สลัดความกลัวตัวร้ายให้หมดไป

สลัดความกลัวตัวร้ายให้หมดไป

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ขี้กลัวไปซะหมดทั้งกลัวทั้งเกรงใจปนกันจนชีวิตเริ่มจะรู้สึกไม่สนุก และอึดอัดไปหมด หลายคนกลัวจนไม่กล้าลุกขึ้นมาทำอะไร ปล่อยให้ความฝันหลุดลอยไปง่ายๆ แต่เพราะ กลัว เรามาหาทางกำจัดความกลัวให้สิ้นซากกันเถิด... ความกลัวที่ 1 : กลัวอกหัก มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีประสบการณ์อกหักซ้ำซ้อน หัวใจช้ำชอกจนถึงขีดสุด จนปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าไม่เอาอีกแล้วกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ อันที่จริงคุณไม่ได้ผิดที่จะกลัวหรอกแต่ไม่ควรจะกลัวมากเกินไปจนเข็ดขยาดทุกครั้งที่ต้องเลิกรากับคนรัก ให้ลองหันมาสำรวจตัวเองสักนิดว่าคุณทำตัวไม่น่ารักอะไรไปบ้างแล้วพยายามปรับตัวซะ ขณะเดียวกันเมื่อมองหาคนใหม่ อย่าปล่อยตัวปล่อยใจให้รักเขาเร็วเกินไป ใช้เวลาศึกษามากสักหน่อยหากไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ช้ำรอย เลิกกลัวและพยายามทำให้ดีที่สุด หัดตัดใจให้เป็นหากต้องเลิกกันก็คงต้องยอมรับ และพยายามดึงตัวเองให้ลุกขึ้นใหม่ ปล่อยให้เวลาช่วยรักษาแผลใจ และในไม่ช้าคุณก็จะพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ความกลัวที่ 2 : กลัวการแต่งงาน เมื่อคุณและคนรักคบกันมาได้ระยะหนึ่ง คงถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหรือจะเลิกกันดี คงไม่สามารถดันทุรังคบกันไปเรื่อย ๆ เป็นสิบปีโดยไม่คิดถึงอนาคตอันมั่นคงร่วมกันเลย แต่การตัดสินใจ ณ จุดนี้ทำให้หลายคนหวาดผวาไม่น้อยด้วยความกลัวที่จะต้องทิ้งชีวิตอิสระไว้เบื้องหลัง ยิ่งเป็นผู้ชายยิ่งกลัวที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว ถ้าเริ่มกลัวเช่นนี้ ลองถามตัวเองดูว่าคุณจริงจังกับคนที่คบอยู่แค่ไหน อยู่ได้ไหมถ้าไม่มีเขา หรือลองถามเพื่อนรอบตัวว่าพวกเขารู้สึกกับคู่ของคุณอย่างไร ถ้าความรักสุกงอมได้ที่และคุณก็มีความพร้อมด้านต่างๆ แล้วคงไม่มีเหตุที่จะต้องกลัวอีกต่อไป ความกลัวที่ 3 : กลัวไม่เก่งพอ คนทำงานทั้งหลายต่างทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อวันหนึ่งจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง แต่วันที่คุณได้รับตำแหน่งใหม่ซึ่งมีความรับผิดขอบมากขึ้น เคยบ้างไหมที่รู้สึกกลัวทันทีที่ได้รับข้อเสนอ ด้วยความรู้สึกว่ากลัวว่าอาจจะไม่เก่งพอสำหรับหน้าที่ใหม่ กลัวว่าลูกน้องใหม่จะมาลองภูมิเรา กลัวว่าจะทำงานไม่ได้ตามที่คาดหวัง ฯลฯ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะกลัวเช่นนี้แต่คุณต้องบอกตัวเองไว้เลยว่า การก้าวหน้าในการงานมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องกลัว แต่ควรจะเตรียมพร้อมรับมือไห้ดี และเชื่อมั่นในตัวเองให้มากว่าถ้าเจ้านายไม่เห็นว่าคุณเก่งแล้วล่ะก็ เขาไม่มีวันมอบงานนี้ให้คุณหรอก ความกลัวที่ 4 : กลัวมีหนี้สิน ผู้ใหญ่ชอบสอนว่าการมีหนี้เป็นสิ่งไม่ดี แต่อันที่จริงบางคราวชีวิตก็ต้องมีหนี้สินบ้างเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต ลองคิดดูง่าย ๆ จะมีสักกี่คนที่สามารถซื้อรถหรือบ้านได้ด้วยเงินสด หรือถ้าคุณคิดจะซื้อบ้านด้วยเงินสด คงต้องรอไปซัก 20 ปี กว่าจะเก็บเงินได้ และการผ่อนบ้านหรือรถนั้นทำเพื่อความเป็นเจ้าของในวันหน้า แต่ส่วนกรณีที่คุณรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อเสื้อผ้าหรือกินอาหารราคาแพงทั้งหลายถือเป็นหนี้ที่ไม่ควรมี แยกแยะให้ได้ว่าหนี้ใดเป็นหนี้ดีและหนี้ใดเป็นหนี้ไม่ดี เลิกสร้างหนี้ไร้สาระ ความกลัวที่ 5 : กลัวล้มเหลว เคยฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจแต่กลัวไปไม่รอดไหม? แน่นอนว่าการเริ่มต้นธุรกิจใหม่นั้นไม่ง่าย คุณจะต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจรวมทั้งแรงเงินลงไปอย่างเต็มที่ ทั้งยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ มารุมเร้าให้น่ากลัวเข้าไปอีก แต่สิ่งหนึ่งที่อาจทำให้หายกลัวได้ ก็คือการที่คุณจะไม่ต้องทนทำงานที่ไม่ได้รักและไม่ต้องทนเจ้านายจอมโหดอีกต่อไป เพียงแค่หาข้อมูลทางธุรกิจให้มากที่สุดแล้วตระเตรียมแผนงานให้พร้อมทั้งด้านระบบและการตลาดต่าง ๆ จากนั้นก็แค่ทุ่มเทให้ธุรกิจใหม่นี้อย่างสุดหัวใจ แค่นี้ก็คงไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว ความกลัวที่ 6 : กลัวคนไม่รัก คงต้องยอมรับเลยว่าใครๆ ก็อยากให้คนรักยามใดที่มีคนเหม็นหน้าคุณ หรือได้ข่าวว่าใครไม่ชอบคุณ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างแรกก็คือเสียใจหรือน้อยใจ นั่นเป็นเพราะความต้องการขั้นสูงสุดของมนุษย์ทุกคนก็คือ ความต้องการการยอมรับจากผู้อื่น อาจไม่ถึงกับว่าต้องให้ทุกคนรักเรา แค่ขอว่าอย่าเกลียดก็เป็นพอ แต่ความจริงแล้วคุณควรยอมรับให้ได้หากจะมีคนไม่ชอบคุณบ้าง เพราะในชีวิตจริงคุณคงไม่สามารถทำให้ถูกใจทุกคนได้ ส่งที่ควรทำก็คือทำสิ่งที่คุณเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ถูกและไม่ได้ทำร้ายใคร ต่อจากนั้นใครจะรู้สึกอย่างไรกับคุณก็คงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ++ รับ sms อ่านเคล็ดลับ tips ดีๆ น่ารู้ Update ให้คุณทุกวัน รายละเอียด AIS กด *48880521118 Dtac กด *19888821118 True Move กด *48880521118

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!