ชื่อ - สกุล : กฤษฎา พรเวโรจน์
ชื่อเล่น : มาร์ท
วันเกิด : 1 มิถุนายน 2520
พี่น้อง : พี่สาว 2 คน
การศึกษา : ป.1 - ม.3 โรงเรียนสาธิตประสานมิตร / ม.4- ม.6 The Darlington school ที่ Rome , Geogria ประเทศ สหรัฐอเมริกา / ปริญญาตรี - ปริญญาโท College of Art and Design ที่ Savannah ,Georgia ประเทศ สหรัฐอเมริกา
งานอดิเรก : ตกแต่ง จัดสวน
สิ่งที่ชื่นชอบ : กีฬา ฟุตบอล
ศิลปินที่ชอบ : อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
คติประจำใจ : คิดให้ดีก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลัง
ทัศนะคติในการใช้ชีวิต : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ผู้หญิงที่ชอบ : ผมยาว ผิวขาว ตาโต
เคล็ดลับการออกกำลังกาย : ตั้งกฎให้กับตัวเองว่าต้องเข้าฟิตเนสอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เล่นฟรีเวทครั้งละ 2 ชั่วโมงครึ่ง ควรเล่นเป็นเซตและไม่หักโหม
ความสามารถพิเศษที่น้อยคนรู้ : ทำสวนครับ ไม่ค่อยมีคนรู้ว่าผมทำได้นอกจากงานออกแบบตกแต่งภายใน
เมนูที่เพื่อนๆ เรียกร้อง : หมูทอดกระเทียมราดข้าว ตอนเรียนอยู่เมืองนอกผมทำให้เพื่อนๆ และพี่สาวทานประจำ
การแต่งตัวที่ทำให้เสียความมั่นใจ : ใส่กางเกงขาสั้น เพราะผมมีขนขาเยอะ แล้วคนชอบทักจนทำให้ผมอายบ่อยๆ
วิธีที่ใช้เข้าหาผู้หญิงที่ปิ๊ง : เริ่มจากการมองแล้วยิ้มให้ จากนั้นค่อยดูว่าเขายิ้มตอบหรือเปล่า หลังจากนั้นถ้าได้เจอกันบ่อยๆ คงได้คุยกันเองครับ
นิสัยผู้หญิงที่ไม่คิดจะจีบแน่ๆ : ผมไม่ชอบผู้หญิงห้าว ชอบผู้หญิงที่มองแล้วดูเป็นผู้หญิงอ่อนหวานและมีความโรแมนติก
งานที่ผ่านมา : มัณฑณากร, สถาปนิก, จัดสวนอิสระ, นายแบบ-ถ่ายแบบโฆษณา, นักแสดง
ผลงานด้านการแสดง : กุหลาบสีดำ (ละครเรื่องแรก),
วีรกรรมทำเพื่อเธอ, สาวเปิ่นเจ้าเสน่ห์,
เมื่อดอกรักบาน,
ลิขิตกามเทพ, นิมิตรมาร, ยุทธการหักคานทอง
เว็บไซต์แฟนคลับ : http://mart-kritsada.c
ลูกชายคนเล็ก สุดโอ๋ของแม่
ผมเป็นลูกคนสุดท้อง มีพี่สาว 2 คน พี่คนโตห่างกับผม 3 ปี พี่คนรองห่าง 2 ปี พอจบ ม.3 ก็ไปเรียนต่อไฮสคูลที่อเมริกา จนจบโทด้านสถาปัตย์
ผมจะหน้าเหมือนคุณพ่อเด๊ะ แต่ได้ผิวขาวมาจากคุณแม่ และนิสัยเหมือนคุณแม่ ส่วนคุณพ่อเป็นคนใจดี นิ่งๆ ที่ผมอารมณ์ร้อนคงเพราะเป็นลูกคนเล็กและคุณแม่โอ๋ ตามใจ ออกแนวปกป้อง และเลี้ยงให้สบาย จนคุณพ่อกลัวเสียคนจึงอยากให้ไปเรียนเมืองนอก ให้ใช้ชีวิตลำบากเสียบ้าง อีกอย่างคุณพ่อเคยเรียนที่อเมริกา มีลูกก็เลยส่งไปเรียนเมืองนอกให้หมด แต่คุณพ่อคิดผิด เพราะผมอยู่โน่นยิ่งสบาย และใช้ชีวิตอิสสระเต็มที่
เหตุที่เลือกไปเรียนต่อทางด้านสถาปัตย์
ผมชอบวาดรูปฮะ ก็เลยคิดว่าเอ...วาดรูปแล้วทำอะไรดี สถาปัตย์น่าจะเหมาะสุด ก็เลยเลือกเรียนด้านนี้ แล้วไหน ๆ ก็ไปแล้ว ก็เรียนให้จบถึงปริญญาโทไปเลยครับ ตอนนั้นได้เรียนโทฟรีด้วย เพราะสอบได้เกรด 3 ทุกเทอม ตั้งแต่เรียนปี 1 จนกระทั่งจบตรี และมีผลงานได้ไปลงหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตย์ของอเมริกาครับ
ถ้าอยู่เมืองไทย ผมเรียนได้เกรดเฉลี่ย 1.8-1.9 แต่ตอนเรียนปริญญาตรีผมได้เกรดเฉลี่ย 3 เรียนโทได้ 3.89 ผมว่าเมืองไทยสิ่งที่ออกข้อสอบคือสิ่งที่เราไปติว ถ้าไม่เรียนพิเศษก็จะทำข้อสอบไม่ได้ แต่เรียนที่โน่นแค่เข้าเรียนเฉยๆ ก็ได้เกรด C แต่ถ้าได้ต่ำกว่า 70% ถือว่าตก
จบปริญญาโท ก็กลับมาเมืองไทย
จริง ๆ แล้วผมจะเรียนโทด้านตกแต่งภายในต่ออีกใบหนึ่ง แต่พอดีว่าเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเสียก่อน เพราะตอนนั้นผมจะย้ายไปอยู่นิวยอร์ก ตรงใกล้กับที่เกิดเหตุการณ์ ก็เลยไม่ได้ไปเรียนแล้ว พอดีคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง อยู่ได้อีก 3 ปี (แต่ท่านก็อยู่ได้อีก 3 เดือนเท่านั้น ช่วงนั้นคุณพ่อก็ปิด บงจิเวลรีมาดูแลคุณแม่) เลยกลับมาทำงานเลย ก็กลับมาทำงานสถาปนิกอยู่ 1 ปี ต่อจากนั้นก็ไปทำจัดสวนอีกครึ่งปี
การแสดง ม่วนไหนที่คล้ายคลึงกับตัวตนจริงๆ ของคุณบ้างไหม
ก็มีส่วนนะครับ เพราะว่าจริงๆแล้วผมก็เป็นคนที่สนิทกันกับที่บ้าน กับครอบครัว แล้วเป็นคนที่เรื่องเวลาต้องเป๊ะ ๆ ตรงนี้อาจเป็นเพราะว่าไปอยู่ต่างประเทศมาด้วย เนื่องจากที่นั่น เวลาส่งงาน ถ้าช้าไปนาทีเดียวเขาก็จะไม่รับแล้ว โยนทิ้งถังขยะต่อหน้าเลย เพราะฉะนั้นถ้ามีนัดอะไรปุ๊บหรือต้องส่งงาน ก็คือต้องให้ทัน และตรงเวลาครับ
รูปหล่อๆ เอามาฝากกัน
ภาพวอลเปเปอร์มาร์ท - แอน คลิกที่รูป