เมื่อลูกน้อยเป็นตากุ้งยิง

เมื่อลูกน้อยเป็นตากุ้งยิง
นิตยสาร Mother&Care

สนับสนุนเนื้อหา

สมัย เด็กๆ เราจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่าใครเป็นตากุ้งยิงแสดงว่าคนนั้นไปแอบดูใครอาบน้ำมานับเป็นเรื่องล้อกันขำๆ แต่คนที่เป็นคงไม่ขำด้วย เพราะมีอาการเจ็บร่วมด้วย ตากุ้งยิงไม่ได้เป็นเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กๆก็เป็นได้ และยังสามารถเกิดซ้ำได้ง่ายๆอีกด้วย ฉบับนี้เรามาทำความรู้จักตากุ้งยิงกันดีกว่า

 


ตากุ้งยิง เกิดขึ้นได้อย่างไร


ตากุ้งยิง เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณใต้เปลือกตา เพราะบริเวณนี้มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมาก ซึ่งการอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย(บางคนอาจมีการอุดตันของต่อมใต้ เปลือกตามาก่อน แล้วเกิดการติดเชื้อ) ทำให้มีอาการบวม เป็นก้อนที่เปลือกตา เจ็บ ปล่อยทิ้งไว้ก็จะเป็นหนอง และหนองนั้นจะแตกเองได้

 

ซึ่งเชื้อที่ติดนั้น คือ เชื้อสแตพไฟโลคอคคัสเด็กที่เป็นตากุ้งยิงบ่อยๆ เพราะยังรักษาความสะอาดของตัวเองไม่ดีพอ และเป็นวัยที่ชอบเล่นซน มืออาจจะเปื้อนฝุ่น แล้วนำมือไปขยี้ตาบ่อยๆ ทำให้เปลือกตาเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ง่ายๆ


ทำไมเป็นแล้วเป็นอีก


หลายคนเมื่อเป็นตากุ้งยิงครั้งหนึ่งแล้ว ไม่นานมักจะเป็นซ้ำ นั่นเป็นเพราะมีหนองหลงเหลืออยู่ และรักษาความสะอาดไม่ดีพอก็ทำให้เกิดตากุ้งยิงซ้ำได้บ่อยๆ ตากุ้งยิงไม่ใช่ โรคที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพแต่อย่างไร แต่สร้างความรำคาญ และเจ็บบริเวณที่เป็น

 

ตากุ้งยิง มี 2 ชนิด

 

1. ชนิดมีหัว จะเห็นหัวฝีผุดมาให้เห็นชัดเจน บริเวณขอบตา โดยรอบๆ ตุ่มจะนูนแดง เมื่อกดจะเจ็บ
2. ชนิดหัวหลบใน คือ หัวฝีหลบอยู่ด้านในเปลือกตา ผู้ที่เป็นจะรู้สึกปวดที่เปลือกตา เมื่อคลำดูจะเป็นตุ่มแข็ง และเจ็บ

 

การดูแลโดยรวม


- รักษาความสะอาด โดยไม่สัมผัส หรือขยี้บริเวณตา
- ทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำสะอาด และใช้ผ้าเช็ดหน้าที่สะอาด
- หลีกเลี่ยงในที่ฝุ่นเยอะ เลี่ยงการนั่งรถมอเตอร์ไซค์ หรือที่ที่ถูกลมโกรก
- อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น
- ล้างมือบ่อยๆ

 

 

รักษาแบบไหน

ระยะเริ่มเป็น

ในช่วงแรก ที่เปลือกตาเพิ่งอักเสบ จะมีลักษณะมีตุ่มแดง เป็นเม็ดแข็ง ยังไม่มีหนอง ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นแล้วประคบไว้บริเวณนั้นประมาณ 15 นาที วันละ 3-4 ครั้ง จะช่วยลดอาการบวม เจ็บ และช่วยให้ต่อมไขมันใต้เปลือกตาไม่อุดตัน อาการมักดีขึ้นภายใน 3-4 วัน

 

ระยะมีหนอง

บางรายที่ไม่หายจะมีหนองอยู่ในตุ่มที่บวมขึ้นมา ไม่ควรบีหนองออกเอง เพราะอาจทำให้ติดเชื้อและมีอาการอักเสบมากขึ้น แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์กรีดหนองออกให้ถ้าเป็นตุ่มไม่ใหญ่ บางครั้งหนองจะแตกออกมาเอง ก็ต้องหมั่นรักษาความสะอาด โดยการใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ด เมื่อไปพบคุณหมอบางครั้งคุณหมอจะจัดยาซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะสำหรับหยอดหรือป้ายตา


ผู้หญิงมีเรื่องอีกเยอะ.. ดูต่อ

 

 

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!