Honda Brio Amaze ตอบโจทย์ความประหยัดทั่วไทย 5,000 กม.

Honda Brio Amaze ตอบโจทย์ความประหยัดทั่วไทย 5,000 กม.
worldwheelsweb(กรังปรี)

สนับสนุนเนื้อหา

Honda Brio Amaze ตอบโจทย์ความประหยัดทั่วไทย 5,000 กม.

ฮอนด้า ออโตโมบิล จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ ทั่วไทย 7 วันเต็ม ด้วยระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร ตอบโจทย์อีโคร์คาร์มากความสามารถที่ให้ทั้งความประหยัด และใช้งานได้ทุกที่ทั่วเมืองไทย

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ อเมซิ่ง ไทยแลนด์ ตามคอนเซ็ปต์ สมการความประหยัด มหัศจรรย์ทั่วไทย ด้วยการขับรถยนต์ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ เดินทางไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร

โดยแบ่งสื่อมวลชนออกเป็น 7 ทีม ซึ่งจะแบ่งสีประจำทีมออกเป็น 7 สี ได้แก่ สีแดง, ฟ้า, ม่วง, เหลือง, น้ำเงิน, ส้ม และชมพู เพื่อขับ บริโอ้ อเมซ ตัวท็อปรุ่นวี ระบบเกียร์อัตโนมัติ ซีวีที ทั้งหมด 7 คัน คันละ 2 คน โดยหนึ่งทีมจะมีอยู่ด้วยกัน 6 คน ที่ผลัดกันไปทำภาระกิจใน 3 เส้นทาง ซึ่งจะเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย และไปจบภาระกิจแรกที่จังหวัดอุดรธานี ก่อนจะให้กลุ่มที่2 ขับต่อในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลัดเลาะริมแม่น้ำโขง และชายแดนประเทศกัมพูชา จากอุดรธานีไปแวะพักที่อุบลราชธานี สู่จังหวัดตราด และขับกลับมายังกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้กลุ่มสุดท้ายไปยังเส้นทางสายใต้ ที่ต้องขับในระยะทางยาวที่สุดกว่า 2,000 กิโลเมตร จนถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาและกลับสู่เส้นชัยที่กรุงเทพ ณ ศูนย์ฝึกอบรมฮอนด้า บางชัน เป็นอันสิ้นสุดภาระกิจ 7 วันทั่วไทยกับ ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ อเมซิ่ง ไทยแลนด์

โดยเส้นทางแรกเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 10-11 พฤษภาคม เริ่มต้นกับเส้นทางสายเหนือ จากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย ระยะทางรวม 833 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นเส้นทางในการแข่งขันขับประหยัดน้ำมัน 350 กิโลเมตร โดยตัวเลขที่ดีที่สุดสามารถทำได้คือ 33.2 กิโลเมตร/ลิตรAC

วันที่สองเป็นการเดินทางจากจังหวัดเชียงราย ไปภาคอีสานที่จังหวัดอัดรธานี ระยะทางรวม 775 กิโลเมตร มีการทดสอบความประหยัดอยู่แค่ช่วงสั้นๆเพียง 264.6 กิโลเมตรเท่านั้น โดยตัวเลขความประหยัดที่ดีที่สุดสามารถทำได้ 24.7 กิโลเมตร/ลิตร

จากนั้นจึงเป็นคิวกลุ่มสองระหว่างวันที่ 12-14 พฤษภาคม โดยผู้เขียนรับหน้าที่รวมกับเพื่อนสื่อมวลชนจากเว็บไซต์ motortrivia.com ที่มารับช่วงต่อจากจังหวัดอุดรธานี – อุบลราชธานี – ตราด จนไปสิ้นสุดภารกิจ และส่งมอบให้สมาชิกร่วมทีมได้เปลี่ยนไม้ที่ 3 เพื่อมุ่งหน้าสู้ภาคใต้

อุดรฯ – อุบลฯ 643 กม. กับ 2 ภาระกิจ ขับประหยัด – ถ่ายภาพ

สำหรับช่วงที่สองของกิจกรรม ผู้เขียนบินไปรอรับเพื่อนที่จะมาจบการขับในช่วงแรกที่ จังหวัดอุดรธานี เพื่อพูดคุยถึงการขับในช่วงแรกที่ผ่านมา พร้อมกับร่วมกันวางแผนเพื่อหาโอกาสสร้างคะแนน เนื่องจากในช่วงการขับของไม้ที่หนึ่งทำคะแนนออกมาได้มีดีเท่าที่ควร อันเนื่องมาจากสภาพการจราจร และสภาพทางที่ไม่สามารถคาดเดาได้

 

เริ่มต้นการขับช่วงที่สองที่โรงแรมประจักษ์ตรา ดีไซน์ จังหวัดอุดรธานี กับการแข่งขันขับประหยัดน้ำมัน ระยะทาง 370.80 กิโลเมตร โดยมีจุดหมายแรกที่ตัวจังหวัดนครพนม จับเวลาออกตัว 07.28 น. กับสภาพถนนภายในเมืองช่วงเช้าที่รถลายังไม่จอแจนัก ส่งผลให้การขับออกนอกเมืองในช่วงแรกลื่นไหลได้อย่างสะดวกสบาย จนเข้าสู่ทางหลักซึ่งเป็นถนน 4 เลนมุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองคาย ในช่วงเส้นทางนี้เองที่การจราจรค่อนข้างโล่ง แต่ผู้เขียนยังคงใช้ความเร็วที่ระดับ 70-80 กิโลเมตร เพื่อปั้นอัตราสิ้นเปลืองให้ไปถึงจุดสูงสุดที่สามารถทำได้คือ 29.9 กิโลเมตรต่อลิตร

เมื่อถึงตัวหนองคายจึงเลี้ยวขวาเลียบเลาะแม่น้ำโขงผ่านอำเภอโพนพิสัย ซึ่งเข้าสู่เส้นทางสวนแบบ 2 เลน ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ปั้นมาสวยงามในช่วงแรกเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็พยายามรักษารับเอาไว้ให้ได้นานที่สุด ด้วยการชลอความเร็วลงมาอยู่ในระดับ 60-70 กิโลเมตร ประกอบกับเส้นทางผ่านชุมชน และมีรถช้าใช้ทางค่อนข้างมาก อัตราสิ้นเปลืองจึงหล่นไปอยู่ที่ระดับ 27.0 กิโลเมตรต่อลิตร และในช่วง 70 กิโลเมตรสุดท้าย เมื่อคำนวนกับเวลาที่เหลือจาก 5 ชั่วโมง นั่นหมายถึงต้องถึงจุดหมายภายในเวลา 12.28 น. จึงได้ทำการขยับความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงมาถึงยังตัวเมืองนครพนม ดูนาฬิกายังมีเวลาเหลืออีกประมาณ 5 นาที กับสภาพการจราจรจอแจในตัวเมือง เส้นเลียบแม่น้ำโขง จนในที่สุดก็มาถึงยังจุดหมายที่ร้านอาหารริมน้ำโขง จังหวัดนครพนม ด้วยเวลาในการเดิน 5 ชั่วโมงพอดีเป๊ะ พร้อมอัตราสิ้นเปลืองที่ 26.0 กิโลเมตร/ลิตร

หลังเสร็จจากพักรถและเติมพลังคน เราเดินทางกันต่อโดยมีจุดหมายต่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างทางแวะสักการะพระธาตุพนม พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวนครพนม พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังต้องทำภาระกิจระหว่างทางกันด้วยโดยมีโจทย์จากทางฮอนด้าว่า ให้ถ่ายภาพรถฮอนด้า บริโอ้ อเมซ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวรถ กับป้ายชื่อจังหวัด หรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงจังหวัดนั่นๆที่ขับผ่าน ลงในเฟสบุ๊คแฟนเพจ honda super fan ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาระกิจที่จะต้องทำควบคู่กับการแข่งขัยประหยัดน้ำมัน โดยภาพที่สมบูรณ์จะได้รับ 2 คะแนนคูณด้วยจำนวนจังหวัดที่ขับผ่าน

การขับในช่วงที่สองของวันเหลือระยะทางอีก 272.2 กิโลเมตร เพื่อนสื่อมวลชนรับหน้าทำการขับแบบฟรีรัน ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาและตัวเลขความประหยัด แต่ยังคงขับแบบเกาะกลุ่มกันด้วยความเร็ว 120-140 กิโลเมตร ทำเวลาให้ทันแสงสุดท้ายเพื่อบันทึกภาพกันที่ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนเข้าพักที่โรงแรม สุนีย์ แกรนด์ ทีมงานฮอนด้าได้รายงานตัวเลขความประหยัด รวมถึงคะแนนภาระกิจถ่ายภาพให้แต่ละทีมได้รับทราบกัน

สำหรับตัวเลขความประหยัดในวันนี้ ทีมผู้เขียนได้อัตราสิ้นเปลืองสูงสุดที่ 26.0 กิโลเมตร/ลิตร เท่ากับอีกหนึ่งทีม ที่ใช้เวลาในการขับน้อยกว่า ทีมผู้เขียนจึงได้อันดับความประหยัดเป็นอันดับที่ 2 พร้อมกับคะแนนถ่ายภาพลงเฟสบุ๊ค 5 คะแนน

724 กม. อุบลฯ – ตราด กับความประหยัดสูงสุด 32.1 กม./ลิตร

วันต่อมาเป็นการเดินทางจากภาคอีสานที่จังหวัดอุบลราชธานี ไปสิ้นสุดกันที่ภาคตะวันออก ที่จังหวัดตราด ด้วยระยะทาง 724 กิโลเมตร โดยช่วงแรก 287.7 กิโลเมตร เป็นภาระกิจขับประหยัดเช่นเดิม แม้ระยะทางจะน้อยกว่าวันที่ผ่านมาเกือบร้อยกิโลเมตร แต่ทีมงานฮอนด้าให้เวลาเท่าเมื่อวานที่ 5 ชั่วโมง เนื่องจากถนนส่วนใหญ่เป็นเลนสวน และสภาพการจราจรคับคั่งกว่า

เริ่มต้นออกเดินทางหลังพิธีการปล่อยตัว เวลา 07.15 กม. โดยมีจุดสิ้นสุดการขับประหยัดที่ร้านจิงนำ ขาหมูชื่อดังของอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ การขับช่วงแรกวางแผนไว้ว่าจะเริ่มต้นจากการปั้นตัวเลขให้สูงไว้ก่อน แต่ไม่เป็นตามที่คาดการณ์ไว้เพราะต้องขับผ่านตัวเมืองที่มีสภาพการจราจรคับคั่ง แถมต้องติดแยกไฟแดงนับสิบแยกกว่าจะหลุดออกมาจากย่านตัวเมืองอุบลฯ และวารินชำราบได้ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง จึงเริ่มประคองคันเร่งนิ่งๆในระดับ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนตัวเลขความประหยัดแตะอยู่ที่ 29.8 กิโลเมตร/ลิตร ประคองตัวเลขได้ไม่นานนักเมื่อเริ่มเข้าสู่จังหวัดศรีษะเกษ สภาพทางจาก 4 เลน หรือ 2 เลข ทั้งยังต้องจอดรอรถไฟผ่าน ทำให้อัตราสิ้นเปลืองลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

จนมาถึงอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เหลือระยะทางอีกกว่า 70 กิโลเมตร กับเวลา 1 ชั่วโมงเศษ ถือว่าไม่เครียดมาหากขับด้วยความเร็วเฉลี่ย 70-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปเมื่อใกล้ถึงตัวอำเภอนางรอง แยกไฟแดงบริเวณทางเข้าเขาพนมรุ้ง มีรถติดยาวหลายร้อยเมตร พร้อมกับแยกบริเวณอำเภอนางรองซึ่งเป็นจุดตัดไปภาคตะวันออก มีปริมาณรถหนาแน่น ทำให้เราเสียอัตราสิ้นเปลืองและเวลาไปพอสมควร จนเข้าสู่จุดหมายก่อนเวลา 4 นาที ด้วยอัตราสิ้นเปลือง 28.7 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับทีมที่สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองดีที่สุดทำได้ 32.1 กิโลเมตร/ลิตร

ช่วงบ่ายโดยใช้เส้นทาง 348 เลียบเลาะชายแดนประเทศกัมพูชา ผ่านอำเภอโนนดินแดง เข้าสู่จังหวัดสระแก้วที่ อำเภอตาพระยา สภาพเส้นทางส่วนใหญ่เป็นเนินเขาไม่ชันนัก ทัศนียภาพสวยงามแต่ทางค่อนข้างแคบ เพราะบางช่วงเป็นเส้นทางตัดผ่านอุทยานแห่งชาติ 

จากนั้นจึงเข้าสู้อำเภออรัญประเทศ โดยใช้เส้นทาง 317 ผ่านอำเภอเขาฉกรรจ์ – วังน้ำเย็น - วังสมบูรณ์ – สอยดาว – โป่งน้ำร้อน – มะขาม จนเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปจุดหมายปลายทางที่บ้านปูรีสอร์ท จังหวัดตราด ก่อนปิดกิจกรรมสุดท้ายของวันด้วยการรายงานตัวเลขคะแนนจากทีมงานฮอนด้า ในวันที่ทีมสีชมพูของผู้เขียนสามารถความอันดับที่ 3 ในการขับประหยัด ส่วนภาระกิจถ่ายภาพเฟสบุ๊ค คว้า 10 คะแนนเต็ม ขณะที่อันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ทำตัวเลขได้ 32.1 และ 29.6 กิโลเมตร/ลิตร ตามลำดับ

วันสุดท้ายของภาระกิจของกลุ่มที่สอง ขับแบบฟรีรัน จากจังหวัดตราด ไปเมกะบางนะ ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อทำการส่งมอบให้กลุ่มที่สาม ทำภาระกิจสุดท้ายกับการเดินทางสู่ภาคใต้ ด้วยระยะทางไปกลับกว่า 2 พันกว่ากิโลเมตร ไปสิ้นสุดที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา และขับกลับมายังกรุงเทพมหานคร ด้วยระยะทางทั้งสิ้น 5,290 กิโลเมตร สำหรับเส้นทางนี้มีตัวเลขความประหยัดที่ดีที่สุดคือ 33.1 กิโลเมตรต่อลิตร

สำหรับผลคะแนนรวมความประหยัดประเภททีม ตกเป็นของทีมสีฟ้า ด้วยคะแนนรวม 51 คะแนน อันดับที่ 2 เป็นของทีมสีม่วง 33 คะแนน ส่วนอันดับที่ 3 คือสีน้ำเงินซึ่งได้คะแนนรวม 28 คะแนน นอกจากนี้ยังมีรางวัลประเภทมิชชั่น ด้วยการเช็คอินผ่านเฟสบุ๊ค กับรถยนต์ฮอนด้าบริโอ้อเมซทั่วไทย อันดับที่ 1 ตกเป็นของทีมสีม่วง 56 คะแนน ที่ 2 สีแดง 46 คะแนน และที่ 3 คือทีมสีชมพู 43 คะแนน

สำหรับกิจกรรม ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ อเมซิ่ง ไทยแลนด์ สมการความประหยัด มหัศจรรย์ทั่วไทย ด้วยการขับรถยนต์ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ เดินทางไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย นอกจากจะได้เห็นตัวเลขของความประหยัดของอีโคคาร์จากค่ายฮอนด้า ที่ช่วยให้เราประหยัดเงินค่าเชื้อเพลิงแล้ว เรายังได้เห็นว่าการใช้งานจริงกับรถคันเล็กๆ ยังสามารถนำพาผู้ขับ และผู้โดยสารไปได้ทุกที่ทั่วประเทศไทย จากการใช้งานจริง 5,290 กิโลเมตร



เรื่อง : ธัชนนท์ ตาปนานนท์
ภาพ : บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด