โรงรับจำนำ สถาบันการเงินที่ง่ายที่สุด

โรงรับจำนำ สถาบันการเงินที่ง่ายที่สุด

 

Money Money
เรื่อง : ศรัญญา โรจน์พิทักษ์ชีพ / ภาพประกอบ : อรุณโรจน์ รัตนพันธ์

 

วันนี้เดินผ่านโรงรับจำนำสีแดง ที่ตั้งอยู่หน้าปากซอยบ้านมาตั้งแต่จำความได้ มีผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้าไปใช้บริการบ่อยๆ เลยนึกถึงเรื่องสมัยมัธยมขึ้นมาได้ว่า ครั้งหนึ่งฉันเองก็เคยแอบเอาเครื่องพิมพ์ดีดที่พ่อซื้อให้ไปจำนำ แต่เผอิญคนรับจำนำเขาบอกว่าจำนำไม่ได้ เพราะเครื่องพิมพ์ดีดแบบนี้ไม่มีใครเขาใช้แล้ว ทางร้านเอามาก็เท่านั้น ซึ่งก็คือ มันไม่มีมูลค่าแล้วนั่นเอง ในขณะเดียวกันก็เดินสวนคุณป้าคนหนึ่งที่ดูท่าทางรีบๆ ในมือถือทองเส้นใหญ่มาคุยกับคนรับจำนำแบบรีบๆ แล้วก็เดินไปอย่างรีบๆ พร้อมเงินก้อนในมือ

 

ตอนนั้นฉันเองก็สงสัยเหมือนกันว่าจะรีบทำไม ทำไมต้องทำเหมือนหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย จึงเก็บความสงสัยนี้เรื่อยมา จนกระทั่งมีโอกาสได้รู้จักกับเจ้าของโรงรับจำนำแห่งนี้ในเวลาต่อมา จึงเข้าใจว่า เหมือนเขาอายที่ต้องเอาทรัพย์สินที่ตัวเองซื้อมาจำนำ มาแลกเป็นเงินไป ซึ่งคนส่วนหนึ่งจะอายเวลาเข้าโรงรับจำนำนั่นเอง แต่จะเป็นเรื่องปกติของบรรดาผู้ปกครองที่ต้องมาจำนำทรัพย์สิน โดยเฉพาะทองรูปพรรณ เพื่อเตรียมไว้เป็นเงินสำหรับการค่าเทอมของลูกๆ สำหรับคนที่เข้าโรงรับจำนำมากสุดนั่นก็คือ แม่บ้าน สัดส่วนจะอยู่ที่ 80% เลยทีเดียวผู้ชายแทบจะไม่เข้าโรงรับจำนำเลย

ประเด็นสำคัญที่คนเข้าโรงรับจำนำ นั่นก็เพราะไม่ยุ่งยากไม่ซับซ้อนอะไรมากมาย สามารถรับเงินได้ทันทีหลังจำนำทรัพย์สิน และไม่ต้องเตรียมเอกสารอะไรให้ยุ่งยาก มีเพียงบัตรประชาชนหนึ่งใบก็สามารถจำนำสินค้าได้แล้ว และที่คนส่วนใหญ่จะเอาทองรูปพรรณมาจำนำนั้น ก็เพราะว่า อัตราดอกเบี้ยของโรงรับจำนำต่ำกว่า โดยโรงรับจำนำคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 ต่อเดือน ส่วนร้านจำหน่ายทองรูปพรรณคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3-5 ต่อเดือน อีกอย่าง อัตราดอกเบี้ยของโรงรับจำนำก็ถูกกำหนดเพดานไว้อยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามต้นทุนที่แท้จริงได้ เมื่อราคาทองคำสูงขึ้น การเอาทองมาจำนำก็มีโอกาสที่จะได้เงินเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงรับจำนำให้มูลค่าทรัพย์สินรับจำนำทองสูงถึงร้อยละ 87.5 ของมูลค่าตลาด เจ้าของโรงรับจำนำยกตัวอย่างเรื่องราคาของการจำนำทองคำว่า หากทองคำมีการปรับราคาสูงขึ้นอยู่ที่ 18,000 บาท เมื่อมาจำนำก็จะได้รับเงินประมาณ 16,000 บาท ซึ่งมันสามารถเห็นเงินก้อนได้อย่างชัดเจน รองลงมาก็จำพวกอัญมณี, นาฬิกาแบรนด์ต่างๆ, โน้ตบุ๊ก และสินค้าแบรนด์ต่างๆ อาทิเช่น แว่นตา ปากกา เป็นต้น โดยอัญมณีจะได้ราคาอยู่ประมาณ 70% - 80%ของราคาต้นทุน ส่วนสินค้าอื่นๆ ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และไม่ต้องมีทะเบียน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง ก็จะอยู่ที่ประมาณ 50% ของราคาต้นทุน โดยที่ทางโรงรับจำนำจะประเมินสินค้าที่เอามาจำนำตามมูลค่าตลาดของสินค้านั้นๆ

 

 

อัตราดอกเบี้ย
ตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำ เงินต้นไม่เกิน 2,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 2.00 ต่อเดือน และเงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน โดยตั๋วจำนำจะมีอายุ 5 เดือน และสามารถมาส่งดอกเบี้ยเพื่อต่ออายุตั๋วจำนำต่อไปได้ และหากทองคำปรับราคาเพิ่มขึ้น ก็สามารถเพิ่มวงเงินกู้ได้อีกด้วย โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ยตามเงินต้นที่ค้างไว้

สถานธนานุบาลกรุงเทพ
หรือโรงรับจำนำของกรุงเทพฯ 20 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ก็ไปใช้บริการกันได้ เอาตามความสะดวกของแต่ละคน ในกรณีที่เงินต้นไม่เกิน 3,000 บาท อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 0.75 ต่อเดือน แต่ถ้าเงินต้นเกิน 3,000 บาท อัตราดอกเบี้ยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เงินต้น 2,000 บาทแรก จะมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.00 ต่อเดือน และเงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาท อัตราดอกเบี้ยจะเป็นร้อยละ 1.25 ต่อเดือน *

 

พอฉันย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ตอนนั้นเอาเครื่องพิมพ์โบราณนั้นไปจำนำทำไม คำตอบอยู่แค่ว่า อยากรู้ว่าโรงรับจำนำเปิดขึ้นมาทำไม แล้วสิ่งของที่เราเอาไปจำนำนั้นจะได้ราคาเท่าไหร่ หากได้เงินมาจริงก็ยิ่งดีเลย เพราะจะเอาไปซื้อเครื่องใหม่ ซึ่งวัตถุประสงค์ของฉันและของบรรดาผู้ปกครองก็แทบไม่ต่างกัน ก็คือ การหาเงินมาใช้จ่ายแบบในระยะเวลาสั้นๆ และมีความสะดวกรวดเร็วกับการได้เงิน ซึ่งเชื่อว่ามันเป็นแหล่งพึ่งพิงสำคัญของบรรดาผู้ปกครอง สำหรับการเตรียมเงินในอนาคตอันใกล้ สำหรับการเปิดเทอมใหม่นี้


ข้อมูลจาก
* สถานธนานุบาลกรุงเทพ www.pawnshop.bangkok.go.th

 

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!