ย้อนรอยอุบิติมาสซ่า 1ปี บราซิลคนนี้คิดยังไง

ย้อนรอยอุบิติมาสซ่า 1ปี บราซิลคนนี้คิดยังไง

นับว่าเป็นอุบัติเหตุที่ทั้งร้ายแรงที่สุดและแปลกประหลาดที่สุดในคราวเดียวกันของการแข่งขันรถฟอมูลล่าร์วันเลยก็ว่าได้ กับเหตุการณ์ในการแข่งขันรอบคัดเลือกที่ฮังการี่เมื่อปีกลาย ที่เกือบส่งนักขับมือฉมังชาวบราซิล ฟิลิปเป้ มาสซ่ากลับบ้านเก่า

ภาพอันน่าตกใจถูกเปิดเผยหลังเหตุการณ์ที่สนามฮังกาโร่ ริง เผยให้เห็นถึงวัตถุลึกลับที่หลุดออกมาจากรถของรูเบน มาเชลโล่ ซึ่งภายหลังถูกระบุว่าเป็นสปริงจากระบบช่วงล่างกระเด็นพุ่งตรงเข้าหาหมวกกันน๊อกของมาสซ่าที่ตามมาด้านหลัง ส่งให้นักขับชาวบราซิลน๊อกหมดสติคาพวงมาลัย ก่อนดิ่งเข้าหากองยางและกำแพงข้างสนามแข่ง

หลังจากได้รับช่วยชีวิตและนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงบูดาเปส นักขับชาวบราซิลผู้นี้ก็ยังมีอาการน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะปัญหาทางการมองเห็น ซึ่งสปริงที่หลุดออกมานั้นสร้างความเสียหายอย่างหนักให้ดวงตาทางด้านซ้ายของมาสซ่า และมีอาการกะโหลกร้าว แต่หลังผ่านการผ่าตัดและพักฟื้นอาการบาดเจ็บเกือบตลอดฤดูกาล มาสซ่าก็กลับมาลงสนามแข่งได้อีกครั้ง พร้อมไทเทเนียมดามกระดูกแห่งความทรงจำที่ถูกฝังไว้บริเวณทางด้านซ้ายของกระโหลก

1 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก และปีนี้นักขับชาวบราซิลที่เกือบคว้าชัยเมื่อปี 2008 ก็กลับมาลงสนามอีกครั้ง แม้จะมีบางอย่างที่ดูเหมือนว่านักแข่งแดนลาตินคนนี้ยังทำได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อน ที่เกือบเอาชนะ เลวิส แฮมมิลตันในการชิงตำแหน่งแชมป์เปี้ยนโลก แต่ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขากลับไปยังสนามที่ฮังการี่ ซึ่งเกือบจะเป็นครั้งสุดท้ายบนเส้นทางโลกความเร็วของเขา และในปีนี้มาสซ่าก็เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 4

มาสซ่าให้สัมภาณ์กับสำนักข่าว CNNถึงเรื่องราวหลังจากอุบัติเหตุเมื่อปีกลายว่า มันทำให้ผมเห็นคุณค่าของชีวิตมากกว่าแต่ก่อน และผมกลับชื่นชมสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นรอบๆตัวมากกว่าเดิมอีก 10 เท่า และยังทำให้ได้เห็นมุมมองของชีวิตและสุขภาพของตัวเองอีกด้วย มันไม่ใช่อะไรก็ได้และไม่ใช่สำหรับตัวผมเอง แต่มันหมายถึงชีวิตซึ่งมีความหมายกับทุกคน

นี่เป็นคำกล่าวของที่รอดตายในเหตุการณ์ที่เกือบจะเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตหลังพวงมาลัย และด้วยการต่อสัญญาของนักขับชาวบราซิลผู้นี้กับทีมเฟอร์รารี่ เมื่อเร็วๆนี้ มันคงทำให้ชีวิตของมาสซ่าดูจะมีความสุขขึ้นอีกมากเลยทีเดียว

 

ข้อมูลจาก autoblog.com

ภาพจาก getty image