เมื่อแบรนด์สู่ขาลงสิงห์ไม่ต่อสัญญา นาตาลี นางงามหัวธุรกิจ

เมื่อแบรนด์สู่ขาลงสิงห์ไม่ต่อสัญญา นาตาลี นางงามหัวธุรกิจ
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

บทความบางส่วนจาก อ่านทั้งหมด ถ้าเปรียบความแรงของแบรนด์นาตาลี เกลโบวา เป็นสินค้า จังหวะชีวิตช่วงนี้ของเธออาจไม่ใช่ช่วง "High Growth" ไม่ใช่แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ทุกสินค้าจ้องตาเป็นมัน แต่ถ้าเป็นเส้นทางในฐานะนักธุรกิจใหม่ อาจเป็นเส้นกราฟในจังหวะที่ค่อยๆ ไต่ขึ้น กรุงเทพธุรกิจ Bizweek ร่วมพิสูจน์เส้นทางการเป็นนักธุรกิจของสาวงามแห่งจักรวาลในปี 2548 เส้นทางที่ไม่ได้ถูกจัดวางให้สวยหรูเหมือนการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ความสดและความแรงในตัว "นาตาลี เกลโบวา" หลังคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ทำให้ธุรกิจต่างๆหมายปอง ภาพลักษณ์ อินเตอร์ในตัวเธอ เพื่อเป็นสะพานนำพาสินค้าที่มีภาพลักษณ์โลคัลก้าวข้ามไปสู่ระดับ "อินเตอร์" เริ่มจากเบียร์สิงห์ ที่เซ็นสัญญากับนาตาลีเป็นเวลา 1 ปี ในการทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เบียร์สิงห์ ไม่เพียงการตระเวนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเอเยนต์กับองค์กรโดยเฉพาะภารกิจในต่างประเทศ หรือการสร้างความรู้สึกดีๆ ให้แบรนด์ไทยอย่างสิงห์กับผู้บริโภคเท่านั้น เธอยังรับบทบาทเป็นพนักงานประจำในสิงห์ คอร์เปอเรชั่น พ่วงมาอีกตำแหน่งด้วย (สัญญานี้หมดลงเมื่อ 31 ก.ค.50) ปี 2549 ถือเป็นจังหวะและเวลาที่ลงตัวและร้อนแรงที่สุดของแบรนด์นาตาลี จากชื่อเสียงในฐานะสาวงามที่สุดในโลก และอยู่ในช่วงเวลาปฏิบัติภารกิจของมิสยูนิเวิร์ส งานสังคมต่างๆ จึงหลั่งไหลเข้ามาหาเธอ การปรากฏกายของเธอ คือ การปรากฏตัวของแบรนด์สิงห์ที่ติดตัวเธอไปทุกหนแห่ง "ในช่วงประกวดมิสยูนิเวิร์ส สิงห์เป็นสนับสนุนหลักใช้เงินเยอะ แต่ในแง่แบรนด์เราก็ได้กลับมาเยอะ แบรนด์สิงห์ได้ผลดีเกินคาด ช่วงการประกวดนั้นนาตาลีไหว้สวยมาก เราจึงหยิบจุดนี้มาเล่นที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะการทำให้ฝรั่งซาบซึ้งในวัฒนธรรมไทย" ไม่เพียงแค่แบรนด์สิงห์ที่มีภาพลักษณ์ "ดูดี ดูอินเตอร์" ไปพร้อมกับเธอเท่านั้น ยังเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะกับกระแสรักในหลวง เสื้อเหลือง หรือการใส่ริสต์แบนด์ สายรัดมือที่ติดตัวนาตาลีโดยเฉพาะในช่วงขึ้นมอบตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ล้วนตอกย้ำความเป็นฝรั่งแต่หัวใจไทย นาตาลีได้คะแนนจากคนไทยไปแค่ไหน แบรนด์สิงห์ก็ตีตื้นทำคะแนนในฐานะที่เป็นตัวกลางทำให้ฝรั่งชื่นชอบวัฒนธรรมไทยไปด้วย ถึงจะไม่ได้เป็นตัวเงิน ตัวเลขยอดขายเบียร์ แต่มาพร้อมกับการเป็นองค์กรที่หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้สังคม "สิงห์ทำให้ฝรั่งคนหนึ่งรักเมืองไทยจริงๆ นาตาลีในความรู้สึกของคนไทย คือ สิงห์ทำให้ฝรั่งคนหนึ่งหลงรักเมืองไทยได้ขนาดนั้น นี่คือผลที่ได้กับแบรนด์สิงห์" ตามมาด้วย หอแว่น ที่ยอมควักเงินหลักล้านต้นๆ เพื่อแลกกับการทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ภายในระยะเวลา 1 ปีเช่นกัน เป้าหมายก็เพื่อสื่อสารและนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ต่อลูกค้า รวมถึงหวังผลระยะยาวในการช่วยยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นอินเตอร์ และล่าสุดผลิตภัณฑ์บีเอสซี ภายใต้แบรนด์ นาตาลี บาย บีเอสซี ที่เธอไม่ได้เป็นแค่แบรนด์แอมบาสเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะ นักธุรกิจ อย่างไรก็ตามการที่สินค้าต่างๆ ดาหน้าเข้ามาหานาตาลี ก็นำมาสู่ความสับสนและสะเปะสะปะในแบรนด์นาตาลี ยังมีข่าวคราวและภาพที่ปรากฏผ่านสายตาคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการประกาศเข้าสู่ชีวิตครอบครัวกับภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิสของไทย รวมทั้งข่าวลบผ่านฟอร์เวิร์ดเมล แต่ที่น่าจะบ่งบอกถึงระดับความแรงในแบรนด์นาตาลีที่ลดลง คงเห็นได้จากสัญญาแบรนด์แอมบาสเดอร์เบียร์สิงห์ที่พิจารณากันปีต่อปี และปีแรกเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมานั้น ไม่มีการต่อสัญญา แต่จะว่าจ้างกันเป็นครั้งคราว หรือ Job by Job นาตาลี เกลโบวา ซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งประธานบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และกำลังผันตัวเองเข้าสู่เส้นทางนักธุรกิจเต็มตัว บอกถึงหลักการเลือกงานในการทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ รวมถึงการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจว่า สิ่งสำคัญจะต้องเป็นองค์กรที่เหมาะกับภาพลักษณ์ของเธอเท่านั้น ที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือต้องเป็นแบรนด์สัญชาติไทยเท่านั้น ฉันพิจารณามากเป็นพิเศษในการตัดสินใจทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับสินค้าใด อันที่จริงแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเพียง 3 บริษัทเท่านั้น คือ สิงห์ หอแว่น และบีเอสซี เธอบอกว่า การรับหน้าที่ส่งเสริมแบรนด์ให้สินค้าจึงต้องระมัดระวังในการเลือกว่าจะทำหน้าที่ให้กับแบรนด์ไหนได้แค่ไหน และต้องมั่นใจว่าภาพลักษณ์ของตัวเองจะเหมาะกับบริษัทหรือสินค้านั้นๆ ในทางกลับกัน ตัวบริษัทเองต้องเป็นองค์กรที่มีภาพลักษณ์ที่ดีในเรื่องของคุณภาพ มีมาตรฐานที่สูง และมีชื่อเสียงในแง่บวกมาโดยตลอด "ฉันไม่ได้กระโดดเข้าหาในทุกๆ โอกาสที่แต่ละบริษัทนำเสนอ ฉันจะเลือกเฉพาะบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ที่ฉันมั่นใจเท่านั้น" อดีตนางงามจักรวาล 2548 ยืนยัน เหตุผลที่เลือกเป็นทูตให้แบรนด์ไทย เธอให้เหตุผลว่า เพราะตอนนี้อาศัยอยู่ในเมืองไทย เรื่องนี้จึงมีความสำคัญ "หากต้องทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับสินค้าใดสินค้าหนึ่ง จึงขอเลือกเป็นแบรนด์ของไทย" นาตาลีบอกว่า โดยภาพลักษณ์ของตัวเอง อาจมีส่วนเสริมและหนุนให้สินค้าโกอินเตอร์ เหมือนเช่นบีเอสซีที่ตอนนี้กำลังส่งออกไปยังต่างประเทศ จึงต้องเร่งสร้างให้บีเอสซีก้าวขึ้นสู่ตลาดระดับโลกให้ได้จริงๆ แล้ว หลักในการเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ หรือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจไม่ต่างกัน คือ ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงขององค์กรนั้นๆ ว่าต้องดี แต่การเป็นพันธมิตรจะมีจุดที่เพิ่มขึ้นมา คือ ฉันต้องมีความเชื่อมั่นด้วย อย่างเช่น ฉันเชื่อในสุขภาพและความงาม ฉันกับบีเอสซีจึงเกิดเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเหมาะสม ความสนใจในเรื่องสุขภาพและความงามของนาตาลี สอดคล้องกับภาวะที่หญิงไทยพากันใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทั้งรูปร่าง ผิวพรรณ และเส้นผม จึงนำมาสู่ธุรกิจแรก คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นาตาลีบายบีเอสซี (Natalie by BSC) ซึ่งเป็นลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับบริษัท บีเอสซี จำกัด ในเครือสหกรุ๊ป ที่ร่วมกันเป็นพันธมิตรทางด้านโนว์ฮาวผลิตสินค้า วิจัยและพัฒนา รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายเดียวกับแบรนด์บีเอสซีกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท (สหกรุ๊ป เป็นผู้ลงทุนทั้งหมด) นาตาลีบอกว่า โมเดลธุรกิจที่ร่วมกับบีเอสซีในเครือสหพัฒน์นั้น อดูแปลกใหม่ในเมืองไทย แต่ในต่างประเทศกลับเป็นธรรมเนียมของการใช้ความดังมาต่อยอด เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าให้กับตัวผู้มีชื่อเสียงเอง สิ่งที่เธอทำจึงไม่แตกต่างจากการที่ดาราหรือนางแบบชื่อดังระดับโลกปฏิบัติ เมื่อสร้างบุคลิกของตัวเองให้โดดเด่นมาได้ระยะหนึ่งจนผู้บริโภคเกิดการรับรู้ ก็ถึงเวลาที่ต้องนำบุคลิกที่สร้างขึ้นมาจับคู่กับผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์สินค้าที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น เคท มอส กับแบรนด์เสื้อผ้า Topshop ของอังกฤษ ที่สร้างสรรค์คอลเลคชั่นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ Kate Moss Topshop กับบีเอสซีรู้จักกันมานาน เมื่อตอนที่ฉันได้มาประกวดที่เมืองไทย เพราะว่าบีเอสซีเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวดนางงามจักรวาล และหลังจากทำหน้าที่เสร็จสิ้น ฉันได้กลับมาที่เมืองไทยอีกครั้ง ทางบีเอสซีจึงติดต่อมาว่า ทำไมเราไม่ทำธุรกิจบางอย่างด้วยกันในลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจ และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ออกมา นาตาลีย้ำว่า ได้มีส่วนร่วมในทุกๆ ขั้นตอนของผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นความต้องการที่อยากมีส่วนร่วมกับทุกขั้นตอน ก่อนที่จะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ และเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะออกมาตามที่อยากให้เป็น จะว่าไปแล้ว นอกเหนือจากการเป็นนางงามจักรวาล ความฝันอีกอย่างของนาตาลี คือ การก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนักธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เธอมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่เส้นทางนี้ โดยมีสองนักธุรกิจชื่อดังระดับโลกอย่าง มาร์ธา สจ๊วต และโอปราห์ วินฟรีย์ และเจ้านายคนแรกในชีวิตการทำงาน เป็นไอดอลในการทำธุรกิจ นาตาลีเล่าถึงเจ้านายเก่าว่า เป็นผู้หญิงเก่งที่ทำงานอย่างหนัก ก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยตัวเอง และดูแลกิจการเพียงคนเดียวเป็นระยะเวลาหลายสิบปี เจ้านายคนแรกจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นาตาลีอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง "ฉันหวังว่า วันหนึ่งจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับคนเหล่านั้นที่สร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเองขึ้นมา" นาตาลีตั้งมาตรฐานการทำธุรกิจของเธอไว้ เมื่อไรก็ตามที่เธอได้ก้าวมาถึงจุดเดียวกันกับมาร์ธา สจ๊วต และโอปราห์ วินฟรีย์ เท่ากับว่าเธอได้ทำความฝันของเธอให้เสร็จสมบูรณ์ในการช่วยเหลือผู้คนทั่วโลกให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะเดินไปถึงบันไดขั้นสูงสุด "การเป็นนักธุรกิจ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิตฉัน เป็นเป้าหมายในอาชีพการงาน และฉันรู้สึกดีใจมากที่ความฝันกำลังจะเป็นจริงขึ้นมาในเร็ววันนี้" นาตาลีบายบีเอสซี ถือเป็นจุดเริ่มต้นในถนนธุรกิจ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วนาตาลียังมีธุรกิจที่เธอร่วมสร้างกับ "ภราดร ศรีชาพันธุ์" นั่นก็คือสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่เธอรับผิดชอบในส่วนของธุรกิจสปา ขณะที่ภราดร ก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด "มิสชั่นของบริษัทนี้ต้องการช่วยให้คนไทยและคนอื่นๆ ทั่วโลกใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสุขภาพดี" นาตาลีบอกพร้อมกับเผยว่า การเข้ามาของภราดร จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้แข็งแกร่ง และวางแนวทางการดำเนินงานของบริษัทได้ชัดเจนขึ้น โดยภราดรใช้ภาพนักเทนนิสระดับโลก พัฒนาเป็นไอคอนของกีฬา ส่วนเธอนั้นปักหลักในเรื่องสุขภาพ โดยมีตำแหน่งนางงามจักรวาลค้ำประกันการดูแลเอาใจใส่ตัวเอง นำเสนอภาพของการกินดีอยู่ดี และความงาม ที่เธอได้วางแนวทางมาตลอด นับตั้งแต่การออกพอคเก็ตบุ๊ค กระทั่งต่อยอดมาเป็นธุรกิจเสริมอาหารร่วมกับบีเอสซี ก่อนที่นาตาลี เกลโบวา จะเป็นเจ้าของบริษัท ฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เต็มตัวนั้น ชื่อเสียงที่ร้อนแรงในช่วงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เบียร์สิงห์ นำมาสู่การจดทะเบียนบริษัทเกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Gelbova International CO.,LTD ) หนึ่งในบริษัทเครือสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อประกอบกิจการผลิตรายการโทรทัศน์และจัดรายการโทรทัศน์ วิทยุ โดยจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีกรรมการบริษัทประกอบด้วย นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายปิติ ภิรมย์ภักดี นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ นายจุลมาศ เครือโสภณ และนางสาวกรกฏ เพชรบุรีกุล เป้าหมายของบริษัทนี้ถูกวางไว้เพื่อการดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในภาษาอังกฤษของนาตาลี มาเป็นรายการเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษ และแน่นอนว่ามีนาตาลีเป็นพิธีกร แต่เธอทำหน้าที่นี้ได้ไม่นานนัก บริษัทนี้ก็ได้ปิดตัวลงก่อนที่นาตาลีจะหมดสัญญาการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เบียร์สิงห์ อย่างไรก็ตามในระหว่างที่นาตาลีอยู่ในตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์เบียร์สิงห์นั้น เธอได้ออกพอคเก็ตบุ๊คในคอนเซปต์ Happy Beauty Healthy ซึ่งเป็นธุรกิจร่วมกับทอม เครือโสภณ ในนามบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภราดร ศรีชาพันธุ์ ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บอกว่า ได้เทคโอเวอร์บริษัทนี้มาเป็นหนึ่งในธุรกิจส่วนตัวของทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว และยังคงธุรกิจเดิมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับงานอีเวนท์และโฆษณา นอกจากรับงานครบวงจรแล้ว ยังขยับไปสู่การทำธุรกิจที่ใช้จุดแข็งของตัวเองและนาตาลีเป็นจุดขายในสินค้าที่ไม่ใช่แค่เป็นพรีเซ็นเตอร์หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์เพียงอย่างเดียว นั่นคือ การจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ นั่นคือหาบริษัทร่วมทุนในฐานะเป็นผู้ผลิตสินค้าที่เกิดจากการคิดค้นและพัฒนาร่วมกันโดยจะมีภราดรและนาตาลีทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ ภราดรย้ำว่า สินค้าที่จะพัฒนาร่วมกันนั้น ต้องเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ถนัด และสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของตัวเองและนาตาลีมากที่สุด นั่นคือ สินค้าที่อยู่ภายใต้คอนเซปต์ กีฬา สุขภาพและความงาม การเป็นพันธมิตรของเรา ต้องเข้าใจว่าเราไม่ถนัดในเรื่องการผลิต เพราะฉะนั้นพันธมิตรจึงต้องรับหน้าที่เป็นผู้ผลิต แต่สินค้าพัฒนาร่วมกัน ทำในสิ่งที่เราถนัด โดยเราจะทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้วย เขาบอกอีกว่า หลายสินค้าที่เห็นศักยภาพของตัวเองและนาตาลีให้ทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพราะเล็งเห็นแล้วว่าสามารถเพิ่มยอดขายให้สินค้านั้นๆ ได้ ดังนั้นหากเป็นสินค้าที่คิดค้นและพัฒนาร่วมกันตั้งแต่ขั้นตอนแรก ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภราดรบอกว่า ยังไม่ถึงเวลาในการพัฒนาสินค้าของตัวเอง เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ จึงต้องมองหาผู้ประกอบการที่มีมุมมองเหมือนกัน และเล็งเห็นศักยภาพของตัวเองและแฟนสาวในการพัฒนาสินค้าและเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์สินค้าไปพร้อม กันก่อน "การจับมือกับบีเอสซี เป็นแบรนด์แรกของการทำธุรกิจในแบบพันธมิตร ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะมีสินค้าอื่นๆ ตามมาในอนาคตที่อยู่ภายใต้ความถนัดของเราคือกีฬา สุขภาพและความงาม" ที่สำคัญ เส้นทางการพัฒนาสินค้าภายใต้บริษัท เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะสอดคล้องกับการทำธุรกิจสปอร์ตคอมเพล็กซ์ของตัวเองที่มีธุรกิจสปาและความงามที่เป็นความถนัดและเชี่ยวชาญของนาตาลี "จุดแข็งของเรา คือ ทำให้สินค้าน่าสนใจและเพิ่มยอดขายได้ ยิ่งเราได้อยู่ในกระบวนการผลิตเอง พัฒนาเอง ผู้บริโภคจะสนใจมากขึ้น เพราะเราสัมผัสกับสินค้าโดยตรง" จุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนาตาลีบายบีเอสซี ระหว่างบริษัทบีเอสซีและบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นความหวังกับบนเส้นทางธุรกิจที่ภราดรมั่นใจว่าจะค่อยๆ เติบโตจากโลคัลสู่โกลบอล"การเป็นพันธมิตรของเรา ต้องเข้าใจว่าเราไม่ถนัดในเรื่องการผลิต เพราะฉะนั้นพันธมิตรจึงต้องรับหน้าที่เป็นผู้ผลิต แต่สินค้าพัฒนาร่วมกันในสิ่งที่เราถนัด ซึ่งเราจะทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ร่วมด้วย (ภาพแฟชั่นจาก นิตยสารแพรว) **************************************************************************************************** บทสรุปที่นาตาลีสู่ขาลง by miracle - คู่รักติดจรวด : ความสัมพันธ์ของคู่รักระดับโลกนี้ เริ่มต้นหลังจากที่ทั้งคู่ไปบริจาคเงินที่วัดพระบาทน้ำพุ เมื่อ 28 พ.ย.49 โดยทั้งคู่ไปในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสิงห์ จากนั้นภราดรจึงสานความสัมพันธ์ต่อ ประกอบกับเป็นจังหวะที่เขาว่างจากการแข่งขันเทนนิสในช่วงสิ้นปีพอดี อ่านต่อ และช่วงวันที่ดนัยลงแข่งชิงเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ก็มีคนเห็นทั้งคู่ออกเดทกันอยู่ที่ขอนแก่น ซึ่งตอนนั้นนาตาลีไปทำงานกับสิงห์ที่นั่นพอดี ต่อมาก็มีคนเห็นว่าภราดรหอบเสื้อผ้าไปอยู่กับเธอที่คอนโดแล้ว พอเดือนกุมภาพันธ์ งานเปิดตัวหนังสือเกี่ยวกับความงามของเธอ ก็ถือโอกาสเปิดตัวว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่ แถมพ่อและแม่ของภราดรก็มาในงานเปิดตัวนี้ด้วย แล้วเดือนเมษายน ทั้งคู่ก็ออกมาประกาศหมั้น และจะแต่งงานกันปลายปี วันที่ 29 พ.ย.50 ...ครบ 1 ปีที่ครบกันพอดี :) - ถูกแฉเรื่องเม้าท์ในสปา : เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากจัดแถลงข่าวงานหมั้น ทั้ง 2 ครอบครัวก็เดินทางไปพักผ่อนกันที่พัทยา ข้อความต้นฉบับ ถูกโพสไว้ในเวบบอร์ดนางงาม โดยแฟนคลับที่ชื่นชอบเธอ เล่าว่าเพื่อนของเธอเป็นพนักงงานสปาซึ่งเป็นผู้ให้บริการเธอกับแม่ตอนไปพักผ่อนกันที่นี่ โดยทั้งคู่พูดคุยกันเป็นภาษารัสเซีย มีข้อความที่ไม่ค่อยดีนัก " เมืองไทยยังด้อยพัฒนามาก ผู้คนบริโภคข่าวจากสื่อ แค่ดูดีในสายตาของสื่อ ก็เท่ากับดูดีในสายตาคนทั้งประเทศ / พ่อกับแม่ต้องมาเห็นว่ามันง่ายแค่ไหนกับการตกเป็นคนดังของประเทศนี้ ทุกย่างก้าวมีแต่คนตาม แค่พูดคุย แค่ส่งยิ้ม แค่หัดพูดบางคำที่คนไทยอยากให้พูด อะไรที่ดูยากก็ง่ายไปหมด " จากนั้นเรื่องนี้ก็ถูกโพสเป็นกระทู้ในเว็บไซต์ แล้วกลายเป็น forward mail ไปในที่สุด และหนังสือพิมพ์สยามดาราก็ได้ไปสัมภาษณ์เธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งตอนแรกก็ยอมรับว่าไปจริง แต่ไม่ได้พูดขนาดนั้น อ่านต่อ หลังจากนั้นเธอกลับให้สัมภาษณ์ใหม่ว่า ไม่ได้ไปสปานั่น ถ้ามีหลักฐานให้ออกมาโชว์หน่อย อ่านต่อ.....งานนี้จะเท็จจริงหรือไม่ แต่มีข่าวเม้าท์ออกมาอีกว่าพนักงานคนนั้นถูกไล่ออกจากสปาแล้ว...แหม น่าตามล่าหาความจริงนะเนี่ย - รักจริง หรือเพื่อโปรโมทธุรกิจ : หลายคนตั้งข้อสงสัยเพราะ ตอนนี้ทั้งคู่ก็ร่วมกันทำธุรกิจร่วมกัน ในนามบ. ฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล หลังจากที่ภราดรเข้ามาถือหุ้นต่อจากทอม เครือโสภณ โดยหวังว่าภาพลักษณ์ของสาวงาม ดูแลสุขภาพ กับนักกีฬามืออันดับโลก น่าจะไปได้ดีกับธุรกิจที่ทั้งคู่ตั้งใจทำกันเอาไว้ รวมทั้งกิจการสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่ จ.ชลบุรี ที่กำลังดำเนินการอยู่ และรีสอร์ทที่ จ.ขอนแก่น ++ คิดดี ทำดี ก็จะได้สิ่งดีๆ กลับไปนะคะ ++ ตามล่าหาความจริง นาตาลีบอกว่าไม่เคยไปสปาที่พัทยา (มีเสียงสัมภาษณ์)

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!