ก้าวสู่ปีที่ 25 รักลูกกรุ๊ป

ก้าวสู่ปีที่ 25 รักลูกกรุ๊ป
การเรียนรู้ คือ ธุรกิจของรักลูกกรุ๊ป...เพราะรักลูกกรุ๊ปเป็นองค์กรที่รู้จักเด็ก พ่อแม่ และครอบครัวไทยมายาวนาน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้จากภูมิปัญญาไทยทุกด้าน และเกาะติดกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการจัดการความรู้จากประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและยาวนานของทีมงาน ผ่านสื่อและกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก พ่อแม่ และครอบครัวไทยตลอดมา ในวาระก้าวเข้าสู่ ปีที่25 รักลูกกรุ๊ป กลุ่มบริษัทในเครือ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท รักลูกแฟมิลี่กรุ๊ป จำกัด ,บริษัท รักลูกดิสคัฟเวอร์รี่ เลิร์นนิ่ง จำกัด และบริษัท รักลูกเอ็ดดูเท็กซ์ จำกัด จึงจัดงานแถลงข่าว 25 ปี รักลูกกรุ๊ป นำเสนอวิสัยทัศน์ และแผนธุรกิจปี 2550 โดยนางสุภาวดี หาญเมธี ประธานกรรมการบริหาร รักลูกกรุ๊ป เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปีนี้จะมุ่งเน้นพัฒนาโปรดักต์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และเน้นการเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด และรักลูกกรุ๊ปยังสร้างธุรกิจใหม่ คือ การสร้างศูนย์วิจัยวิถีชีวิตครอบครัวไทยสมัยใหม่ ที่พัฒนามาจากฝ่ายวิจัยขององค์กรเพื่อพัฒนาความรู้ ด้านการเลี้ยงลูก พัฒนาเด็ก และ ครอบครัวไทย และในส่วนของช่องทางสื่ออย่างอินเตอร์เน็ต ในปีนี้ รักลูกกรุ๊ป จะมีการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีระบบล็อกอิน เพื่อสร้างฐานสมาชิกและช่องทางอินเตอร์แอคทีฟที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้อ่านแต่ละกลุ่มและเป้าหมายต่อไปคือการสร้าง อี- แมกกาซีนให้ตอบสนองพฤติกรรมของผู้อ่านที่เปลี่ยนไปด้วย พร้อมกันนี้ 3 บริษัทในเครือฯ ยังได้บอกเล่าแนวทางธุรกิจและก้าวต่อไปในปี 2550 ภายใต้พันธกิจเพื่อพัฒนาเด็ก ครอบครัว และสังคมไทย นำทีมโดย นายธีระพงษ์ เขมฤกษ์อำพล รองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาธุรกิจรักลูกกรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการ บริษัท รักลูกแฟมิลี่กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯที่เน้นการจัดการความรู้ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก การพัฒนาเด็ก ครอบครัวและชุมชน ผ่านสื่อของบริษัท ได้แก่ นิตยสารรักลูก ,นิตยสารMODERN MOM , นิตยสาร Kids and School และ นิตยสาร SHEs Smart รายการโทรทัศน์ ได้แก่ รายการดวงใจพ่อแม่ , รายการคิดดี คิดสนุก , ตลอดจนงานกิจกรรม สัมมนาและ workshops ซึ่งแนวโน้มปี 2550 เรามุ่งพัฒนา Product ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และเน้นการเข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาสุด บริษัทฯ จะมีการขยายธุรกิจฟรีแมกกาซีนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งฉบับโดยจะเน้นเจาะกลุ่มผู้อ่านที่เป็นวัยรุ่น ซึ่งคาดว่าจะวางตลาดได้ในไตรมาสที่ 3 ขณะที่ปีก่อนมีการทำฟรีแมกกาซีน 2 ฉบับคือ Kids and School และ SHEs Smart มียอดพิมพ์ในปัจจุบัน ฉบับละ 30,000 เล่ม ส่วนตลาดพ็อกเก็ตบุ๊คส์ ปีนี้ทางบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวอีกว่า 60 เรื่อง จะเพิ่มเนื้อหาในกลุ่มผู้สูงอายุ และวัยรุ่น รวมถึงรายการโทรทัศน์ เพราะในปีนี้ ได้เวลาเพิ่มอีก 1 รายการ ชื่อรายการ Healthy Minute ประมาณ 5 นาที ในวันจันทร์-ศุกร์ ก่อนเวลา 19.00 น. ทางช่อง 5 สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ไม่ค่อยเป็นไปตามเป้าหมายโดยมียอดขายประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนปีนี้ ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 550 ล้านบาท ซึ่งในโอกาสที่รักลูกกรุ๊ป ก้าวสู่ปีที่ 25 จะมีการจัดโครงการทั้งหมด 10 โครงการ โดยใช้งบประมาณ 15 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รายได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในปีนี้ ราว 80 ล้านบาท นางสุจิตรา วุฒิธำรง กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักลูกดิสคัฟเวอร์รี่ เลิร์นนิ่งจำกัด อีกหนึ่งบริษัทในเครือ ที่มีประสบการณ์ในการบริหารแหล่งเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Discovery Learning Process (DLP) ซึ่ง ประกอบด้วยทักษะ 7 ส. คือ ส-สงสัย ,ส-สังเกต ,ส-สัมผัส ,ส-สำรวจ, ส-สืบค้น ,ส-สั่งสม และ ส-สรุปผล ในฐานะองค์กรด้านการเรียนรู้ มุ่งสนับสนุนให้ทุกครอบครัวเป็น ครอบครัวแห่งการเรียนรู้ ซึ่งในปี 2550 บริษัท รักลูก ดิสคัฟเวอร์รี่ เลิร์นนิ่ง จำกัด ยังคงให้บริการการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ DLP โดยมีโครงการพัฒนาการให้บริการที่หลากหลายและเต็มรูปแบบมากขึ้น ในรูปแบบ Discovery Learning Center มีกิจกรรมเรียนรู้สำหรับเด็กตั้งแต่วัยอนุบาลไปจนถึงพ่อแม่และครอบครัว รวมทั้งสื่อการเรียนรู้ DLP ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถนำ DLP ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก ๆ โดยทุกกิจกรรมและการทำงานของเรา มุ่งหวังเพื่อให้ครอบครัวไทยได้มีพื้นที่และการเรียนรู้ที่ดีสำหรับทุกคน เพราะครอบครัวแห่งการเรียนรู้จะเป็นวิถีของครอบครัวยุคใหม่ที่อยู่รอดอย่างมีความสุขในสังคมปัจจุบัน ด้านนางชนิดา อินทรวิสูตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักลูกเอ็ดดูเท็กซ์ จำกัด เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่เป็นผู้นำในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยผ่านการจัดสร้างแหล่งเรียนรู้ และชุดนิทรรศการ ่าวว่า ในปีนี้ บริษัทฯ เห็นว่าการให้ความสำคัญกับการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในประเทศไทยเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นการเผยแพร่ความรู้ไปยังผู้ที่สนใจได้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน แต่สิ่งที่เราพยายามแลกเปลี่ยน หรือให้ข้อมูลแก่เจ้าของโครงการคือ ความสำคัญของการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้พิพิธภัณฑ์ หรือแหล่งเรียนรู้เหล่านั้น เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งถือเป็นความต่างที่เป็นจุดเด่นของบริษัทรักลูกเอ็ดดูเท็กซ์ เพราะเราเป็นบริษัทเดียวในบรรดาบริษัทที่รับออกแบบและจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ที่มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารแหล่งการเรียนรู้ ทำให้เกิดการส่งผ่านข้อมูลเพื่อพัฒนาการออกแบบนิทรรศการให้สอดคล้องกับการใช้งานและมองเห็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานต่างๆที่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์มีนโยบายในการจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้ หรือแหล่งเรียนรู้เพื่อเผยแพร่ความรู้เฉพาะทางหน่วยงานของตนมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายของภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับการสร้างแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ทำให้ธุรกิจด้านนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราจะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีในการจัดแสดงเท่ากับความรู้ที่ต้องการนำเสนอหรือวัตถุจัดแสดง อันเป็นประเด็นที่นักวิชาการด้านพิพิธภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสำคัญ ในวันนี้ รักลูกกรุ๊ป พร้อมเป็นองค์กรที่ทำงานคุณภาพเพื่อสังคม สนับสนุนสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และมีคุณภาพมากขึ้นต่อไป...

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด