เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ
GM group

สนับสนุนเนื้อหา


ธุรกิจแสนอร่อยจากแดนกิมจิที่มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้รับความสนใจจากผู้คนทุกวงการ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้ Red Mango สาขาสยามเซ็นเตอร์ของเธอก็ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับเจนี่ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนักแสดงมาตลอดชีวิตการทำงาน กับการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ในชีวิตจริงมาเป็นนักธุรกิจ เธอเริ่มต้นอย่างไร ทำงานแบบไหน และใช้หลักการอะไรในการก้าวเดินไปสู่จุดสำเร็จที่ตั้งไว้ เธอในวัย 27 ปีมีความคิดต่อเรื่องเหล่านี้อย่างไร เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณเจนี่คิดอยากทำธุรกิจมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ นานแล้วค่ะ เพราะเจนี่เป็นคนชอบกินขนมมากๆ แล้วก็อยากจะมีร้านเป็นของตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ วันหนึ่งได้มีโอกาสไปกิน Red Mango ที่เกาหลี แล้วชอบมาก คิดเลยว่าทำไมเมืองไทยไม่มีไอศกรีมโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพแบบนี้บ้าง ความรู้สึกอยากทำธุรกิจอย่างจริงจังก็เริ่มขึ้นตอนนั้นค่ะ จนได้มีโอกาสมาเจอ คุณคิม อิน โยบ ผู้ที่นำเข้า Red Mango เจนี่ก็บอกเขาว่า ชอบกินไอศกรีมของเขามากๆ อร่อยและไม่อ้วน เขาก็เลยชวนเจนี่มาทำค่ะ เราก็ใช้เวลาหาข้อมูลสักพักหนึ่ง จนในที่สุดก็ตัดสินใจลงทุนกับธุรกิจนี้ค่ะ เริ่มต้นยากมั้ยคะ กับการทำธุรกิจ ทั้งๆ ที่เราเป็นนักแสดงมาตลอดชีวิต ยากมากค่ะ มีแต่เรื่องปวดหัวทั้งนั้นเลยค่ะ (หัวเราะ) อย่างวันเปิดร้านเจนี่ต้องมานั่งคุมร้านเอง แล้วดูแลทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่การตกแต่ง จัดวางตรงไหน งานนี้ทำให้ความคิดเจนี่เปลี่ยนไปเลย จากที่เคยคิดว่าเรายังเด็กอยู่ ไม่อยากคิดอะไรให้ยุ่งยาก ถึงเวลานี้ไม่ใช่แล้ว เราต้องรู้จักที่จะโตและดูแลธุรกิจของตัวเองอย่างดีที่สุด ต้องทำความเข้าใจในธุรกิจอย่างไรบ้างคะ อย่างแรกคงเป็นเรื่องของความพิเศษในไอศกรีมของเรา เพราะ Red Mango จะแตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ ตรงที่รสชาติของโยเกิร์ต ที่เมื่อได้กินจะรู้สึกว่าคือไอศกรีมที่ไม่อ้วนจริงๆ แต่ก็อร่อย มีความนุ่ม หอม เหมือนไอศกรีม แต่กลับให้สุขภาพที่ดีกลับมา เพราะมีส่วนผสมของผลไม้จำนวนมาก ตรงนี้เจนี่ก็ต้องทำความเข้าใจให้มาก หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของการตลาดต่างๆ วิธีการบริหารงาน การดูแล ควบคุม ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากค่ะ กับจำนวนเงินที่ทุ่มลงไปถึง 10 ล้านบาท นอกจากความคาดหวังในเรื่องของรายได้แล้ว เจนี่ต้องการให้ลูกค้าเข้ามาแล้วได้รับอะไรบ้าง ความอร่อย เจนี่คิดว่าลูกค้าของ Red Mango ย่อมได้รับอยู่แล้ว แต่อีกอย่างที่คิดว่าเขาคงชอบกันคือการตกแต่งและทำเลของร้าน เพราะภายในร้านจะมีมุมที่สามารถเห็นวิวสวยๆ ของลานสยามพารากอนได้ด้วย และเจนี่ยังตกแต่งร้านให้มีความสบายๆ เป็นกันเอง มีมุมให้สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้ นั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง คือไม่ใช่แค่มากินไอศกรีม แต่คุณกับแฟน เพื่อน หรือครอบครัวสามารถมาผ่อนคลายที่นี่ได้ด้วยค่ะ เวลาลูกค้าเข้ามาที่ร้านแล้วเจอเจนี่ แต่ละคนมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างคะ เขาก็ตกใจกันนะคะ ไม่คิดว่าจะเจอเจนี่ บางคนก็เข้ามาขอลายเซ็น ถ่ายรูปด้วย เราก็ทักทายไป อร่อยมั้ยคะ เจนี่อยากจะทำให้มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่ว่าลูกค้าทุกคนจะต้องได้เจอเจนี่นะ คือจะพยายามมาบ่อยๆ แล้วกันค่ะ เพราะก็มีแฟนคลับที่อยากเจอ แต่บางครั้งเจนี่ก็ติดงานจริงๆ ในส่วนของผลงานการแสดงล่ะคะ ตอนนี้มีผลงานอะไรบ้าง มีดูๆ ละครอยู่บ้างค่ะ แต่ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ เรียกว่าเตรียมตัวเล่นละครอยู่มากกว่าค่ะ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณทำงานเป็นนักแสดงมาเป็น 10 ปี อยู่วงการนี้ได้รับบทเรียนชีวิตอะไรกลับมาบ้างคะ เยอะมากค่ะ เจนี่ว่าช่วงชีวิตวัยรุ่นของเจนี่มันหายไป เพราะว่าทำงานมาตลอด อยู่ในวงการแล้ว ชีวิตที่จะไปเที่ยว ดูหนังกับเพื่อนๆ ไม่มีเลย จำความได้อีกที ฉันทำงานแล้วนี่นา โตเร็วกว่าเพื่อนๆ มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา เวลาที่อยู่มานานเลยสอนให้เจนี่มีวินัยในตัวเอง ทำงานเป็นระบบด้วยค่ะ แต่ที่บอกว่า ขาดเวลาช่วงวัยรุ่นไป เจนี่ไม่ได้รู้สึกโหยหาเวลาช่วงนั้นเลยเหรอคะ ไม่เคยค่ะ ไม่เคยโหยหาเลย รู้สึกว่าถึงแม้มันจะขาดช่วงเวลานั้นไป แต่ก็แลกมาด้วยความที่ทำให้เราโตขึ้น มีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีคนจดจำเราได้ ชื่อเสียงที่เราสั่งสมมา สิ่งเหล่านี้มันโอเคสำหรับชีวิตเราค่ะ แล้วเจนี่ได้ทำในสิ่งที่รักก็เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ค่ะ ใครเป็นแบบอย่างให้กับเจนี่บ้างคะ พี่ๆ ในวงการแสดง พี่แอน ทองค่ะ (แอน ทองประสม) ปลื้มพี่เขาตรงที่เป็นคนน่ารัก เล่นละครเก่ง คือสามารถปรึกษาได้ทุกอย่าง แล้วเจนี่เคยร่วมงานกับพี่เขาในละครเรื่องแรกเลย หลังจากนั้นก็สนิทกัน รู้สึกว่าพี่แอนเป็นพี่สาวที่น่ารัก ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็สามารถคุยกับพี่แอนได้ เขาสามารถ หาทางออกที่ดีให้เสมอค่ะ คุณแม่ของเจนี่ล่ะคะ ทุกวันนี้ก็ยังดูแลกันใกล้ชิดตลอดใช่มั้ยคะ ท่านเป็นเหมือนกับที่ปรึกษากิตติมศักดิ์เลยค่ะ เพราะว่าแม่เป็นทั้งเพื่อน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคุยด้วยได้ ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องหัวใจ เจนี่ก็คุยกับแม่ตลอด ไม่อยากปิดบัง และไม่อยากให้เขารู้จากคนอื่น รู้จากตัวเราเองก็คือสิ่งที่จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ชัวร์ ถึงวันนี้ในด้านการทำงาน เจนี่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจหรือยังคะ ณ ตอนนี้เจนี่ยังไม่คิดว่าร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ เอาเป็นว่าเราเดินทางมาถึงจุดศูนย์กลางของชีวิต และความสำเร็จ เพราะชีวิตเจนี่ยังต้องเรียนรู้เรื่องต่างๆ อีกเยอะมาก ที่ผ่านมาเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ เพราะอายุเจนี่เท่านี้ อาจจะดูว่าประสบความสำเร็จเร็วกว่าคนอื่น แต่จริงๆ แล้ว เป็นเพราะโอกาสที่ดีด้วย ซึ่งเจนี่ก็จะพยายามก้าวเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง ยิ่งตอนนี้มีเรื่องของธุรกิจเข้ามาด้วย ชีวิตเจนี่ก็คงได้เรียนรู้สิ่งดีๆ แปลกใหม่อีกเยอะเลยค่ะ ยังไงก็ขอฝากผลงานและร้านของเจนี่ไว้ด้วยแล้วกันค่ะ ขอบคุณค่ะ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!