ทำไมต้องโยนช่อดอกไม้ให้คนโสดในวันแต่งงาน

ทำไมต้องโยนช่อดอกไม้ให้คนโสดในวันแต่งงาน

ทำไมต้องโยนช่อดอกไม้ให้คนโสดในวันแต่งงาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 

 

เคยสังเกตุไหมว่า...ในงานแต่งงานของคู่บ่าวสาว เมื่อจบพิธีแต่งงานแล้ว เป็นอันต้องปิดท้ายด้วยการที่เจ้าสาวต้องหันหลังโยนช่อดอกไม้ให้กับสาวโสดที่มาร่วมงาน ให้ยื้อยุดฉุดแย่งกันอยู่เป็นประจำ

นั่นก็เป็นเพราะว่าได้รับอิทธิพลมาจากทวีปยุโรปนั่นเอง...ก่อนอื่นต้องขอเท้าความไปเมื่อประมาณ 1600 ปีก่อน (โอ้ว!นานสุดยอด) ชาวยุโรปถือว่าชุดสาวเป็นของมงคล เป็นตัวแทนแห่งความสุข หากใครได้ไปครอบครองก็จะมีแต่ความสุขสมหวัง โดยเฉพาะสาวโสดที่เชื่อกันว่า ถ้าได้ชุดเจ้าสาวนี้ไปครอบครองก็มีสิทธิ์ได้ย้ายออกจากคานทองนิเวศน์เป็นการถาวร

ดังนั้น สาวโสดในงานแต่งงาน เมื่อประมาณ 1600 ปีก่อน เมื่อได้มาร่วมงานแต่งทั้งที ก็ต่างตั้งตารอให้ถึงธรรมเนียมการโยนชุดเจ้าสาว แต่ด้วยความที่ใจร้อนหรือคู่แข่งเยอะก็มิอาจทราบได้ บรรดาสาวโสดทั้งหลายจึงไม่ค่อยจะยอมรอให้เจ้าสาวถอดชุดแล้วส่งมอบ หรือโยนให้ดี ๆ แต่กลับยื้อแย่งกันจนชุดเจ้าสาวขาดวิ่นคามือจนเป็นธรรมเนียมกันไป...ลองนึกภาพเจ้าสาวตอนนี้ดูสิคะ ว่าจะน่าสงสารแค่ไหน เพราะไม่เพียงแต่ชุดจะขาดจนตัวเองต้องโป๊ต่อหน้าประชาชีที่มาร่วมงานแล้ว ยังต้องเจ็บตัวอีกต่างหาก...(- -)

ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคขนมปังยาก หมากฝรั่งแพง คล้าย ๆ กับสุภาษิตไทยที่ว่า เข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพงนั่นเอง จะทำอะไรก็ต้องเซฟเงิน เซฟทองให้มากที่สุด ธรรมเนียมการยื้อแย่งชุดเจ้าสาว ที่ลงทุนตัดมาเสียแพงจึงถูกปรับเปลี่ยน โดยการนำเอาสิ่งของอย่างอื่นมาใช้เป็นของนำโชคให้แก่สาวโสดแทน


และแล้ว...ก็มาลงตัวที่ช่อดอกไม้ในที่สุด เพราะราคาถูก โยนง่าย เจ้าสาวก็ไม่ต้องเจ็บตัวอีกด้วย!!!


ธรรมเนียมโยนช่อดอกไม้ จึงได้รับการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันค่ะ...^^

 

 

 

เรื่องโดย : หัวพุดเดิ้ล

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook