BMW X5 2018 โมเดลเชนจ์ใหม่เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว

BMW X5 2018 โมเดลเชนจ์ใหม่เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว

     BMW X5 2018 โมเดลเชนจ์ใหม่ล่าสุดถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งรับคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz GLE ใหม่

219

     ดีไซน์ของ BMW X5 2018 ใหม่ ดูใกล้เคียงกับ X3 โฉมปัจจุบันพอสมควร แต่ออกแบบให้มีความบึกบึนมากกว่า เพิ่มความแปลกตาด้วยไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ตัวถังมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมทุกมิติ โดยมีความยาวเพิ่มขึ้น 36 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 66 มิลลิเมตร สูงขึ้น 19 มิลลิเมตร และความยาวฐานล้อเพิ่มขึ้น 42 มิลลิเมตร

221

     ภายในห้องโดยสารมีการใช้วัสดุที่ให้ความพรีเมียมมากขึ้น ติดตั้งพวงมาลัยและคันเกียร์ดีไซน์ใหม่ ติดตั้งหน้าจอ iDrive ขนาด 12.3 นิ้ว ช่องแอร์ถูกตกแต่งด้วยโครเมียม พร้อมกับแผงควบคุมระบบปรับอากาศดีไซน์ใหม่

     ลูกค้าสามารถเลือกอ็อพชั่นให้กับ BMW X5 2018 ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน, หลังคากระจกพาโนรามิคที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 30 เปอร์เซนต์, เครื่องเสียง Bowers & Wilkens Diamond Surround Sound System พร้อมลำโพง 20 จุด รวมถึงระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว จำนวน 2 จอ และเครื่องเล่นแผ่น Blu-Ray เป็นต้น

212

     BMW X5 2018 ทุกรุ่นถูกติดตั้งระบบช่วงล่าง Dynamic Damper Control เป็นมาตรฐาน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมระบบล็อคเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปด้านหลัง, ระบบช่วงล่างถุงลมที่สามารถปรับความสูง-ต่ำได้ 40 มิลลิเมตร เป็นต้น

215

     ด้านขุมพลังมีให้เลือกหลากหลาย เริ่มต้นที่เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 6 สูบ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 340 แรงม้า แรงบิดสงสุด 450 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.5 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 243 กม./ชม.

     นอกจากนั้น ยังมีเครื่องยนต์เบนซินทวินเทอร์โบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร กำลังสูงสุด 462 แรงม้ แรงบิดสูงสุด 650 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.

216

     ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลเริ่มต้นด้วยขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร ขณะที่ไฮไลท์เด็ดอยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซล Quad-turbo แบบ 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ในรุ่น M50d ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.2 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กม./ชม.

     ทุกรุ่นถูกติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เน้นส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง

206

     ความคืบหน้าการเปิดตัวในบ้านเราจะนำเสนออีกครั้ง