"น้องแองจี้" ขอสละตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์

"น้องแองจี้"  ขอสละตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์
หลังจากที่เพิ่งคว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2005 ได้เพียงอาทิตย์เดียว (เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา) "แองจี้" อัจฉรา แมคคาย เธอก็ได้ตัดสินใจขอสละตำแหน่งแล้ว สำหรับสาเหตุของการสละสิทธิ์นั้นอาจเป็นที่ แองจี้ติดสัญญาการเป็นนางแบบอยู่ และจะทำให้ไม่มีเวลามาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ให้กับกองประกวดได้ และเธอเองก็อยากจะเอาดีทางด้านการเป็นนางแบบมากกว่า โดยทางกองประกวดเองก็รับเรื่องไว้ พร้อมทั้งแต่งตั้งสาวงามรองอันดับหนึ่ง "ซินดี้ สิรินดา เจนเซน" เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์นี้ ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย "แองจี้"อัจฉรา แมคคาย นางแบบวัย 21 ปี ผู้เข้าประกวดหมายเลข 13 "ลักกี้นัมเบอร์" คว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2005 ตามคาด กวาดอีก 2 ตำแหน่ง "ขวัญใจสื่อมวลชน-นางงามมิตรภาพ" เคยพกหุ่นสูงชะลูด 179 ซ.ม. เดินแบบเวทีอินเตอร์ที่นิวยอร์ก-ปารีส-มิลานมาแล้ว พ่อแม่ลุ้นให้มาประกวด เพราะกลับมาเยี่ยมบ้านทุกปี เผยมีแฟนแล้วเป็นนักกีฬาเซิร์ฟ เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 10 ก.ย. ที่บีอีซี เทโร ฮอลล์ สวนลุม ไนท์บาซาร์ มีการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2005 รอบตัดสิน เริ่มต้นขึ้นด้วยการเปิดตัวเหล่าสาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 18 คนสุดท้าย ในการแสดงชุดที่ 1 ในคอนเซ็ปต์ สปิริต ออฟ ยูนิตี้ โดยสื่อถึงความสง่างามของผู้หญิงไทยยุคใหม่ ผู้เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถ ผสมผสานได้อย่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว โดยสาวงามทั้ง 18 คนใส่ชุดพื้นเมืองประจำภาคต่างๆ มีเครื่องดนตรีท้องถิ่น จากนั้นพิธีกรดำเนินรายการคือ"ก้อง"สหรัถ สังคปรีชา และ"ปิ๊บ"รวิชญ์ เทิดวงศ์ กล่าวนำผู้ชมเข้าสู่การประกวดและเปิดตัวสาวงามผู้เข้าประกวดทั้ง 18 คนอย่างเป็นทางการ ต่อมาเหล่าสาวงามทั้ง 18 คนปรากฏตัวในชุดเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปครึ่งตัวปักเลื่อมรูปผีเสื้อ กระโปรงผ้าชีฟอง เพื่อร่วมการแสดงชุดสปิริต ออฟ ฟรีดอม แสดงถึงเสรีภาพ ความมีอิสระทางความคิดและความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นบทบาทของสาวไทยยุคใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนสีสันอันงดงามดุจดังผีเสื้อ ต่อมาเป็นการแสดงของนักร้องวงบีไฟว์ จากนั้นสาวงามทั้ง 18 คน จึงเดินออกมาอีกครั้งและแสดงร่วมกับกลุ่มบีไฟว์ในการแสดงชุดที่ 3 สปิริต ออฟ ไพรด์ ซึ่งต้องการสื่อว่า เป็นค่ำคืนที่เหล่าสาวงามทั้ง 18 คนได้ยืนบนเวทีอย่างภาคภูมิใจ ในบรรยากาศหมู่ดาวที่ส่องแสงประกายเจิดจรัสในค่ำคืนนี้ และผู้เข้าประกวดเปรียบเหมือนอัญมณีที่มีคุณค่าไม่เสื่อมคลาย ในช่วงนี้พิธีกรทั้งสองออกมาประกาศผลผู้ชนะรางวัลขวัญใจช่างภาพ ได้แก่ น้องแองจี้ น.ส.อัจฉรา แมคคาย หมายเลข 13 รับเงินรางวัล 1 แสนบาท ต่อด้วยการประกวดรายชื่อสาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้าย (ภาพจากซ้าย-ไปขวา) หมายเลข 13 "น้องแองจี้" หมายเลข 2 "น้องจินนี่"น.ส.ธนิดา กาญจนวัฒน์ หมายเลข 17 "น้องขวัญ"น.ส.พิชญ์สินี เตชพฤทธินันท์ หมายเลข 8 "น้องกิฟท์"น.ส.กนกกาญจน์ อินทิม หมายเลข 10 "น้องนวล"น.ส.กุลพรรณ จันทร์ทรัพย์ หมายเลข 6 "น้องซินดี้"น.ส.สิรินดา เจนเซ่น จากนั้นผู้เข้ารอบทั้ง 6 คน ออกมายืนให้คณะกรรมการสัมภาษณ์ทีละ 1 คน คนละ 1 คำถาม และคนละ 1 นาที โดยเริ่มจากน้องจินนี่ ธนิดา ได้คำถามจากทาทา ยัง ว่า "ถ้าให้เลือกช่วยองค์กรเกี่ยวกับสัตว์ จะเลือกช่วยองค์กรใด เพราะอะไร" จินนี่ตอบว่า จะเลือกช่วยองค์กรที่เกี่ยวกับสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะตอนนี้ประเทศไทยมีน้อยมาก ซึ่งผู้มีอำนาจทั้งหลายควรมาช่วยดูแลให้กฎหมายให้เข้มงวดมากขึ้น คนต่อมาหมายเลข 6 น้องซินดี้ สิรินดา ได้คำถามของแอนดรูว์ บิ๊กส์ ว่า"ถ้ามีโอกาสได้คุยกับคนสำคัญ จะพูดกับใครและเรื่องอะไร" ซินดี้ขอตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า จะพูดกับคนที่เป็นเจ้าของสวนสัตว์ทั้งหลายในโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย ว่าทำไมต้องกักขังและทารุณสัตว์ เพราะตนเป็นคนรักสัตว์และต้องการเห็นสัตว์มีอิสระ ด้านหมายเลข 8 น้องกิฟท์ กนกกาญจน์ ได้คำถามของมีสุข แจ้งมีสุข ว่า"ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯกทม. จะเลือกพัฒนาย่านไหนมากที่สุด" น้องกิฟท์กล่าวว่า อยากพัฒนาคลองเตยและชุมชนแออัดต่างๆ ต่อมาหมายเลข 10 น้องนวล กุลพรรณ ได้คำถามของสุพล วิเชียรฉาย ว่า"ถ้ามีโอกาสเป็นไกด์นำคนระดับประเทศอย่างจอร์จ ดับเบิลยู. บุชไปเที่ยวที่กรุงเทพฯ จะพาไปไหนและทำไม" น้องนวลกล่าวว่า จะพาไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น วัดพระแก้วและวัดโพธิ์ และจะพาไปที่ที่ชาวต่างชาติไม่เคยไป เช่น ศูนย์ศิลปาชีพของสมเด็จพระราชินี หมายเลข 13 น้องแองจี้ อัจฉรา ได้คำถามของวีเจ.นิกกี้ ว่า"ถ้ามีน้องอยู่ในแก๊งวัยรุ่นจะดูแลอย่างไร" แองจี้กล่าวว่า อยากจะตอบเป็นภาษาไทย แต่ต้องขอเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะกลัวพูดผิด โดยตอบว่า "จะส่งน้องไปทำงานที่อินเดีย ให้ไปช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์และมูลนิธิต่างๆ เผื่อน้องจะคิดได้ เห็นความยากลำบากของคนเหล่านี้" ปิดท้ายที่น้องขวัญ พิชญ์สินี ได้คำถามของดาราเด็กน้องพลอย ว่า "ถ้ายังเหลือชีวิตแค่ 1 สัปดาห์จะทำอะไรบ้าง" น้องขวัญตอบว่า หนึ่งคือนอน สองทานอาหาร สามทำกิจวัตรประจำวันให้เรียบร้อย บอกลาพ่อแม่ ห้าโทร.ไปบอกเพื่อนว่าจะมีชีวิตเหลือแค่อาทิตย์ไว้ หกทำใจให้สงบ เจ็ดไปยังสถานที่ที่ชอบ แปดทานอาหารที่ชอบ เก้านอนลงไป และสิบหลับตาลงและทำใจให้สงบ จากนั้นรายการคั่นด้วยการแสดงพิเศษของนักร้องรับเชิญ นภ พรชำนิ ต่อด้วยการฉายวีทีอาร์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2004 น.ส.นิกัลยา ดุลยา หรือน้องยา เล่าประสบการณ์ 1 ปีที่ผ่านมาก่อน พร้อมปรากฏโฉมบนเวทีเพื่ออำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ และพิธีกรทั้ง 2 คนออกมาอีกครั้ง เพื่อประกาศรายชื่อผู้เข้าประกวดที่ได้ตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2005 เริ่มจากรองอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 8 น้องกิฟท์ น.ส.กนกกาญจน์ อินทิม รองอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 6 น้องซินดี้ สิรินดา และเจ้าของมงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2005 คือ น้องแองจี้ น.ส.อัจฉรา แมคคาย รับรางวัลเงินสด 1 ล้านบาท มงกุฎเพชรมูลค่า 8 แสนบาท รถยนต์โตโยต้าคัมรี่ 1 คัน และรางวัลอื่นๆ จากสปอนเซอร์จัดการประกวด สำหรับเจ้าของตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์คนใหม่ น้องแองจี้ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า แองจิล่า ชื่อไทยว่า อัจฉรา แปลว่า นางฟ้า อายุ 21 ปี สูง 179 เซนติเมตร น้ำหนัก 60 กิโลกรัม สัดส่วน 34.5-27-36 ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย จบการศึกษาชั้นมัธยมศีกษาปีที่ 6 จากแมคกิลล็อป คาธอลิค คอลเลจ พ่อชื่อ นายโรเบิร์ต กอร์ดอน แมคคาย เคยเป็นวิศวกรเดินเรือชาวออสเตรเลีย ปัจจุบันทำงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม่ชื่อ นางรัชนา แสนอุ่นเรือง เป็นชาวเชียงใหม่ มีน้องชาย 1 คน แองจี้กล่าวว่า ระหว่างนี้กำลังรอศึกษาต่อระดับปริญญาตรี อยากเรียนด้านออกแบบฉาก เพราะเป็นคนสนใจงานด้านศิลปะและชอบวาดรูปมาก นอกจากจะมีงานอดิเรกเป็นการวาดรูปแล้วยังเป็นนางแบบอิสระอยู่ที่ออสเตรเลีย เคยไปเดินแบบที่ปารีส มิลาน ฮ่องกง เหตุผลที่มาประกวดครั้งนี้เพราะต้องการมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ และต้องการทำให้พ่อแม่ครอบครัวภาคภูมิใจ พ่อกับแม่เป็นคนลุ้นให้มาประกวด ปกติแล้วจะกลับมาเที่ยวที่เมืองไทยทุกปี เพราะครอบครัวมีบ้านพักอยู่ที่อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย แองจี้เปิดเผยด้วยว่า มีแฟนแล้วชื่อ จ๊อก บาร์นส์ เป็นนักกีฬาเซิร์ฟของออสเตรเลีย อายุ 23 ปี ซึ่งระหว่างที่แองจี้มาประกวดนี้ แฟนหนุ่มเดินทางไปแข่งที่สเปน ซึ่งก็คุยโทรศัพท์กันทุกวัน ยกเว้นวันหลังๆ นี้ยังไม่คุยกัน เพราะแองจี้ไม่มีเวลาด้วย แต่หลังจากนี้จะโทร.ไปบอกจ๊อกว่าได้ตำแหน่งแล้ว จ๊อกเป็นคนใจดี หลังจากนี้เมื่อแข่งเสร็จจะมาเยี่ยมแองจี้ที่เมืองไทยด้วย ในการประกวดครั้งนี้ แองจี้เป็นตัวเก็งตั้งแต่วันเปิดรับสมัคร ด้วยความสูงที่โดดเด่นและมีรอยยิ้มน่ารัก ระหว่างการเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมทั้งที่ชลบุรีและกรุงเทพฯ เป็นที่รักของเพื่อนๆ ผู้เข้าประกวด แองจี้เปิดใจหลังได้มงกุฎว่า มีความสุขมากๆ และตกใจมาก รู้ว่าได้ตำแหน่งก็ตอนพิธีกรประกาศหมายเลข เมื่อถามถึงรางวัลอื่นๆ ที่ได้ แองจี้กล่าวว่า ดีใจมาก เพราะถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ เพราะตอนมาประกวดไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่ง แค่มาหาประสบการณ์ดีๆ กับเวทีนี้ เมื่อได้มาทุกรางวัลถือว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก คิดว่าสิ่งที่ทำให้ได้ตำแหน่ง คิดว่าเพราะเคยเป็นางแบบมาก่อน จุดนี้น่าจะเป็นส่วนช่วยได้เยอะ เพราะหลังจากนี้ สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือพูดภาษาไทยให้คล่องกว่านี้ จะไปศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และดูว่าประเทศไทยมีปัญหาสำคัญอะไรบ้าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประกวดมิสเวิลด์ที่ประเทศจีน ซึ่งจะทำให้ดีที่สุด มิสไทยแลนด์เวิลด์คนใหม่กล่าวต่อว่า ตนรักเมืองไทย ชอบอากาศ ชอบคนไทย อยากจะอยู่ที่เมืองไทย อยากรู้ว่าถ้าอยู่เมืองไทยแล้วหลังจากนี้จะมีโอกาสอะไรเข้ามาบ้าง และเป็นคนชอบกินอาหารไทย ชอบส้มตำไทยและส้มตำลาว ลาบหมู เต้าเจี้ยวหลน แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง และแม่ทำอาหารเก่งมาก ด้านนางรัชนา แสนอุ่นเรือง แม่ของแองจี้ กล่าวว่า เลี้ยงลูกแบบง่ายๆ เลี้ยงแบบไทย ลูกมีใบเกิดที่ประเทศไทยด้วย แองจี้เป็นเด็กง่ายๆ ซื่อๆ และทานได้ทุกอย่าง ชอบท่องเที่ยว ชอบเต้นรำ เป็นนักกีฬาขี่ม้า ส่วนใหญ่อยู่ที่โน่นถ้าไม่พูดภาษาอังกฤษก็จะพูดภาษาเหนือกับตน จึงพูดภาษาไทยไม่เก่ง เริ่มเดินแบบตั้งแต่อยู่เกรด 5-6 (ป.5-6) โดยไปเดินในงานการกุศล พอเกรด 11 ก็เริ่มเดินให้ร้านเสื้อผ้า พอจบเกรด 12 (ม.6) จึงไปประกวดนางแบบที่เมืองเพิร์ธ แล้วจึงไปประกวดที่ซิดนีย์ ก็ได้ตำแหน่ง จึงออกไปทำงานแบบมืออาชีพเริ่มจากสิงคโปร์และมาไทย เคยถ่ายโฆษณาเฮดแอนด์โชว์เดอร์ หมากฝรั่งเดนทีน เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้โรบินสัน มีโอกาสไปนิวยอร์ก อิตาลี ฝรั่งเศส ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ ส่วนการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ครั้งนี้ พ่อเป็นคนแนะนำให้มาลองดู ไม่ได้ไม่เป็นไร ให้มาหาประสบการณ์ ขณะที่ลุกบอกว่าคงไม่ได้ เพราะไม่สวยพอ สำหรับเหตุผลที่ตนคิดว่าทำให้แองจี้พิชิตมงกุฎคือ สวยและนิสัยใจคอดี ส่วนนายโรเบิร์ต แมคคาย พ่อของแองจี้ กล่าวว่า ลูกตนเป็นเด็กบ้านนอกที่เพิร์ธ ชอบอยู่ต่างจังหวัด ชอบทะเล ชอบท่องเที่ยว เมื่อลูกจบม.6 แล้วเห็นบอกว่าอยากเรียนดราม่า คอลเลจ ในซิดนีย์ ++ ภาพบรรยากาศภายในงานทั้งหมด ++

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!