รีวิวขั้นตอนต่ออายุใบขับขี่ 5 ปี เสร็จไวภายใน 3 ชั่วโมง

รีวิวขั้นตอนต่ออายุใบขับขี่ 5 ปี เสร็จไวภายใน 3 ชั่วโมง

     การต่ออายุใบขับขี่แบบ 5 ปี ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แถมยังเสร็จไวภายใน 3 ชั่วโมง ลองไปดูกันครับว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

201

     สำหรับการรีวิวนี้เป็นการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ 5 ปี เป็นแบบ 5 ปี โดยเราได้ใช้บริการที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 ตั้งอยู่บนถนนสวนผัก เขตตลิ่งชัน ซึ่งมีข้อดีตรงที่มีรอบอบรมถึง 4 รอบ และไม่มีการปิดรับคิวจนกว่ารอบอบรมจะหมด ต่างจากขนส่งบางแห่งที่ปิดรับคิวตั้งแต่ช่วงสายๆ หากใครมาไม่ทันก็ต้องรอวันถัดไป

     หลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการต่อใบขับขี่ชนิด 5 ปี เป็น 5 ปี มีเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ 1.ใบขับขี่เดิม และ 2.บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมทั้งเตรียมเงินสำหรับค่าธรรมเนียม 505 บาท (หากมีการแก้ไขชื่อและที่อยู่ไปจากเดิม เพิ่มอีก 50 บาท)

210

     การต่อใบขับขี่ชนิด 5 ปี เป็น 5 ปี จำเป็นต้องมีการทดสอบการมองเห็นสี, ทดสอบสายตาทางกว้าง และทดสอบสายตาทางลึก เมื่อผ่านการทดสอบทั้งหมด จะมีการอบรมเป็นจำนวน 1 ชั่วโมง สำหรับผู้ขาดต่อใบขับขี่ไม่เกิน 1 ปี หากขาดต่อเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี จะต้องเพิ่มขั้นตอนสอบข้อเขียน และอบรมทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง จึงไม่ควรปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปีนะครับ

     ส่วนใบขับขี่ใครหมดอายุเกิน 3 ปี ต้องผ่านกระบวนการอบรม, สอบทฤษฎี และสอบปฏิบัติ เช่นเดียวกับการขอใบขับขี่ใหม่ทั้งหมดครับ

205

     รอบอบรมสำหรับผู้ต่อใบขับขี่รถส่วนบุคคลล่วงหน้า หรือขาดต่อไม่เกิน 1 ปี ณ สำนักงานขนส่งพื้นที่ 2 (สวนผัก) มีจำนวน 4 รอบ ได้แก่

  • รอบที่ 1 เวลา 09.00 - 10.00 น.
  • รอบที่ 2 เวลา 09.30 - 10.30 น.
  • รอบที่ 3 เวลา 10.30 - 11.30 น.
  • รอบที่ 4 เวลา 13.00 - 14.00 น.

     รอบอบรมสำหรับผู้ต่อใบขับขี่รถส่วนบุคคลที่ขาดต่อเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี มีจำนวน 2 รอบ ได้แก่

  • รอบที่ 1 เวลา 10.00 - 12.00 น.
  • รอบที่ 2 เวลา 12.00 - 14.00 น.

 

      ขั้นตอนการต่อใบขับขี่แบบ 5 ปี เป็น 5 ปี (สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2) มีดังนี้

     1.ติดต่อเจ้าหน้าที่ชั้น 2 เพื่อขอรับ "แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย" จากนั้นกรอกชื่อและหมายเลขโทรศัพท์มือถือให้เรียบร้อย

208

     2.ยื่นแบบฟอร์มแก่เจ้าหน้าที่ที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ พร้อมแนบใบขับขี่เดิมและบัตรประชาชน เพื่อขอรับบัตรคิว ซึ่งขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะเก็บเอกสารไว้ และมอบบัตรคิวให้ จากนั้นให้รอเรียกตามคิว ซึ่งระหว่างนี้ต้องหูตาไวเป็นพิเศษ เพราะมีการประกาศเรียกของหลายแผนกพร้อมๆ กัน อาจจะทำให้สับสนได้

204

     3.หลังจากถูกเรียกคิวแล้ว ให้รับเอกสารคืนที่ช่อง 21 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเรียกครั้งละหลายคิว และเรียกขานทีละชื่อเพื่อคืนเอกสาร

     4.เมื่อได้เอกสารคืนแล้ว ให้ไปติดต่อที่ช่อง 10 เพื่อรับบัตรคิวทดสอบสมรรถภาพสายตา จากนั้นจึงรอเรียกตามบัตรคิวใหม่

213

212

     5.หลังจากถึงคิวทดสอบสมรรถภาพสายตา เจ้าหน้าที่จะเรียกคิวเป็นชุด เพื่อเข้าห้องทดสอบการมองเห็นสี, ทดสอบสายตาทางกว้าง และทดสอบสายตาทางลึก ซึ่งขั้นตอนนี้หลายคนค่อนข้างกังวล เพราะเจ้าหน้าที่จะทำการทดสอบอย่างรวดเร็วจนแทบไม่ทันตั้งตัว ทางที่ดีทำใจสบายๆ ครับ ไม่มีอะไรยากเลย

216

     6.เมื่อผ่านการทดสอบทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่จะเรียกเข้าไปรอในห้องอบรมที่กำหนด ซึ่งจะมีจำนวน 3 ห้องครับ อย่าเผลอเข้าห้องผิดล่ะ

215

     7.รับฟังการอบรมจำนวน 1 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นการเปิดวิดีโอให้รับชม โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ 1. การขับรถอย่างปลอดภัย และ 2. มารยาทในการขับขี่ โดยห้องอบรมทุกห้องจะถูกติดป้ายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือไว้ ทางทีดีควรตั้งใจรับชมวิดีโอเพื่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการขับขี่ครับ

214

     8.หลังจากจบการอบรมแล้ว เจ้าหน้าที่จะเรียกคืนเอกสาร พร้อมทั้งแนบบัตรคิวใบใหม่สำหรับถ่ายรูปมาให้

217

     9.ให้เดินกลับมายังบริเวณช่อง 8 แล้วรอเจ้าหน้าที่เรียกชำระค่าธรรมเนียม ซึ่งจะเรียกเป็นกลุ่มตามคิวใบใหม่ หากยังไม่ถึงคิวก็ยังไม่ต้องเข้าแถวครับ

219

     10.ชำระค่าธรรมเนียม 505 บาท (เปลี่ยนแปลงชื่อ-ที่อยู่ เพิ่มอีก 50 บาท)

     11.รอเรียกตามคิวเพื่อเข้ารับการถ่ายรูป และจะได้รับใบขับขี่ใบใหม่ทันที เป็นอันเสร็จพิธีครับ

211

     ซึ่งกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่เริ่มรับบัตรคิวใบแรกเวลา 08.06 น. และได้ใบขับขี่เวลา 11.10 น. เท่ากับว่าใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอรับใบขับขี่ในรอบนั้นๆ ด้วยครับ

     เพียงเท่านี้ก็จะได้รับใบขับขี่ใบใหม่มาครอบครองและขับขี่ได้อย่างสบายใจไปอีก 5 ปี แล้วครับ

 

ติดตามSanook! Auto