ข้าวผัดไทย อร่อยง่ายๆ ต้านไข้หวัด

ข้าวผัดไทย อร่อยง่ายๆ ต้านไข้หวัด
นิตยสาร แม่บ้าน

สนับสนุนเนื้อหา

 

 

ช่วงนี้หวัดหรือโรคหวัดไม่ใช่โรคธรรมดาๆ อย่างที่คิด ไข้หวัดเกิดได้ตลอดทั้งปีหากร่างกายของเราอ่อนแอ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ และอากาศยังเปลี่ยนแปลงบ่อย

ยิ่งช่วงสามสี่เดือนมานี้ประเทศไทยของเรามีอากาศที่แปรปรวนอยู่เสมอ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน แถมมีหนาวตามมา ทำเอาสภาพร่างกายของหลายคนปรับตัวไม่ทัน ทำให้หันไปทางไหนเดี๋ยวคนโน้นก็จาม คนนี้ก็น้ำมูกไหลเป็นไข้กันระนาว ถ้าดูแลรักษาไม่ดีก็จะมีโรคอื่นที่หนักกว่าแทรกซ้อนขึ้นมาได้ เช่น คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ทอนซิลอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ

อาการดังกล่าวต้องอาศัยยาปฏิชีวนะและต้องกินให้ครบ การกินยาไม่ครบจะเกิดดื้อยา และเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้ พบบ่อยๆ ได้แก่โรคปอดบวมและโรคกรวยไตอักเสบ ฉะนั้นควรป้องกันหวัดกันดีกว่า ยิ่งปัจจุบันมีไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในคน แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน ไม่พบว่ามีการติดต่อมาจากสุกรเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 (A/H1N1) และใช้ชื่อย่อว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีแนวโน้มกระจายกว้างขวางต่อไป จนเป็นการระบาดใหญ่ (Pandemic)ไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย มีอาการรุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต เราจึงควรมีการป้องกันโดยหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด หากต้องดูแลผู้ป่วย ควรสวมหน้ากากอนามัยและให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยด้วย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการไอจาม ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงบุหรี่และสุรา

การเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ โดยเน้นการรับประทานผักและผลไม้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ และระมัดระวังความสะอาดของอุปกรณ์การรับประทานอาหารในแต่ละมื้ออาหารที่จะช่วยต้านหวัดอย่างง่ายๆ มีดังนี้

1. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว โรคหวัดเกือบทั้งหมดเกิดจากเชื้อไวรัสที่ไม่มียาฆ่าโดยตรง มีแต่ยาที่ใช้ในการบรรเทารักษาไปตามอาการที่เกิดขึ้นเท่านั้นเอง เพียงแค่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้นก็จะช่วยได้ และพระเอกสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย คือ "วิตามินซี" ที่มีมากในผลไม้รสเปรี้ยวเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ ฝรั่ง, สตรอว์เบอร์รี, กีวี, มะขาม, มะม่วง, มะเขือเทศ หรือผลไม้ไทยโบราณอย่างมะขามป้อม จะมีวิตามินซีสูงเช่นกัน จากการศึกษาพบว่า "ฝรั่ง" มีวิตามินซีสูงที่สุดครองอันดับที่ 1 ตามมาด้วยผลกีวีและมะละกอ

2. ซุปไก่ ใครเลยจะคิดว่าซุปไก่ธรรมดาจะเป็นยาบรรเทาอาการหวัดอันวิเศษได้ แต่นั่นเป็นเพราะว่าไก่มีกรดอะมิโนตามธรรมชาติชื่อ ซีสเทอีน (Cysteine) มันจะละลายในน้ำเมื่อคุณต้มน้ำซุป ซีสเทอีนมีสูตรโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกับยาตัวหนึ่งที่ชื่อ อะเซทีลซีสเทอีน (Acetylcysteine) ที่มีฤทธิ์เหมือนยาขับเสมหะ และเป็นยาที่แพทย์ในหลายประเทศนิยมจ่ายให้แก่คนไข้ที่มีอาการหลอดลมอักเสบ และการติดเชื้อในทางเดินอาหาร

3. นมเปรี้ยว ในนมเปรี้ยวที่มีเชื้อแลตโตบาซิลลัส จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งการรับประทานนมเปรี้ยวชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นสารแกมมาอินเตอร์ฟีรอนหรือภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้นได้ จากผลการวิจัยชิ้นหนึ่งโดย ดร. จอร์จ ฮาลเฟิร์น แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า การดื่มโยเกิร์ตวันละ 4 เวลาเป็นประจำทุกวันจะทำให้ระดับแกมมาอินเตอร์ฟีรอนเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ยิ่งไปกว่านั้นงานวิจัยยังพบอีกว่าการดื่มนมเปรี้ยวทุกวันจะช่วยลดอาการทุกข์ทรมานจากหวัดละอองฟาง ภูมิแพ้และร้อยละยี่สิบห้าเป็นหวัดน้อย

4. น้ำอุ่น "ความร้อนทำให้วัตถุขยายตัว ความเย็นทำให้วัตถุหดตัว" นี่เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ที่สามารถใช้ได้กับการบรรเทาอาการเจ็บคอ หายใจไม่สะดวกอันเนื่องมาจากโรคหวัด การดื่มน้ำอุ่นจึงเป็นการช่วยขยายเนื้อเยื่อที่กำลังอักเสบหรือหดตัวอยู่ให้คลายโล่งขึ้นได้ ยิ่งดื่มน้ำอุ่นมากๆ หรือจิบบ่อยๆ ก็จะยิ่งช่วยให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นขึ้น ลดความรุนแรงของอาการ และเสมหะยังถูกขับออกได้ง่ายขึ้นอีกด้วยค่ะ

5. ชาเปปเปอร์มินต์ ในชาเปปเปอร์มินต์มีสารเมททอล ดังนั้นการดื่มชาเปปเปอร์มินต์จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกน้ำมูกไหลเมื่อเป็นหวัดได้ สำหรับเคล็ดลับในการชงชาชนิดนี้ การแช่ชาควรปิดฝาด้วย เพราะจะไม่ทำให้สารที่ออกมาระเหยไปเสียก่อนที่จะดื่ม

6. กระเทียม ช่วยลดอาการหวัด จะเติมลงในอาหารหรือเคี้ยวสดๆ วันละ 1-2 กลีบก็ได้

7. ขิง ช่วยลดอาการหวัดและป้องกันหวัด น้ำขิงร้อนๆ ผสมกระเทียม 2-3 กลีบ ช่วยให้ระบบหายใจทำงานคล่องขึ้น

นอกจากนี้แล้วสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกัน คือ การดูแลตัวเองแบบง่ายๆ "ล้างมือ กินร้อน ช้อนกลาง"

ข้าวผัดไทย

ส่วนผสม
ข้าวสวย 1 ½ ถ้วยตวง
กุ้งแห้ง ¼ ถ้วยตวง
เต้าหู้แข็งหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ¼ ถ้วยตวง
หัวไช้โป๊สับ 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วงอก ½ ถ้วยตวง
ใบกุยช่ายหั่นท่อน 1 ต้น
กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
น้ำมะขามเปียก 1 ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 2 ช้อนชา
ไข่ต้ม, มะนาว, พริกป่น, ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ, ต้นกุยช่าย


วิธีทำ
1. เจียวกระเทียมพอหอม ใส่เต้าหู้ลงผัด ใส่หัวไช้โป๊ ถั่วงอก กุ้งแห้ง ถั่วลิสงและข้าวสวยลงผัด
2. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลทรายและพริกป่นผัดให้เข้ากันทั่ว ใส่ใบกุยช่าย
3. จัดใส่จานเสิร์ฟกับไข่ต้ม มะนาว พริกป่น ถั่วลิสงและต้นกุยช่าย

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!