BYD SEALION 5 DM-i Standard เปิดตัว รุ่นเริ่มต้นใหม่ กับฉลองส่งมอบรถ 1.3 แสนคัน

RÊVER Automotive และ BYD ประเทศไทย เปิดตัว BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นเริ่มต้นใหม่ของรถอเนกประสงค์ปลั๊กอินไฮบริด พร้อมฉลองอีกก้าวสำคัญ หลังสายการผลิตรถยนต์ BYD ในประเทศไทยมียอดสะสมมากกว่า 130,000 คัน เป็นที่เรียบร้อย
การเพิ่มรุ่น Standard ทำให้ SEALION 5 DM-i มีตัวเลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Standard, Dynamic และ Premium โดยรุ่นใหม่ยังคงขุมพลัง Super DM-i และอุปกรณ์ความปลอดภัยหลักไว้ แต่ปรับขนาดแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ และสิ่งอำนวยความสะดวกบางรายการ เพื่อทำราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น ที่ 699,900 บาท

BYD ส่งมอบรถครบ 130,000 คัน
คุณ Benson Ke ผู้จัดการทั่วไป BYD Thailand กล่าวว่า BYD ได้เข้ามาในประเทศไทยโดยมีการ
ส่วนการผลิตในประเทศไทยตอนนี้มีการใช้แรงงานไทยกว่า 2 ปี โดยมีแรงงานกว่า 94%, ใช้ Local Content 50% ผลิตกว่า 5 รุ่นโดยส่งออกไปยังทั้งอาเซียน, ยุโรป และอื่นๆ ช่วยให้คนไทยมั่นใจเรื่องคุณภาพ และโชว์รูมปัจจุบันมีกว่า 175 แห่งในประเทศไทย
ส่วนการส่งมอบรถกว่า 130,000 คัน นับตั้งแต่ปี 2022 โดยเรียกว่าไม่ได้เป็นแค่จำนวนรถเท่านั้นแต่ทาง BYD ได้ขอบคุณลูกค้าและพร้อมมอบบริการไม่ว่าจะเป็น Denza และ BYD ต้องมอบประสบการที่ดี
ด้านคุณประธานวงศ์ พรประภา กล่าวว่า นอกจากเรื่องการจำหน่ายรถแล้ว ทาง BYD Rever Automotive ก็ได้มีการเข้าสนับสนุนกิจกรรมทั้ง HYROX, กิจกรรมต่างๆ, การสนบัสนนุดกีฬาเช่น กอล์ฟ, วอลเลย์บอล รวมถึง CSR, การบริจาค และ การช่วยเหลือทางสังคม ไม่ได้เพียงแค่บริษัทรถ แต่อยากอยู่คู่กับสังคมไทย และผลักด้นในหลายๆ เรื่อง
และการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ คือ หลิงหลิงคอง (ศิริลักษณ์ คอง) โดยให้เหตุผลว่าด้วยเทคโนโลยี DM-i ของ Sealion 5 DM-i ที่เรียกว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถเติมน้ำมันได้เพื่อตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่ ที่อยากให้มีการสื่อสารไปยังเทคโนโลยีที่จะยืดระยะการเดินทางและไม่ต้องกังวลเรื่องพลังงานหมดเป็นต้น
BYD SEALION 5 DM-i Standard มีอะไรน่าสนใจ?
มาถึงรถใหม่อย่าง BYD SEALION 5 DM-i รุ่นย่อย Standard ยังคงใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริด Super DM-i ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังรวมสูงสุด 155 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร
ตัวรถมีขนาดยาว 4,735 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,710 มม. ระยะฐานล้อ 2,712 มม. พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายตั้งแต่ 530-1,482 ลิตร และใช้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18 เช่นเดียวกับรุ่นอื่น
จุดที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือรุ่น Standard ใช้ BYD Blade Battery ความจุ 13.08 kWh วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนสูงสุดประมาณ 80 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จ AC Type 2 สูงสุด 3.3 kW แต่ไม่รองรับ DC Fast Charging
อย่างไรก็ตาม รุ่นเริ่มต้นยังมีระบบ V2L สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก หน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและอังกฤษ พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

Standard ต่างจาก Dynamic และ Premium อย่างไร?
ความแตกต่างหลักไม่ได้อยู่ที่กำลังของระบบขับเคลื่อน เพราะทั้งสามรุ่นใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ชุดเดียวกัน แต่ต่างกันที่แบตเตอรี่ การชาร์จ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
Standard เทียบกับ Dynamic
รุ่น Standard เน้นราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า โดยลดความจุแบตเตอรี่จาก 18.3 kWh เหลือ 13.08 kWh ทำให้ระยะทางไฟฟ้าล้วนลดจาก 110 กม. เหลือ 80 กม. และไม่มีระบบชาร์จเร็ว DC 18 kW
อุปกรณ์ที่ Dynamic มีเพิ่มจาก Standard ได้แก่
- แบตเตอรี่ 18.3 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนสูงสุด 110 กม. NEDC
- รองรับ DC Fast Charging สูงสุด 18 kW
- กระจกมองข้างพร้อมระบบทำความร้อนไล่ฝ้า
- ราวหลังคา
- ช่องเก็บแว่นตาเหนือศีรษะ
- ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS
- สี Space Grey เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก

Premium เพิ่มอะไรจาก Dynamic?
รุ่น Premium ใช้แบตเตอรี่และระยะทางไฟฟ้าล้วนเท่ากับ Dynamic แต่เพิ่มอุปกรณ์ด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากขึ้น ได้แก่
- กระจกมองข้างพับไฟฟ้าและพับอัตโนมัติ
- ไฟส่องพื้นบริเวณกระจกมองข้าง
- ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบ One-touch
- ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- ระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคู่หน้า
- ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
- เซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหน้า 2 ตำแหน่ง
- ระบบเตือนจุดอับสายตาและรถตัดผ่านขณะถอยหลัง
- ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถเคลื่อนผ่าน
สรุปง่าย ๆ คือ Standard เหมาะกับคนที่ต้องการขุมพลัง DM-i และฟังก์ชันพื้นฐานในราคาต่ำลง, Dynamic เพิ่มแบตเตอรี่ใหญ่และ DC Charging เหมาะกับคนที่ใช้โหมด EV บ่อย ส่วน Premium เหมาะกับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ความสะดวกและระบบช่วยขับครบที่สุด
อุปกรณ์ความปลอดภัยของรุ่น Standard
แม้เป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ Standard ยังติดตั้งระบบช่วยขับหลักมาค่อนข้างครบ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง, ระบบเตือนออกนอกเลน, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบเตือนการชนด้านหน้า
นอกจากนี้ยังมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองหลัง เซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหลัง ระบบควบคุมเสถียรภาพ และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน



ราคา BYD SEALION 5 DM-i อย่างเป็นทางการ
- BYD SEALION 5 DM-i Standard ราคา 699,900 บาท
- BYD SEALION 5 DM-i Dynamic ราคา 759,900 บาท
- BYD SEALION 5 DM-i Premium ราคา 799,900 บาท
[เพิ่มรายละเอียดแคมเปญเปิดตัว ดอกเบี้ย ของแถม การรับประกัน และช่วงเวลารับสิทธิ์ภายหลังงานแถลงข่าว]
สรุปความคุ้มค่าหรือไม่

BYD SEALION 5 DM-i Standard ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยยังคงขุมพลังและระบบช่วยขับหลักจากรุ่น Dynamic แต่ลดขนาดแบตเตอรี่ ตัด DC Fast Charging และอุปกรณ์บางรายการออก
ดังนั้น จุดตัดสินใจสำคัญจะอยู่ที่ราคาของรุ่น Standard หากตั้งราคาห่างจาก Dynamic มากพอ ก็มีโอกาสเป็นตัวเลือกน่าสนใจสำหรับคนที่ชาร์จไฟที่บ้านเป็นหลัก ใช้ระยะทางต่อวันไม่มาก และไม่ได้ต้องการอุปกรณ์พรีเมียมทั้งหมด
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ส่วนผู้ที่ต้องการวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่าและชาร์จ DC ได้ รุ่น Dynamic ยังคงเป็นจุดสมดุลของไลน์อัป ขณะที่ Premium เพิ่มความสะดวกและระบบความปลอดภัยรอบคันสำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ครบที่สุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




