รย.12 คืออะไร ทำพิษไม่ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แก้ได้ยังไง?

หลังประกาศผลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 มีผู้ลงทะเบียนจำนวนไม่น้อยพบข้อความว่า "ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากผู้ลงทะเบียนมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เกินกว่าที่โครงการกำหนด" พร้อมระบุรหัสประเภทรถ รย.12 ทำให้หลายคนสงสัยว่าหมายถึงรถประเภทใด และหากข้อมูลไม่ถูกต้องต้องทำอย่างไร
Sanook Auto มีคำตอบและวิธีแก้ให้แก้ปัญหา

รย. แต่ละบอกประเภทรถอะไรบ้าง
สำรับคนที่สงสัยว่า รย. แต่ละแบบคือรถอะไรมีคำตอบดังนี้
- รย. 1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (เช่น รถเก๋ง, SUV)
- รย. 2 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (เช่น รถตู้, มินิบัส)
- รย. 3 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (เช่น รถกระบะ)
- รย. 4 รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
- รย. 5 รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด
- รย. 6 รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (เช่น แท็กซี่มิเตอร์)
- รย. 7 รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
- รย. 8 รถยนต์รับจ้างสามล้อ (เช่น ตุ๊กตุ๊ก)
- รย. 9 รถยนต์บริการธุรกิจ
- รย. 10 รถยนต์บริการทัศนาจร
- รย. 11 รถยนต์บริการให้เช่า
- รย. 12 รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
- รย. 13 รถแทร็กเตอร์
- รย. 14 รถบดถนน
- รย. 15 รถใช้งานเกษตรกรรม
- รย. 16 รถพ่วง
- รย. 17 รถจักรยานยนต์สาธารณะ (มอเตอร์ไซค์รับจ้างป้ายเหลือง)
รย.12 คือรถอะไร?
จากข้อมูลที่ได้บอกขั้นต้นคือ รย. 12 จะเท่ากับรถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคล นั่นเอง หากระบบตรวจพบว่าผู้ลงทะเบียนยังมีกรรมสิทธิ์รถประเภทนี้อยู่ และเข้าข่ายเกินหลักเกณฑ์ของโครงการ ก็อาจเป็นเหตุให้ไม่ผ่านการพิจารณาได้ เช่นมีหลายคันตามที่รัฐกำหนดคุณสมบัติ โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
- ต่ำกว่า 50 ซีซี ถึง 100 ซีซี (เช่น รถป๊อป หรือรถครอบครัวขนาดเล็กพิเศษ): มีได้ไม่เกิน 1 คัน
- 110 ซีซี ถึง 125 ซีซี (เช่น Honda Wave, Honda Click, Yamaha Fazzio): มีได้ไม่เกิน 1 คัน
- 150 ซีซี ถึง 160 ซีซี (เช่น Honda PCX, Yamaha NMAX): มีได้ไม่เกิน 1 คัน
- 200 ซีซี ถึง 300 ซีซี (เช่น รถสปอร์ตขนาดเล็ก หรือสกู๊ตเตอร์ขนาดกลาง): มีได้ไม่เกิน 1 คัน
- เกิน 300 ซีซี ขึ้นไป (กลุ่มรถบิ๊กไบค์ เช่น 350 ซีซี, 400 ซีซี, 650 ซีซี): ไม่สามารถมีได้เลยแม้แต่คันเดียว (ไม่ผ่านเกณฑ์ทันที)
ดังนั้นถ้าคุณมีชื่อครอบครองรถมอเตอร์ไซค์ โดยไม่ได้โอนชื่อคันเดิมไปให้เจ้าของใหม่ เท่ากับ กรรมสิทธิ์นั้นยังอยู่กับตัวคุณ
ทำไมบางคนขายรถไปแล้ว แต่ยังขึ้นชื่อ?
ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ
- ขายรถแล้ว แต่ผู้ซื้อยังไม่โอนกรรมสิทธิ์
- โอนลอยไว้ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนเจ้าของ
- ข้อมูลในทะเบียนรถยังเป็นชื่อเจ้าของเดิม
- มีรถเก่าที่เลิกใช้งาน แต่ยังไม่แจ้งจำหน่ายหรือดำเนินการตามกฎหมาย
ในกรณีเหล่านี้ ระบบของโครงการจะอ้างอิงข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก หากชื่อยังเป็นเจ้าของรถ ก็อาจถูกนับเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถอยู่
ขอบคุณภาพจาก Facebook
ยื่นอุทธรณ์ได้อย่างไร?
หากเห็นว่าผลตรวจสอบไม่ถูกต้อง สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่
- เว็บไซต์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- แอปพลิเคชันทางรัฐ
- หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่ง
หลังยื่นอุทธรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบข้อมูลใหม่ หากจำเป็นอาจต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
ลบประวัติรถออกจากกรมขนส่งได้หรือไม่?
สำหรับเรื่องนี้ ไม่สามารถลบประวัติรถได้ เพราะทะเบียนรถเป็นข้อมูลทางราชการ แต่สามารถแก้ไขสถานะกรรมสิทธิ์ได้ หากข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น
- ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้อง ว่ารถคันนั้นได้เปลี่ยนมือไปแล้ว
- แจ้งจำหน่ายรถหรือเลิกใช้รถตามขั้นตอนของกรมการขนส่งทางบก
- หากมีข้อพิพาทเรื่องการโอนรถ ให้ติดต่อสำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนไว้ เพื่อตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการแก้ไข
เมื่อข้อมูลในฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบกได้รับการแก้ไขแล้ว หน่วยงานที่ตรวจสอบสิทธิจะใช้ข้อมูลล่าสุดในการพิจารณาต่อไป
ดังนั้นถ้าใครเจอปัญหา ยังพอมีเวลาให้แก้ไข เพื่อให้สามารถจัดการข้อมูลให้ถูกต้อง จนทำให้จริงๆ กลุ่มเปราะบางตัวจริงจะมีปัญหาในเรื่องการไม่ได้รับสิทธิ์ที่ชอบธรรมได้ ลองทำตามนี้ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาได้เช่นกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



