เทคนิคป้องกัน 'หลับใน' ทำตามนี้รับรองเวิร์ค!

เทคนิคป้องกัน 'หลับใน' ทำตามนี้รับรองเวิร์ค!
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     อาการหลับในสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งถือว่าอันตรายยิ่งกว่าเมาแล้วขับเสียอีก เพราะการเผลอหลับเพียงชั่ววูบเดียวก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

     สัญญาณเริ่มต้นของอาการหลับในมีหลายแบบ เช่น ตั้งหน้าตั้งตาขับรถเพียงอย่างเดียว ไม่มีการละมือจากพวงมาลัยไปกดปุ่มต่างๆ หรือไม่คุยกับใครในรถ รู้สึกมีอาการมึนศีรษะ เผลอขับรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ ขับส่ายไปมา และไม่สามารถจำได้ว่าขับผ่านอะไรในช่วง 1-2 กิโลเมตรที่ผ่านมา

     อาการทั้งหมดเหล่านี้บ่งบอกว่าคุณกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการหลับใน จนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการหลับในจึงควรนำเทคนิค 5 ข้อนี้ไปใช้ ดังนี้

1.กินขนม-ดื่มน้ำ

     ก่อนเดินทางลองแวะซื้อขนมห่อหรือหมากฝรั่งติดรถไว้ พอเริ่มรู้สึกง่วงก็ให้หยิบขึ้นมากิน เป็นการสร้างกิจกรรมให้ร่างกายได้ขยับเขยี้อนบ้าง ช่วยยืดอาการง่วงซึมออกไปได้อีกสักระยะ หรือระหว่างทางแวะซื้อเครื่องดื่มเย็นๆติดรถไว้ คอยจิบทีละนิด จะช่วยให้หายง่วงได้เช่นเดียวกัน

2.สเปรย์น้ำแร่ช่วยได้

     อีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลเช่นกัน คือการติดสเปรย์น้ำแร่สำหรับฉีดหน้าเอาไว้ในรถ ทางที่ดีให้วางไว้ในที่ที่มีลมแอร์ผ่าน จะช่วยให้น้ำแร่ในกระป๋องเย็นถึงใจ ทีนี่เมื่อจับเอามาพ่นใส่หน้าซักทีสองที ก็จะพอช่วยให้สะดุ้งจนหายง่วงได้เป็นปลิดทิ้ง

3.ชวนคุยกับคนในรถ

     การมีปฏิสัมพันธ์กับคนในรถถือเป็นวิธีการแก้ง่วงชั้นเยี่ยม เพราะผู้ที่ขับรถมักโฟกัสไปยังถนนข้างหน้าเพียงอย่างเดียว เมื่อผ่านไปนานๆ จะทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายและง่วงซึม ดังนั้น จึงควรหันมาเปิดประเด็นพูดคุยกับคนในรถดูบ้าง ถ้าหากมาคนเดียวก็โทรศัพท์หาใครสักคนดูก็ได้ แต่อย่าลืมว่าต้องใช้สมอลทอล์คหรือแฮนด์ฟรีเพื่อความปลอดภัยด้วย

4.ไม่ทานอาหารจนอิ่มเกินไป

     การทานอาหารมากจนเกินไปมีผลทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ ดังนั้น หากใครที่รู้ตัวว่าทานอาหารเสร็จแล้วมักจะมีอาการง่วงตามมา ก็ให้ทานแต่พอดี ไม่ปล่อยให้อิ่มจนเกินไป หาซื้อขนมมาทานต่อบนรถก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่อย่าลืมว่าต้องเป็นขนมที่หยิบง่าย ไม่หกเลอะเทอะ จึงจะขับรถได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

5.จอดรถงีบ 10-15 นาที

     หากรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ มองหาจุกพักรถหรือปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด แล้วพักงีบประมาณ 10-15 นาทีก่อนออกเดินทาง ถ้ามีคนช่วยขับรถก็เปลี่ยนคนขับไปเลยจะดีที่สุดครับ