เปิดร้านบนโลกออนไลน์ ดีจริงหรือ?!?

เปิดร้านบนโลกออนไลน์ ดีจริงหรือ?!?

Money Money
เรื่อง : ศรัญญา โรจน์พิทักษ์ชีพ / ภาพ : อรุณโรจน์ รัตนพันธ์

0My WWW.Shop
เปิดร้านบนโลกออนไลน์


พนักงานประจำอย่างเราๆ อยากหารายได้เสริมสักอย่างสองอย่าง เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง และครอบครัว หนทางที่จะสามารถทำได้มีมากมายหลายอย่างด้วยกัน บางคนใช้ความสามารถของตนเองในการเพิ่มงาน บางคนเพิ่มเวลาวงจรชีวิตของตัวเองโดยการรับงานที่ 2 หรือบางคนก็เปิดร้านขายของ ซึ่งวิธีการเปิดร้านขายของแบบไม่ต้องลงทุนมากนั้น เห็นท่าจะเป็นการขายของบนโลกอินเตอร์เน็ต ที่หลายๆ คนเลือกทำ แน่นอนว่าการเปิดร้านขายของออนไลน์แบบนี้ ย่อมมีข้อเสียที่บางทีคุณอาจจะไม่เคยเจอ และมีข้อดีที่คุณอาจจะอึ้งกับความเป็นคนขายของในโลกออนไลน์

ขั้นตอนการเปิดร้านขายของออนไลน์


1.แหล่งเปิดตัวร้านค้า
ก่อนอื่นเลยต้องรู้ว่า เราจะขายอะไร ขายให้ใครและกลุ่มเป้าหมายที่ว่านี้ ส่วนใหญ่อยู่ในเว็บบอร์ดอะไร หรือแหล่งรวมตัวของคนออนไลน์ในเรื่องแลกเปลี่ยน พูดคุย และเลือกซื้อสินค้าเฉพาะกลุ่ม เมื่อเรารู้แหล่งขายของแล้ว ก็เข้าสู่เว็บบอร์ดกระทู้ซื้อ-ขาย ซึ่งบางเว็บไซต์ต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน บางเว็บไซต์ก็สามารถโพสต์ขายสินค้าได้ทันที โดยการตั้งกระทู้ขายของแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

แบบกระทู้ฟรี โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการขายของแบบครั้งเดียว หรือขายของมือสองของตัวเอง เมื่อขายได้แล้วก็ปิดกระทู้ไป หรือบางคนก็ขายของตลอดเวลา แต่ต้องมีการมาอัพกระทู้ของตัวเอง เพื่อให้กระทู้ของตัวเองไม่ตกลงอยู่หน้าหลัง

แบบปักหมุด หรือการจ่ายเงินให้กับเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อให้กระทู้ขายของของเรามีพื้นที่ล็อกเฉพาะไว้ตลอดเวลา ไม่ให้กระทู้เราตกลงไปหน้าหลังๆ ราคาการซื้อตำแหน่งกระทู้จะแตกต่างออกไปตามแต่เจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ กำหนด ข้อดีคือ ไม่ต้องมาห่วงว่ากระทู้เราจะตก

 

2.การตั้งราคาสินค้า และคำนวณต้นทุนการขาย
ก่อนอื่นเราต้องรู้ราคากลางของตลาดว่า สินค้าที่เราจะนำมาขายนั้น ราคาสูสีหรือแพงกว่าท้องตลาด หากมีราคาที่สูสีกัน ลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่สนใจร้านค้ารายใหม่ มีคู่แข่งบ้างหรือเปล่า แล้วเขาขายราคาเท่าไหร่ ให้คำนวณต้นทุนของเรา ซึ่งหมายรวมถึงต้นทุนค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.พัสดุที่ต้องใส่สินค้า เช่น ซองสีน้ำตาลขนาดต่างๆ กล่องไปรษณีย์ 2.น้ำหนักของสินค้า และ 3.ลักษณะการส่ง เช่น ส่งแบบธรรมดา ส่งลงทะเบียน ส่งแบบ EMS ส่งแบบพัสดุ แล้วจะได้ราคาขายในตลาดออนไลน์ออกมานั่นเอง

 

3.ระบบชำระเงิน อาทิ ชำระผ่านบัตรเครดิต, ผ่าน ATM, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, mPay (ชำระผ่านมือถือ) เป็นต้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้หลายช่องทางมากยิ่งขึ้น

 

4.ระบบการจัดส่งสินค้า สามารถส่งทางไปรษณีย์ หากเป็นสินค้าขนาดใหญ่หรือหนักที่ต้องส่งให้ลูกค้าตามต่างจังหวัด สามารถเลือกส่งได้ที่บริษัทขนส่งเอกชนต่างๆ หรือการนัดลูกค้าเพื่อส่งสินค้าตามสถานที่ที่เราสะดวก เป็นต้น

 

เทคนิคการขายของบนโลกออนไลน์

- ควรแยกประเภท หมวดหมู่ของสินค้าให้ค้นหาง่าย

- ตั้งชื่อหัวข้อร้านค้าโดยการใช้คำศัพท์ทันสมัย อ่านแล้วอยากคลิกเข้าไปชมสินค้า รวมทั้งการนำเสนอรายละเอียดสินค้าด้านใน ควรใช้คำศัพท์หรือการเขียนที่ดึงคนอ่านให้กลายเป็นคนซื้อได้

- มีภาพประกอบชัดเจนสวยงาม ที่ถ่ายจากสินค้าของเราเอง เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า พร้อมคำอธิบายใต้ภาพที่กระชับได้ใจความ

- จัดองค์ประกอบของร้านค้าออนไลน์ของเราให้ดูสวยงาม แสดงรายละเอียดวิธีการต่างๆ ให้ชัดเจน

- ควรสมัครบริการธนาคารออนไลน์ เพื่อเช็กยอดเงินเข้าจากลูกค้าได้ตลอดเวลา ตรวจสอบได้ว่าลูกค้าคนไหนโอนเงินค่าสินค้ามาแล้วบ้าง

- ทำฐานข้อมูลลูกค้าที่ใช้บริการหรือผู้ที่สนใจ โดยการบันทึกชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล เพื่อส่ง E-Mail Marketing ติดต่อกับลูกค้าเก่า เพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ในอนาคต

- เพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ของร้าน หรือแจ้งที่อยู่ เพื่อรับเรื่องปัญหาสินค้าและบริการ

- ทำโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ ซื้อครบ 500 บาท ฟรีสินค้า 1 ชิ้น หรือพิเศษเปิดร้านใหม่ 20 ท่านแรกส่งฟรี ไม่คิดค่าส่ง เป็นต้น

- ที่สำคัญควรหมั่นอัพเดตสินค้าและร้านค้าของเราอย่างต่อเนื่อง เพราะจะทำให้ร้านของเราแตกต่างจากร้านค้ามือใหม่รายอื่นๆ ที่ปล่อยกระทู้ทิ้งไว้ไม่มีการมาอัพเดตข้อมูล

- อย่าลืมทำบัญชีรายรับรายจ่าย แยกเฉพาะสำหรับธุรกิจนี้อย่างเดียว เพื่อความสะดวกในการคำนวณกำไร-ขาดทุน



จากนั้นเมื่อเราสามารถขายของเราได้บ้างแล้ว ก็ควรพิจารณาจากยอดขายที่ขายได้ก่อน ไม่ควรลงทุนสิ่งใดเพิ่มเติม หากวิเคราะห์ดูแล้วเห็นว่า เริ่มมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ก็ควรที่จะพัฒนาสินค้าและการบริการของเรา โดยการนำสินค้าชนิดอื่นมาประกาศขาย เพื่อเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้า จากนั้นก็เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ คอยมองหาหนทาง หรือช่องทางต่างๆ ที่จะทำให้ร้านค้าของเราเป็นที่รู้จักในสังคมออนไลน์

 


เพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจ ควรจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ที่สำนักงานเขตทุกเขตในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดสามารถจดทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยเสียค่าใช้จ่าย 50 บาทตลอดชีพ หรือจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.trustmarkthai.com

 

 

ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.photos.com

ผู้หญิงมีเรื่องอีกเยอะ.. ดูต่อ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!