ทดสอบ MG6 ใหม่ ลูกครึ่งจีน-อังกฤษอารมณ์สปอร์ต

ทดสอบ MG6 ใหม่ ลูกครึ่งจีน-อังกฤษอารมณ์สปอร์ต
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     หลังจากที่หยุดบทบาทในธุรกิจยานยนต์ไปนานพอสมควร เจ้ารถลูกครึ่งสัญชาติจีน แต่เชื้อชาติอังกฤษ อย่าง MG6 ก็กำลังปูทางบุกตลาดไทยโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี  พร้อมทั้งเปิดตัวทีเดียว 5 รุ่นย่อยทั้งซีดานและฟาสต์แบ็กไปแล้ว ด้วยการตั้งราคาเริ่มต้น 8.48 แสนบาทไปจนถึง 1.128 ล้านบาท ทำเอาหลายคนประหลาดใจ (แอบแพง)


     แต่อย่างไรก็ตามทางผู้บริหารของเอ็มจี ทั้ง จีน อังกฤษ ไทย ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า สมรรถนะอันยอดเยี่ยม พร้อมออปชันมากมาย อยากให้ลองขับก่อนตัดสินใจ

     งานนี้ Sanook! Auto ก็เลยขอลองขับสักหน่อยเพื่อดูว่าจะคุ้มราคาคุยไหมกับเส้นทางกรุงเทพฯ-นครนายก ด้วยรถรุ่นสูงสุด 1.8 Turbo Sunroof DCT X   ต้องบอกก่อนว่าการพัฒนา MG6 มากับแนวคิด “บริท ไดนามิก” คือ 1. การออกแบบทันสมัย 2.สมรรถนะเครื่องยนต์ 3.การขับขี่ที่สนุกสนาน และ4. ความปลอดภัยแบบจัดหนัก 



     สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกโดยรวมดีไซน์เน้นความเรียบง่ายของเส้นสาย เสริมความสปอร์ตด้วยกระจังหน้าและช่องรับอากาศขนาดใหญ่บนกันชนหน้า โป่งล้อขนาดไม่ใหญ่เน้นความกลมกลืน เมื่อเข้าไปห้องโดยสารต้องบอกว่าไม่ค่อยเซอร์ไพรส์เท่าไหร่เพราะเรียบไปนิด ดีไซน์แผงหน้าปัดเป็นชิ้นเดียวยาว ไปกว่าครึ่งหนึ่งของคอนโซลหน้าและออกแนวเรโทรเล็กๆ ทั้งหมดเน้นโทนสีดำตัดเมทาลิก เบาะหนังสีดำเดินด้ายแดงให้อารมณ์สปอร์ต

     แต่อุปกรณ์หลายอย่าง การใช้งานค่อนข้างยุ่งยาก เริ่มตั้งแต่แป้นปรับเบาะขึ้น-ลง ของเบาะคนขับ ส่วนเครื่องเสียงก็มีเล่นวิทยุ ซีดี เอ็มพี3 ได้หนึ่งแผ่น ช่อง USB และ AUX อยู่ใต้คอนโซลฝั่งขวาของผู้ขับ ที่วางแก้วและขวดน้ำ สำหรับผู้โดยสารตอนหน้ามีมาให้จุดเดียว   ที่มีมากกว่านั้นคือ “ซันรูฟ” เอาไว้เปิดอาบแดดกลางวัน นอนดูดาวกลางคืน เบรกมือไฟฟ้า ครูสคอนโทล ระบบกุญแจอัจฉริยะ รวมถึงแพดเดิ้ลชิฟท์เปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย

 

     เริ่มแรกออกตัวรุ่นเทอร์โบ 1.8 มีกำลังสูงสุด 161 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 21.9 กก.-ม. ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที การขับใช้งานที่ความเร็วต่ำ-ปานกลาง เครื่องยนต์ให้การตอบสนองที่ดีและทันใจพอสมควร ไม่ต้องกดคันเร่งลึกมากก็ได้อัตราเร่งที่ดี ส่วนอัตราเร่งที่ความเร็วปานกลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ถ้าแซงแบบเร่งรีบก็ต้องใช้การคิ๊กดาวน์เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ ซึ่งการตอบสนองยังไม่ค่อยทันใจ

     หลังจากกดคันเร่งลงไปสุดแล้วต้องรออีกเสี้ยววินาทีรถจึงพุ่งออกไป ส่วนโหมด +/- ทั้งการโยกคันเกียร์และใช้ Paddle Shift ต้องรออีกอึดใจเกียร์จึงจะเปลี่ยนให้ ถัดจากตำแหน่งเกียร์ D เป็นเกียร์ W หรือ Winter ทดลองใช้ดูแล้วพบว่ารถจะออกตัวด้วยเกียร์ 2 ช่วยออกตัวบนทางลื่นโดยล้อไม่หมุนฟรี

 

     สมรรถนะโดยรวมอยู่ในระดับใช้งานทั่วไป ไม่หวือหวาเพราะเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบบูสต์เบาๆ ระบบกันสะเทือนอยู่ในระดับน่าพอใจ คือ นุ่มนวลแต่ไม่ยวบยาบ หนึบแต่ไม่กระด้าง ให้ทั้งการซับแรงสั่นสะเทือนที่ดี และมีการยึดเกาะถนนที่ไว้ใจได้แม้ใช้ความเร็วสูง ระยะยุบตัวของช่วงล่างค่อนข้างเยอะจึงให้ความนุ่มนวล เบรกไม่จับตัวเร็วเกินไป แตะแล้วหัวไม่ทิ่ม

     พวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิกล้วน ไม่มีระบบไฟฟ้าช่วย การขับที่ความเร็วต่ำพวงมาลัยจะหนัก ถ้านั่งขับด้วยท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง น่าจะหมุนพวงมาลัยได้ยาก (สาวๆอาจจะมีบ่นว่าหนักเกินไป) ส่วนเรื่องการซดน้ำมันนั้น MG เคลมเฉลี่ยในรุ่น 1.8 เทอร์โบ เอาไว้ 13.33 กม./ลิตร  ซึ่งก็น่าพอใจในระดับหนึ่ง

 

     เอาเป็นว่าใครที่เคยหลงใหลรถที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานจากแดนผู้ดียี่ห้อนี้ ลองไปซึมซับอารมณ์กันได้ เพราะถ้าถูกใจแล้วค่อยตัดสินใจซื้อก็ไม่สายเกินไป!!!