แพทย์แนะ "ฟ้าทะลายโจร" กินเพื่อ "รักษา" มากกว่า "ป้องกัน"

แพทย์แนะ "ฟ้าทะลายโจร" กินเพื่อ "รักษา" มากกว่า "ป้องกัน"

แพทย์แนะ "ฟ้าทะลายโจร" กินเพื่อ "รักษา" มากกว่า "ป้องกัน"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนยังอาจเข้าใจผิดว่า หากไม่อยากเป็นหวัด รวมถึงไม่อยากติดเชื้อโควิด-19 ให้กินฟ้าทะลายโจร แต่อันที่จริงแล้วฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ในแง่ของการ “รักษา” มากกว่า “ป้องกัน”

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่า ไม่แนะนำให้รับประทานฟ้าทะลายโจร เพื่อป้องกันโรค แต่ให้รับประทานเพื่อเป็นการรักษา โดยแนะนำให้กินสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆ ดังนี้

  • ผู้ป่วยเป็นหวัด รับประทานในปริมาณ Andrographolide 60 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันไม่เกิน 3 วัน
  • ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รับประทานในปริมาณ Andrographolide 180 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันไม่เกิน 5 วัน 

สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ยา ไม่แนะนำให้รับประทาน

ฟ้าทะลายโจร กับการรักษาโควิด-19

ข้อมูลจาก หมอพร้อม จากความร่วมมือของ สสส. และกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ยาฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ สามารถช่วยบรรเทาอาการป่วยโควิด-19 ที่ไม่รุนแรงได้ เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูก มีน้ำมูก ช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะลงปอดจนมีอาการหนักได้ แต่ฟ้าทะลายโจรไม่ใช่ยารักษาโรคโควิด-19 โดยตรง

วิธีเลือกกินฟ้าทะลายโจรอย่างถูกต้องและปลอดภัย

  1. สามารถเลือกรับประทานได้เมื่อรู้ว่าเพิ่งสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 และเริ่มมีอาการป่วย
  2. เลือกกินยาฟ้าทะลายโจรยี่ห้อที่ผ่านการรับรองจาก อย. และระบุปริมาณ Andrographolide เอาไว้อย่างชัดเจนที่ข้างบรรจุภัณฑ์เท่านั้น
  3. เลือกกินยาฟ้าทะลายโจรตามปริมาณ Andrographolide ที่เหมาะสมกับอาการที่เป็น สามารถดูได้ที่ฉลากข้างบรรจุภัณฑ์ โดยทั่วไปสามารถกินได้วันละ 180 มิลลิกรัม แบ่งวันละ 3-4 ครั้ง และไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 5 วัน
  4. ไม่ควรกินยาฟ้าทะลายโจรควบคู่ไปกับยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาลดความดัน
  5. ควรระมัดระวัง หากใช้ในขณะที่มีไข้สูง และในผู้ป่วยที่มีโรคตับและไต
  6. ไม่ควรใช้ในคนที่มีอาการแพ้ยาฟ้าทะลายโจร รวมถึงหญิงมีครรภ์ หรือให้นมบุตร
  7. การใช้ยาฟ้าทะลายโจรสำหรับผู้ที่มีโรคเรื้อรังที่รักษาอยู่ ต้องปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เสมอ
  8. หากกินยาฟ้าทะลายโจรแล้วอาการคล้ายไข้หวัดต่างๆ ยังไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook