ออมเงินด้วยกรมธรรม์ประกันชีวิต

ออมเงินด้วยกรมธรรม์ประกันชีวิต

 

ขอเพิ่มดีกรีของการออมเงินอีกสักหน่อย สำหรับคนที่มีรายได้มั่นคง มีภาระทางครอบครัว และยังมีแรงหาเงินได้มากพอ นั่นก็คือ การซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ตามความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละคน ได้ทั้งการออมเงินและการคุ้มครองชีวิต เสมือนเป็นหลักประกันทางด้านการเงินของตัวคุณและครอบครัว ทำให้มั่นใจเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่างต่อเนื่อง

First Jobber - กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
จริงๆ แล้วออมเงินในรูปแบบนี้ก็ไม่ยากมาก และยังสามารถกำหนดเงินออมในระยะยาวได้เสมือนการฝากประจำ ซึ่งมาในรูปแบบของการคุ้มครองชีวิต เมื่อครบสัญญา ก็จะได้รับเงินคืนตามทุนประกันที่ซื้อไว้ บวกกับเงินปันผลคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ที่แต่ละบริษัทฯ จะนำเสนอขาย และที่สำคัญภาระเบี้ยประกันจะอยู่ในระดับต่ำ ได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นในระยะยาว
การซื้อประกันแบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีอายุไม่มาก และทำงานมาช่วงหนึ่งแล้ว ซึ่งมีอายุประกันให้เลือก ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และยังสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกด้วย

ยกตัวอย่าง
ซื้อกรมธรรม์ คุ้มครอง 25 ปี จ่าย 15 ปี ทุนประกันอยู่ที่ 100,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันรายปี 7,000 บาท พอครบกำหนด 25 ปี หากไม่เสียชีวิตก็จะได้รับเงินทุนประกันคืน + เงินปันผลที่ได้โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามแต่ละบริษัทจะกำหนดแต่ ก็จะได้คืนมากกว่า 100,000 บาทอย่างแน่นอน

อย่าง กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ของเมืองไทยประกันชีวิต เมนูแบบประกันออมทรัพย์ 20/14 คือ คุ้มครอง 20 ปี จ่ายค่าเบี้ยประกันเพียง 14 ปี จุดเด่นของเมนูนี้ก็คือ ชำระเบี้ยประกันภัยในระยะสั้น แต่ได้รับความคุ้มครองระยะยาวเต็ม 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยตลอดสัญญา ส่วนเงินปันผลจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามแต่ละบริษัท ซึ่งจะแจ้งให้ทราบ


เอไอเอ ก็มีแบบสะสมทรัพย์ให้เลือกเช่นกัน อย่าง เมนูสะสมทรัพย์ คุ้มครอง 25 ปี ชำระเบี้ยประกัน 15 ปี เงินปันผลก็น่าสนใจ เพราะในทุกๆ ปี (เริ่มจากปีที่ 2 ) จะมีการจ่ายเงินให้ 1% พอครบปีที่ 25 ก็จะมีเงินทุนประกันคืนอยู่ที่ 121%


หรือจะเป็นไทยประกันชีวิต มีเมนูน่าสนใจ อย่าง เมนูธนทวี 14/7 คุ้มครอง 14 จ่ายเบี้ยประกัน 7 ปี ปี น่าสนใจตรงที่จ่ายเงินคืน 4% ของทุนประกันในทุกๆ ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปีที่ 2

หมายเหตุการณ์อ่าน : ชื่อเมนู ตามด้วย ระยะเวลาคุ้มครอง/ระยะเวลาการจ่ายเบี้ยประกัน

สรุปการออมเงินที่ได้จากการซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์



นอกจากจะได้รับเงินคืน 100% จากการครบอายุประกันแล้ว เปอร์เซ็นต์ที่ได้จากเงินปันผล ตามแต่ละเมนู แต่ละบริษัทประกันชีวิต ก็จะได้เพิ่มขึ้นมาด้วย ซึ่งจำนวนเงินปันผลต่างๆ นอกเหนือจากเงินประกัน นั่นคือ การออมเงิน สำหรับอนาคตระยะยาวนั่นเอง

หมายเหตุ : ผู้ซื้อประกันชีวิตสามารถนำค่าเบี้ยประกันมาหักภาษีรายได้ส่วนบุคคลได้ โดยรัฐบาลได้เพิ่มจำนวนเงินเบี้ยประกันชีวิต ที่สามารถนำไปหักภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาท*
*สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย โทร.0 2515 3999

Young Family - กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ
ในรูปแบบนี้ จะเป็นการออมเงินสำหรับอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เริ่มมีครอบครัว เพื่อที่จะมีเงินสำหรับเจ้าตัวน้อย หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในอนาคต ในกรณีที่คุณเสียชีวิตลง ซึ่งกรมธรรม์ฯ ในรูปแบบนี้ จะเป็นกรมธรรม์ที่มีค่าเบี้ยประกันถูกกว่าแบบสะสมทรัพย์ เพราะเป็นกรมธรรม์ที่ให้น้ำหนักในแง่ความคุ้มครองมากกว่าเสนอผลตอบแทนในอัตราสูงๆ และจะไม่มีเงินปันผลระหว่างสัญญา
อย่าง เอไอเอ ที่มีเมนูให้เลือกมากมาย อาทิ แบบตลอดชีพพิเศษ ชำระเบี้ยประกัน 15 ปี (มีเงินปันผล) อายุรับประกัน 0-65 ปี จุดเด่นอยู่ที่ การคืนเงินสดทุกปีตลอดชีพ ในอัตรา 1-3 บาทต่อทุนประกันภัยพันบาท เป็นต้น
ทางด้าน ไทยประกันชีวิต เมนูธนกิจ 99 น่าสนใจตรงที่ สามารถเลือกระยะเวลาการชำเบี้ยประกันภัยได้ถึง 3 ระยะ คือ 20 ปี 60 ปี และ 99 ปี
ส่วนเมนูของเมืองไทยประกันชีวิต เมนู 99/20 ที่เน้นการคุ้มครองตลอดชีพ แต่ไม่มีเงินปันผลให้ ก็เหมาะกับบุคคลที่ทำงานอยู่กับความเสี่ยงต่างๆ

ทั้งนี้ การเลือกซื้อกรมธรรม์ฯ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ การคำนวณรายได้ต่อปี และปริมาณเงินที่ต้องการออมของคุณต่อปี ควรประเมินรายจ่ายรายเดือนคิดเป็นรายปีก่อน โดยคุณสามารถสอบถามเพิ่มเติมในเรื่องของผลิตภัณฑ์จากทางตัวแทนประกันชีวิต เพื่อขอรับทราบรายละเอียดอย่างชัดเจนอีกครั้ง และเพื่อการตัดสินใจ ควรทำความเข้าใจในข้อมูลเบื้องต้นก่อนค่ะ B.

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เอไอเอ Call Center 1581
เมืองไทยประกันชีวิต Call Center 1766
ไทยประกันชีวิต Call Center 1124

 

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!