากเชื่อว่าเรากำลังอยู่บนรถเอสยูวีที่มีความยาวตัวถังทะลุ 5 เมตรเช่นนี้

bmw_x7_27

     ขณะที่ช่วงล่างถุงลมไฟฟ้าก็สามารถตอบสนองได้อย่างนุ่มนวลชวนฝัน รู้สึกผ่อนคลายแม้ในขณะใช้ความเร็วสูงก็ตาม โดยช่วงล่างของ BMW X7 xDrive40d M Sport คันนี้ยังสามารถทำงานคู่กับระบบแผนที่ BMW Maps เพื่อประเมินสภาพถนนและปรับความนุ่ม-แข็งได้อย่างเหมาะสมในทุกโค้ง เพียงแค่ปรับช่วงล่างไปที่โหมด Adaptive ควบคู่กับการตั้งจุดหมายปลายทางบน BMW Maps เท่านั้น ตัวรถก็จะคอยปรับการทำงานของช่วงล่างอย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติทั้งบนทางเรียบและทางโค้ง

     อีกหนึ่งสิ่งที่เราประทับใจใน BMW X7 คันนี้ เสียงรบกวนภายในห้องโดยสารที่เงียบราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะแม้จะใช้ความเร็วสูงถึง 120 กม./ชม. แต่ภายในรถก็ยังคงรู้สึกเงียบสงบ สามารถคุยสนทนาภายในห้องโดยสารโดยไม่ต้องเร่งเสียงพูดเลย ยิ่งได้ช่วงล่างที่นุ่มนวลตามฉบับถุงลมไฟฟ้าแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้การนั่งโดยสารภายในรถคันนี้ช่างเปี่ยมไปด้วยความสุนทรีย์เหลือเกิน

bmw_x7_34

     สรุปแล้ว BMW X7 xDrive40d M Sport ก็เปรียบได้กับซีรี่ย์ 7 ในรูปแบบเอสยูวี จะใช้งานในรูปแบบลิมูซีนที่มีคนขับรถก็ได้ หรือจะใช้งานเป็นรถครอบครัวขนาดใหญ่ก็ดี ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ระดับผู้บริหาร แต่ก็ยังคงต้องการความอเนกประสงค์ในแบบที่รถซีดานให้ไม่ได้

     โดยปัจจุบันทาง BMW Thailand เผยราคาจำหน่ายเบื้องต้นเอาไว้ที่ 6,100,000 - 6,300,000 บาท เทียบกับรุ่น X7 xDrive30d M Sport เดิมที่มีราคาจำหน่าย 5,999,000 บาท ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเมื่อแลกกับสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นใหม่นี้ ส่วนราคาจำหน่ายที่แน่นอนจะถูกประกาศอีกครั้ง

กำลังโหลดข้อมูล