ผลวิจัยมะกันชี้ คนจะซื้อรถใหม่ อยากได้เทคโนโลยี"ป้องกันชน"

ผลวิจัยมะกันชี้ คนจะซื้อรถใหม่ อยากได้เทคโนโลยี"ป้องกันชน"
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

      คริสติน โครอด ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายงานวิจัยการโต้ตอบกับคนขับ และระบบทำงานร่วมกับมนุษย์ในยานยนต์ของ เจ.ดี.พาวเวอร์ เปิดเผยว่า เจ.ดี.พาวเวอร์ได้เผยแพร่งานวิจัยชิ้นใหม่จากการสำรวจในอเมริกา พบว่าแท้ที่จริงแล้วผู้ซื้อรถยนต์กำลังมองหาอุปกรณ์อะไร หากจะซื้อรถใหม่สักคัน เป็นคำถามจากหัวข้อการวิจัยที่ทำกับคนอเมริกันกว่า 5,300 คน เพิ่งซื้อรถยนต์ในรอบ 5 ปี โดยให้กลุ่มผู้ตอบเลือกเทคโนโลยีที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในรถยนต์ที่พวกเขาจะซื้อคันใหม่ ปรากฏว่า 5 อันดับแรกของการตอบแบบสอบถาม เป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับทางด้านความปลอดภัยทั้งสิ้น


      โครอดกล่าวว่า ระบบไบลด์ สปอต ดีเทคชั่น แอนด์ พรีเวนชั่น (blind spot detection and prevention systems) หรือระบบตรวจจับสัญญาณจุดอับสายตาเพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังในขณะจะเปลี่ยนเลน ถูกเลือกมาเป็นอันดับที่ 1 ด้วยคะแนนจากการตอบแบบสอบถามกว่าร้อยละ 40

      ตามมาด้วยไนต์ วิชั่น (Night Vision) หรือโหมดกลางคืนเพื่อการขับขี่ เป็นร้อยละ 33 ที่ถูกเลือก ตามมาด้วยระบบป้องกันการชน หรือเอนแฮนท์ คอลลิสัน มิทิเกชั่น ซิสเต็ม (Enchanted Collision Mitigation System) มีผู้เลือกกว่าร้อยละ 30 ใกล้เคียงกับกล้องมองหลังในกระจกมองหลัง และท้ายสุดที่มีคนเลือกตอบคือ ระบบสีรถยนต์ซ่อมตัวเองมีผู้เลือกกว่าร้อยละ 29

 

      โครอดกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่เทคโนโลยีการป้องกันการชนได้รับความสนใจ เพราะตรงข้ามกับเทคโนโลยีบางอย่างที่ค่ายรถยนต์พยายามนำเสนอ เช่น เทคโนโลยีจำพวกการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะกระจังหน้าปิดตัวเองได้ หรือหลังคารถเป็นแผงพลังงานแสงอาทิตย์ คนส่วนใหญ่ไม่มีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับการมีเทคโนโลยีเหล่านี้ ยิ่งผู้ผลิตรถยนต์พยายามหาวิธีอื่นๆ ในการเพิ่มมูลค่า โดยเฉพาะปรับปรุงการประหยัดเชื้อเพลิง

 

      โครอดกล่าวว่า นอกจากการเผยเทคโนโลยีที่คนอยากได้แล้ว ภายในงานวิจัยยังระบุอีกว่า คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y เป็นกลุ่มคนที่สำคัญ ซึ่งพร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายเทคโนโลยีระดับสูง มากกว่าคนยุค Gen X หรือเหล่า Baby Boomer โดยทาง JD Power คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่ถัวเฉลี่ยในอนาคต คน GenY จะควักกระเป๋าค่าเทคโนโลยีถึง 3,703 ดอลลาร์ เพื่อมองหาเทคโนโลยีที่พวกเขาต้องการ และอาจจะมากกว่านั้น เนื่องจากมี Gen Y เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เริ่มต้นชีวิตกับรถยนต์คันใหม่ของพวกเขา