BMW 3-Series 2016 ไมเนอร์เชนจ์เผยโฉมแล้วในสหรัฐฯ

BMW 3-Series 2016 ไมเนอร์เชนจ์เผยโฉมแล้วในสหรัฐฯ
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     BMW สหรัฐอเมริกาเผยโฉม 2016 ซีรี่ย์ 3 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่อย่างเป็นทางการ ปรับรูปลักษณ์ภายนอกล้ำสมัยยิ่งขึ้น พร้อมขุมพลังใหม่แบบปลั๊กอินไฮบริด

     ดีไซน์ภายนอกของ BMW 3-Series ใหม่ ดูเผินๆแล้วอาจไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนไฟหน้าให้เป็นแบบ Full-LED พร้อมโคโรน่าริงดีไซน์ใหม่ดูทันสมัยยิ่งขึ้น มาพร้อมระบบ Automatic High-beam ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืนโดยไม่รบกวนสายตาผู้ร่วมทาง รวมไปถึงดีไซน์ช่องดักลมบริเวณกันชนใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม พร้อมตกแต่งด้วยคิ้วสีเงิน

     ด้านท้ายมีการเปลี่ยนชุดโคมเป็นแบบ Full-LED เช่นกัน พร้อมไฟท้ายรูปตัว L ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น รวมถึงเปลี่ยนไฟเลี้ยวและไฟถอยหลังเป็นแบบ LED ส่วนกันชนมีการปรับดีไซน์อีกเล็กน้อยเช่นกัน

 

     ไฮไลท์การเปลี่ยนแปลงของ 3-Series เวอร์ชั่นสหรัฐฯ ยังรวมไปถึงเครื่องยนต์บล็อกใหม่ในรุ่น 340i ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินรหัส B58 ความจุ 3.0 ลิตร แทนที่รุ่น 335i เดิม ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า (HP) เพิ่มขึ้นจากเดิม 20 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 330 ปอนด์-ฟุต สามารถพาตัวรถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.8 วินาทีในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4.6 วินาทีสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive

     ขณะที่ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เป็นอ็อพชั่นเสริม

 

     ขณะที่ 3-Series เวอร์ชั่นเครื่องยนต์ไฮบริดกำลังจะถูกวางจำหน่ายในสหรัฐฯเช่นกัน โดยมาในรุ่น 330e Plug-in Hybrid ซึ่งรายละเอียดเบื้องต้นทราบเพียงว่า ให้กำลังรวมสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ในเวลาราว 6.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ราว 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าล้วนได้ไกล 35 กิโลเมตร โดยไม่ปล่อยมลพิษเลยแม้แต่นิดเดียว

 

     ภายในมีการปรับปรุงระบบนำทางใหม่ ให้สามารถคำณวนจุดหมายปลายทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงให้ภาพแบบ 3 มิติที่มีความสมจริงกว่าเดิม เพิ่มช่องซิมการ์ดแบบ LTE เพื่อใช้บริการระบบ BMW ConnectedDrive โดยไม่ต้องผ่านการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ซึ่งผู้ขับขี่สามารถรับข้อมูลสถานที่ปลายทางต่างๆ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ของโรงแรม เป็นต้น

     รวมไปถึงระบบ BMW Assist eCall ซึ่งจะช่วยแจ้งเหตุฉุกเฉินพร้อมตำแหน่งตัวรถไปยังศูนย์บริการโดยอัตโนมัติเพื่อขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน ในกรณีที่ระบบถุงลมนิรภัยมีการทำงาน

 

     นอกจากนั้น ซีรี่ย์ 3 ไมเนอร์เชนจ์ เวอร์ชั่นสหรัฐฯ ยังมาพร้อมระบบ Head-up Display ความละเอียดสูงสำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า รวมไปถึงระบบ Parking Assistant ที่ช่วยควบคุมการหมุนของพวงมาลัยเพื่อการเข้าจอดโดยอัตโนมัติอีกด้วย

     ส่วนเมืองไทยคาดว่าจะได้รับการไมเนอร์เชนจ์เร็วๆนี้เช่นกัน