อยู่อย่างเป็นสุขในทุก(ข์)ออฟฟิศ

อยู่อย่างเป็นสุขในทุก(ข์)ออฟฟิศ
สุดสัปดาห์

สนับสนุนเนื้อหา


ข่าวด่วน สำหรับสาวๆ ที่กำลังเผชิญสารพันปัญหาท็อปฮิตในออฟฟิศ สุดสัปดาห์มีวิธีเอาตัวรอดดีๆ มาฝาก วิธีเอาตัวรอดเมื่ออยู่ในออฟฟิศขี้เหนียว Case 1 : ว่าด้วยปัญหาออฟฟิศร้อน เจนนี่ทำงานอยู่ในองค์กรที่ขึ้นชื่อว่าประหยัดไฟดีเด่นแห่งชาติ เพราะปิดแอร์แต่หัววันทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน หน้าหนาวไม่เท่าไร แต่เข้าหน้าร้อนรองพื้นที่ทาไว้เผื่อปาร์ตี้หลังงานเป็นต้องละลายไปกับเหงื่อทุกที ยอมรับเลยว่าบั่นทอนการทำงานสำหรับคน (ห่วง) สวยสุดๆ Solution : ง่ายมาก (แต่หลายคนทำยาก) แค่จัดสรรเวลามาทำงานให้เร็วขึ้น และทำตารางหรือกำหนดสิ่งที่ต้องทำก่อนหลังสำหรับงานแต่ละชิ้น เพื่อให้สามารถเคลียร์งานเสร็จไปเป็นชิ้นๆ ได้อย่างมีระบบ แนะนำว่าควรทำงานที่ต้องใช้สมาธิในช่วงเช้า เพราะช่วงเย็นปิดแอร์อาจทำให้คุณสมาธิหลุดได้ ทางที่ดีลงทุนซื้อพัดลม พัด หรือผ้าเย็นติดไว้ เพื่อบรรเทาอาการหงุดหงิดเมื่ออากาศไม่เป็นใจในยามจำเป็นต้องอยู่ดึกจริงๆ Case 2 : ไม่มีออฟชั่นเสริมเพิ่มไฟในการทำงาน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าออฟฟิศที่แอนนี่ทำงานอยู่ไม่มีโทรศัพท์ จะโทรติดต่องานกับลูกค้าแต่ละครั้งต้องเข้าไปใช้ในห้องทำงานเจ้านาย จะคุยนานก็ไม่กล้า ลูกค้าชวนคุยนอกเรื่องก็กลัวนายดุ เรียกได้ว่าไม่คล่องตัวไปซะทุกเรื่อง เรื่องนี้แอนนี่เคยเปรยกับเพื่อนสนิทต่างออฟฟิศพบว่า ออฟฟิศของเพื่อนมีโทรศัพท์ประจำโต๊ะ แต่โทรเข้ามือถือไม่ได้นอกจากนี้อุปกรณ์สำนักงานเบสิกๆ อย่างคลิปหนีบกระดาษ กระดาษโน้ต เครื่องแฟกซ์ออฟฟิศแอนนี่ก็ไม่เคยมีให้ Solution : ใจเย็นๆ มองโลกในแง่ดีไว้ การเข้าไปใช้โทรศัพท์ในห้องเจ้านายไม่ได้มีแต่ข้อเสีย แต่นั่นอาจเป็นช่องทางให้คุณใกล้ชิดและเปิดใจเรื่องการทำงานกับเจ้านายมากขึ้น เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นคุณสามารถปรึกษาเจ้านายได้ทันที งานไม่สะดุด เพราะเจ้านายรับรู้ความเป็นไปของคุณตลอด ถ้าอยากตัดปัญหาด้วยการใช้โทรศัพท์ตัวเองโทรออก แนะนำให้สมัครเหมาจ่ายแบบรายเดือน แล้วเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด หรือถ้าเจ้านายไม่หน้าเลือดมากนักให้เสนอว่า ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องกลางไว้เลย 1 เครื่อง จะตั้งไว้ที่โต๊ะเลขาฯ ก็ได้ แหม...ค่าโทรศัพท์สมัยนี้เลือกได้ บอกเจ้านายไปเลยว่า พออุปกรณ์อำนวย ผลงานที่ดีก็จะตามมา (ทำจริงด้วยนะ) ส่วนอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ อันดับแรก ขอแนะนำให้เสนอเจ้านาย อธิบายถึงความจำเป็น ถ้าเจ้านายกลัวว่าจะสิ้นเปลือง อาจของบมาก่อนแล้วให้เลขาฯ หรือใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบซื้อของกองกลางมาใช้ร่วมกัน โดยไม่เกินงบที่ตั้งไว้ อันไหนประหยัดได้ก็ช่วยๆ กัน ใช้กระดาษรีไซเคิลหรือส่งอีเมล บางทีช่วงปีใหม่ เขานิยมแจกกระดาษโน้ตเป็นปึกๆ มาก็เอามาใช้ หรือใช้คลิปหนีบกระดาษแทนลวดเย็บกระดาษ เพราะนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นต้น ถือเป็นการช่วยออฟฟิศและโลกประหยัดทรัพยากรไปในตัว เมื่อเจอปัญหาค่าครองชีพสูง Case 1 : ที่จอดรถหายาก ห้องน้ำเขียม ภัทรธิดาเบื่อหน่ายกับความไม่พอดีในออฟฟิศ ตั้งแต่ห้องน้ำไม่พอจนถึงลานจอดรถ ที่แย่งกันเหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี บางครั้งสาเหตุหลักที่ทำให้เข้างานสาย นอกจากรถติดเป็นตังเมแล้ว ยังเสียเวกับการหาที่จอดรถนี่แหละ พอขี้เกียจหาที่จอดรถฟรี เลยไปจอดในห้างทำให้เสียเงินวันละหลายสิบบาท ช่วงพักกลางวันก็เช่นกัน ห้องน้ำไม่เพียงพอ แถมต้องรอเข้าห้องน้ำนาน ไม่ว่าจะก่อนไปกินข้าวหรือหลังกินข้าวเสร็จ พนักงานตอกบัตรอย่างภัทรธิดาจึงมีปัญหาบ่อยที่สุด นอกจากจะโดนเจ้านายเพ่งเล็งแล้ว เงินเดือนยังร่อยหรออีก Solution : แก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการเกาะกระแสประหยัดพลังงานและพลังเงิน แนะนำให้ใช้บริการรถสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถเมล์ปรับอากาศ หรือจะติดรถเพื่อนก็ไม่เลวนะ ถ้าบ้านใกล้กันให้ใช้วิธีผลัดกันรับ-ส่ง เช่น จันทร์ถึงพุธคุณไป ส่วนพฤหัสบดีถึงศุกร์ตาเพื่อน สัปดาห์ต่อไปให้เพื่อนคุณรับ-ส่งวันจันทร์ถึงพุธบ้างเพื่อความยุติธรรม ถ้าจะละเอียดอีกนิดอาจออกจากบ้านเร็วขึ้นกว่าเดิม เผื่อเวลาในการหาที่จอดถ้าอยากขับรถมาเอง ส่วนเรื่องห้องน้ำ ลองพยายามฝึกตัวเองให้ทำอะไรเร็วกว่าคนอื่นๆ หนึ่งสเต็ป เช่น ชิงเข้าห้องน้ำก่อนถึงช่วงไพรม์ไทม์ เช่น พักเที่ยงและเลิกงานสักนิดจะสบายขึ้นเยอะทีเดียว Case 2 : เมื่อมีแต่เรื่องเสียเงิน กนกกานต์เปลี่ยนงานใหม่ เพราะได้เงินเดือนมากกว่าที่เดิม แถมออฟฟิศยังตั้งอยู่ในใจกลางเมืองด้วย แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ต้องเจอทุกวันคือ ร้านข้าวแกงธรรมดาหายากยิ่งกว่าหาแฟนหล่อๆ เสียอีก ที่สำคัญคือ ราคาอาหารก็แพงหูฉี่แทบกินไม่ลง งานนี้ไม่มีทางเลือก แถมออฟฟิศไม่มีตู้น้ำเย็นให้กินฟรีด้วย เจอแบบนี้ต้องควักกระเป๋าซื้อน้ำดื่มก่อนเข้าออฟฟิศทุกวัน คิดเป็นเงินต่อเดือนก็หลายร้อย Solution : คุณอาจใช้วิธีการผูกปิ่นโตร้านโปรดที่เต็มใจมาส่งให้ถึงที่ เหมายกเซ็ตทั้งของคาว ของหวาน ยิ่งสั่งหลายคนหรือคิดเป็นรายเดือนยิ่งได้ราคาถูก นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังถือเป็นการสังสรรค์กันระหว่างเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศด้วย แถมไม่ต้องออกไปตากแดดให้เหนื่อย ที่สำคัญไม่เสี่ยงกับการใจแตกเสียเงินเมื่อเดินไปเจอเสื้อผ้า ที่นิยมมาวางขายล่อตาล่อใจใกล้แหล่งทำงานสาวออฟฟิศทั้งหลายระหว่างทางด้วย ที่ตั้งสำคัญไฉน Case 1 : โต๊ะทำงานตั้งอยู่ทางสามแพร่ง พนักงานเข้าใหม่อย่างจิมมี่ไม่สามารถเลือกโต๊ะทำงานได้ดั่งใจหวัง โต๊ะตัวสุดท้ายตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งผีผ่าน นอกจากจะผิดหลักฮวงจุ้ยแล้ว ยังมีแสงแดดส่องเข้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้แสบตาเมื่อทำงานไปนานๆ จะปิดมู่ลี่ เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้างๆ ก็บ่นว่าห้องมืดอีก Solution : ว่ากันว่าวิธีแก้อาถรรพ์เมื่อโต๊ะทำงานตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งคือให้หากระจกแปดเหลี่ยมมาตั้งไว้ หรือถ้าไม่มั่นขนาดนั้น อาจนำต้นไม้มาตั้งเพื่อให้ความร่มรื่นก็พอจะช่วยได้ (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน) เชื่อว่ากระจกดังกล่าวจะช่วยสะท้อนเรื่องเลวร้ายให้ออกไปไกลตัว ส่วนแสงสว่างในที่ทำงาน แนะนำว่าถ้าแสงมากเกินไปหรือมีแสงสะท้อนมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรหาแผ่นกรองแสงหน้าจอมาใช้ หรือถ้าคุณใส่แว่นกรองแสงก็จะช่วยได้มาก ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับสุขภาพตาอันดี Case 2 : โต๊ะทำงานหรือแหล่งรวมความบันเทิง ปัญหาของอรชุมาคือขาดสมาธิ เพราะโต๊ะทำงานติดกับมุมพักผ่อนของออฟฟิศ ซึ่งเป็นศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร นอกจากคนจะเดิ่านไปผ่านมาเยอะแล้ว ยังมีเสียงดังจากทีวี วิทยุ และเสียงเมาท์ตลอดทั้งวัน Solution : วิธีง่ายสุดคือซื้อที่อุดหูมาใช้ วิธีต่อไปคือสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมา โดยการฟังเพลงที่ชอบผ่านหูฟัง เพื่อสร้างความสุขส่วนตัวและแรงบันดาลใจในการทำงานให้กับตัวเอง เรื่องแบบนี้บ่นไปก็เท่านั้น เพราะถ้ามีมุมสันทนาการอื่น ทุกๆ คนก็คงไม่อยากรบกวนคุณหรอก ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ลองเจอกันครึ่งทาง ด้วยการสร้างกฎหมู่ เช่น เปิดทีวีได้เฉพาะช่วงพักกลางวัน หรือเปิดเสียงดังได้แค่ไหน เป็นต้น เหนื่อยใจกับคน Case 1 : เพื่อนร่วมงานติดลบเรื่องมารยาท อรนภาแพ้ควันบุหรี่มาก แต่ต้องมาทำงานในองค์กรที่มีผู้ชายเยอะ แถมเป็นสิงห์รมควันอีก ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องหยิบมาสูบ สูบๆๆ แบบไม่เกรงใจคนรอบข้าง แม้จะจัดโซนสำหรับสูบบุหรี่ไปแล้ว แต่ยังตั้งหน้าสูบที่โต๊ะ เตือนหลายครั้งแล้วก็ไม่ยอมฟัง Solution : อย่าบั่นทอนสุขภาพตัวเองด้วยการนิ่งเฉย และยินยอมสูดควันบุหรี่เข้าไปเต็มปอดทุกวัน การแสดงออกอย่างมีมารยาทว่า คุณกำลังไม่สบายเพราะควันบุหรี่พวกนี้ เช่น ไอ จาม ปิดจมูก อาจทำให้สิงห์รมควันทั้งหลายรู้สำนึก แต่ถ้ายังไม่ได้ผล ทางที่ดีแจ้งหัวหน้าหรือผู้มีส่วนรับผิดชอบ เพื่อตั้งกติการ่วมกันดีกว่า Case 2 : เมื่อมีโจรในคราบพนักงาน ของกระจุกกระจิกบนโต๊ะทำงานตาต้าหายบ่อยมาก ทั้งขนม ปากกา ไปจนถึงทิชชู แม้ของที่หายไปไม่ได้มีราคาแพง แต่ก็ทำให้หงุดหงิดใจได้ไม่น้อย เวลาต้องการใช้หาไม่เจอ ตามจากใครก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพื่อนพนักงานมือดีคนไหนหยิบไป Solution : ในเมื่อความไว้วางใจที่มีให้กันไม่มีแล้ว ฉะนั้นอย่าตั้งความหวังไว้สูงว่าจะได้ของเหล่านั้นคืน ทางที่ดีควรกันไว้ดีกว่าแก้ ด้วยการเก็บของสำคัญๆ ไว้ในลิ้นชักแล้วล็อคกุญแจซะ ส่วนของใช้ทั่วไป เช่น ปากกา ยางลบ ลิควิด หนังสือ นำหลักการที่ทำสมัยประถมมาใช้คือ เขียนชื่อติดสก็อตเทปไปเลย สุดท้ายเรากล้าพูดว่า ไม่มีออฟฟิศไหนเพอร์เฟค ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวคุณว่าจะเปิดใจรับปัญหา เปิดตามองทุกความสัมพันธ์ ทั้งต่อผู้ร่วมงาน โต๊ะ เก้าอี้ กองเอกสาร และคอมพิวเตอร์แค่ไหน ถ้าทำได้รับรองว่าออฟฟิศจะกลายเป็นบ้านหลังที่สองที่อบอุ่นมากๆ แน่นอน -------------------------------------------------------------------------------- จาก...คอลัมน์ Career Focus นิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 581 ปักษ์หลัง เดือนเมษษยน 2550

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!