จับตา สามเทรนด์รถยนต์ในรอบปี 2013 การเปลี่ยนแปลงที่ไทยต้องจับตา

จับตา สามเทรนด์รถยนต์ในรอบปี 2013 การเปลี่ยนแปลงที่ไทยต้องจับตา
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

            ในช่วงปีทีผ่านมา ค่ายรถยนต์ต่างสนุกสนานในการเดินหน้าดันยอดขายให้สูงเป็นประวัติการและแม้ปีนี้ อาจจะยังเงียบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าปีนี้จะเป็นอีกปีที่มีเรื่องราวสนุกสนานในการวงการยานยนต์ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ในตลาดบ้านเรา และ เรื่องที่เราจะพูดต่อไปนี้อีกสามเรื่อง คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศ

อี 85 ตลาดระอุ

                ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดเมืองไทยไฟลุกพรึ่บ พอๆกะออกเทน 105 ของน้ำมันพลังงานทางเลือก E85 ที่ทำให้หลายคนเริ่มสนใจพลังงานทางเลือกตัวนี้ โดยรถยนต์มากมายหลายรุ่นเริ่มใช้มันได้ และทำให้คนที่ต้องการประหยัดมีออพชั่นให้กับตัวเองมากขึ้น

                ทางออกของราคาน้ำมันที่พุ่งสุงและน้ำมันพลังงานทางเลือก E85 ก็เป็นโจทย์ที่น่าสนใจ ด้วยเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหาสามารถผลิตรถยนต์ที่ใช้งานพลังงานทางเลือกนี้ได้ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อราคาจำหน่ายรวมถึง ราคากำไรต่อหน่วย แม้การพัฒนารถให้ใช้E85 ได้ จะไม่ใช่เรื่อง่าย จากการกัดกร่อนที่มากของแอลกอฮอลล แต่เมื่อทำได้ มันก็หมายถึงจะพร้อมสำหรับ E100 ด้วยในอนาคต

                การแข่งขันทางด้าน E85 ในบ้านเรานั้น เริ่มขึ้นมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว โดยค่ายรถยนต์ต่างเริ่มทยอยส่งรถลงตลาดนี้เรื่อย ตั้งแต่  Volvo, Mitsubishi ,Chevrolet, Honda  และ Toyota  ทำให้ปีนี้ ลูกค้าจะมีรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน E85 ได้มากขึ้น โดยเฉพาะค่ายโบว์ไทน์ เชื่อว่าน่าจะมีการพัฒนารถยนต์ E85 ในเก๋งของค่ายหลัง คู่แข่งประเดิมไปหมดแล้ว และเมื่อประกอบกับเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วจากอเนกประสงค์ก็น่าจะสามารถใช้ร่วมกันได้อย่างไม่น่ามีปัญหา

                แม้จะพอเดาว่ามีหนึ่งค่ายในกลุ่มที่จะเติ่มไลน์ E85 เข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ปีนี้ คาดว่าน่าจะมีรถยนต์ที่ใช้ E85 เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหลายรุ่น จากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อยๆ และ ลูกค้าก็มองหาการเซฟเงินในกระเป๋ามาขึ้น รวมถึง แนวโน้มตามการพัฒนาให้สอดคล้องอัตราภาษี Co2  ด้วย

 

เครื่องยนต์สมรรถนะสูงลดมลภาวะ

                ในปีนี้นอกจากเรื่องของน้ำมัน E85 แล้ว เราคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆที่ จะเข้ามาในบ้านในช่วงปีนี้อย่างแน่นอน ถ้าไม่มีสิ่งใดผิดพลาดจากสิ่งที่ได้เกิดขึ้นไปแล้วในช่วงปีทีผ่านมา          

                แง่หนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปตามแผนแม่บทใหม่ล่าสุดของอุตสากรรมยานยนต์ ที่จะใช้ในอีก 5 ปี ต่อจากนี้ ที่เลิกการเน้นผลิตภัณฑ์ตัวใดตัวหนึ่งเป็นสำคัญ แต่มองที่องค์รวมของอุตสาหกรรม โดยจากข้อมูลที่เริ่มมีออกมาตามสื่อต่างๆ แต่ก็ชื่อว่าแผนใหม่นี้จะเป็นแผนที่เน้นในเรื่องของเทคโนโลยีรักษาสิ่งแวดล้อมหรือ  Green Technology ซึ่งจะทำให้รถยนต์มีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีขึ้นและ ที่สำคัญยังมีไอเสียที่สะอาดมากยิ่งขึ้นพร้อมกันด้วย

Ford Eco sport

                นอกจากแผนแม่บทใหม่จะยืนยันความเป็นไปได้แล้ว เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ครม.ก็เคาะการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรูปแบบใหม่ในรถยนต์ โดยใช้การวัดค่าไอเสีย หรือ ภาษีคาร์บอนที่เป็นมาตรฐานสากลอยู่ในเวลานี้ ซึ่งจะจัดเก็บน้อยกว่าในรถยนต์ที่ปล่อยไอเสียน้อยกว่า และจะเพิ่มตามลำดับ ตามโครงสร้างที่ได้นำเสนอมา ซึ่งไม่ได้มีการแบ่งแยกในส่วนของพิกัดของเครื่องยนต์เหมือนแต่ก่อน ทำให้ รถยนต์ในยุคใหม่นี้อาจจะเป็นเครื่องอะไรขนาดใดก็ได้ ที่มีประสิทธิภาพสูง มีการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีก็เพียงพอแล้ว

                ปัจจุบันหลายค่ายมีการพัฒนาเครื่องยนต์ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวขึ้นมาแล้ว และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในต่างประเทศ ซึ่งในรถบางรุ่นที่มีแนวโน้มว่าไทยจะได้สัมผัสในปีนี้ ก็มีเครื่องยนต์บล็อกเหล่านี้รวมอยู่ด้วย แต่ท้ายที่สุดก็คงต้องรอดูกันว่าจะมาอย่างที่คาดหรือไม่

 

คอมแพ็ค อเนกประสงค์จะกลับมา

                ตั้งแต่รถอเนกประสงค์เริ่มเข้ามาสู่ตลาดการพัฒนาที่ต่อเนื่องก็ทำให้เรือนร่างมัน บิ๊กไซส์มากขึ้นเรื่อยๆ จนมีขนาดใหญ่มากและบางครั้งก็เกินไปหน่อยต่อการขับในเขตเมือง

                เรือนร่างที่ใหญ่ ทำให้ค่ายรถยนต์หลายค่ายเริ่ม คิดถึงการออกรุ่นเสียบกลางจากรถอเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้รถอเนกประสงค์นี้มีการปรับปรุงสมรรถนะให้สอดคล้องใช้ได้ดีทั้งในเมืองขับได้ง่ายขึ้น และมีสมรรถนะที่พร้อมลุยถ้าต้องการ

                แนวคิดดังกล่าวนี้ คือสิ่งที่จุไว้ในรถอเนกประสงค์คอมแพ็ค ที่ตอนนี้ก็มีบางรุ่นเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราแล้ว แต่อาจจะยังไม่เป็นที่สนใจมากนัก แต่ในปีนี้จะมีรถกลุ่มนี้เข้ามาอีกเพิ่มมาก หนึ่งในนั้น คือรถยนต์  Ford Eco sport  ที่มีการประกาศชัดว่าจะเข้ามาจำหน่ายในปีนี้ รวมถึง รุ่นอื่นๆที่มีความเป็นไปได้ ที่จะตามเข้ามา และเราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนอีกอย่างที่สำคัญในวงการยานยนต์

                สามการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสิ่งที่เราเชื่อว่าในปีนี้จะมีความเคลื่อนไหวที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น และมันย่อมทำให้เราๆ ท่านๆ มีทางเลือกมากขึ้น ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคัน ซึ่งใครที่จะซื้อรถในปีนี้ ถ้าไม่รีบให้รอดูสถานการณ์ เชื่อว่าน่าจะมีความเคลื่นไหวมากขึ้นตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป