อาชีพในฝันและรายได้ (งามๆ)

อาชีพในฝันและรายได้ (งามๆ)
สุดสัปดาห์

สนับสนุนเนื้อหา

มนุษย์เงินเดือนหลายคนคงหนีไม่พ้นต้องนั่งทำงานในคอกที่แบ่งกั้นแผนกใครแผนกมัน แต่สำหรับอาชีพที่ได้กิน เที่ยว และเอนเตอร์เทน ทั้งยังสร้างรายได้งามๆ ให้ ดังจะเล่าต่อไปนี้มันก็น่าอิจฉาตาร้อนเสียนี่กระไร 1. นักจัดคอนเสิร์ต คงจะไม่เกิดอารมณ์เบื่อหน่ายในงานต่างๆ ถ้าคุณเป็นถึงนักจัดคอนเสิร์ตที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม ซึ่งอาจจะมีทั้งในและต่างประเทศ งานที่ทำก็ต้องมีการเลือกศิลปินและสถานที่ในการจัดคอนเสิร์ต การหาสปอนเซอร์ร่วม ไปจนถึงการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องมาดูแลในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในวันที่จัดงาน เกรซ โบลดิน หุ้นส่วนธุรกิของบริษัท ซาวด์ เอเวอร์เรสต์ ที่เคยจัดงานคอนเสิร์ตศิลปินระดับแม่เหล็กอย่างนอร่าห์ โจนส์และ ฮูตี้ แอนด์ เดอะ โบลว์ฟิช บอกว่าเนื้องานของเธอมักเปลี่ยนแปลงไปตามคอนเซ็ปต์ของแต่ละคอนเสิร์ต ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่เธอชอบในงานนี้ แต่มันก็โหดเอาการอยู่เพราะแต่ละงานต้องใช้เวลาเตรียมงานนานหลายชั่วโมง โดยในช่วงฤดูจัดคอนเสิร์ตในช่วงเดือนมีนาคม-ตุลาคม ทีมงานต้องทำงานสัปดาห์ละ 70 ชั่วโมง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคนที่มีครอบครัวแล้วพอสมควร นอกจากนี้งานจัดคอนเสิร์ตนั้นถือว่ามีความเสี่ยงสูงชนิดที่ว่า ถ้าจัดแล้วประสบความสำเร็จก็เหมือนกับถูกหวยเลยทีเดียว ส่วนรายได้ของอาชีพนี้ก็มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการแสดงของคอนเสิร์ตนั้นๆ ว่าสามารถสร้างยอดขายตั๋วได้กี่มากน้อย ว่าแต่เห็นรายชื่อศิลปิน คงพอจะเดาได้นะว่ารายได้เธอมากแค่ไหน 2. สไตลิสต์คนดังในฮอลลีวู้ด การเป็นสไตลิสต์ให้กับคนดังในฮอลลีวู้ดได้นั้น แน่นอนว่าจะต้องมีหัวด้านการแต่งตัวให้เหมาะกับศิลปินและคอนเซ็ปต์งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณาทางทีวี, รายการทอล์คโชว์ หรือในกองถ่ายทำภาพยนตร์ สไตลิสต์จะต้องติดตามอัพเดตแฟชั่นการตกแต่งอยู่ตลอดเวลาและบางครั้งต้องออกไปเดินช็อปปิ้งหาเสื้อผ้าด้วยตัวเอง เจสสิก้า รีแพลนสกี้ เป็นผู้ช่วยสไตลิสต์อิสระที่ทำงานให้กับงานซีรีส์ทางโทรทัศน์อย่างเรื่อง Sex and the City รวมถึงหนังที่อินแฟชั่นมากๆ อย่างเรื่อง The Devil Wears Prada เธอต้องทำหน้าที่หลายอย่างตั้งแต่การออกไปช็อปเสื้อผ้าให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของงานให้คนดังในท้องเรื่อง (และต้องสวมใส่ได้พอดีตัวด้วย) แล้วยังมีเรื่องบัญชีการจ่ายเงินจ่ายทองค่าชุดต่างๆ ยังไม่นับงานน่าปวดหัวที่มีไม่น้อย อย่างเช่นวันนี้ได้รับมอบหมายให้ไปช็อปรองเท้าปราด้าเพียงคู่เดียว พอวันต่อมาอาจต้องไปแวะซื้อปราด้าตั้ัวจรดเท้าแบบครบเซ็ต (แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก) งานแบบนี้อาจดูไม่มั่นคง ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงว่าจะมีงานเข้าหรือเปล่า เจสสิก้าบอกว่าด้านลบของงานนี้ก็อยู่ตรงที่คุณไม่สามารถจะบอกได้เลยว่างานชิ้นต่อไปของคุณจะเป็นอะไร นอกจากนี้หากได้รับมอบหมายให้ทำอะไร ก็ต้องทำได้แบบไม่มีอิดออด บางครั้งอาจเกินเลยเวลางานมาแล้วก็ต้องทน แม้ว่าสไตลิสต์ที่ดูภายนอกจะมีโอกาสได้แต่งตัวโก้หรูดูดีตลอดก็ตาม สำหรับรายได้เริ่มตั้งแต่อาทิตย์ละ 1,000-10,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 34,000- 350,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายรวมถึงประเภทของโปรดักชั่นด้วย 3. นักชิมไอศกรีม ไม่ว่าจะสร้างสรรค์ไอศกรีมรสชาติใหม่ๆ ที่รับประทานแล้วไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นพรวดๆ หรือการผสมคุ้กกี้กับบราวนี่ให้เข้ากันในสกู้ปเดียวแล้วทำให้ลูกค้าติดอกติดใจ กลับมาแวะชิมรสชาติไอศกรีมที่ร้านอีกครั้งล้วนต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมและความเชี่ยวชาญของลิ้นนักชิมไอศกรีมเป็นสำคัญ ดีเรค สปอร์ส นักชิมไอศกรีมและฝ่ายอาวุโสด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ของร้านไอศกรีม Ben and Jerrys เล่าว่า หน้าที่ของเขาคือการชิมรสชาติไอศกรีมและคิดสร้างรสชาติใหม่ๆ ให้ถูกใจลูกค้าอยู่เสมอ ตราบใดที่คุณมีความคิดสร้างสรรค์ ตราบนั้นก็ไม่มีคำว่าอับจนหนทางในการสร้างสรรค์รสชาติไอศกรีมใหม่ๆ เด็ดขาด อย่างรสชาติใหม่ๆ ที่เขาเพิ่งคิดขึ้นมาก็มีรส มาร์ช่า มาร์ช่า มาร์ชเมลโล่ และรส คาราเมล สุตรา (ล่อแหลมน่าดู) อย่างไรก็ดีงานนี้ต้องทำการวิจัยลูกค้าอยู่ตลอด เพื่อให้ครอบคลุมถึงความต้องการลูกค้าตามภัตตาคารเทรนดี้ๆ เป็นต้น งานของดีเรคก็มีเส้นตายส่งงานเหมือนทุกอาชีพ แต่นั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา มิหนำซ้ำการได้ชิมไอศกรีมอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่ทำให้เขาน้ำหนักเพิ่มจากเดิมแต่อย่างใด เจ้าตัวเผยเคล็ดลับว่าแค่ชิมๆ ก็พอแล้ว ไม่ต้องหม่ำหมดทั้งสกู้ป ส่วนรายได้ของนักชิมไอศกรีมอย่างดีเรค คิดเป็นรายได้ต่อปีก็ตกปีละ 56,600 ดอลลาร์สหรัฐหรือเกือบ 2 ล้านบาท !!! 4. คนจัดทัวร์ท่องเที่ยว ทัวร์ ไดเรคเตอร์หรือคนจัดรายการทัวร์ท่องเที่ยวสถานที่ที่น่าสนใจต่างๆ จะได้รับว่าจ้างให้มานั่งคิดวางแผนช่วงเวลาใดควรจะไปที่นั่นที่นี่หรือที่ไหน ซึ่งนอกจากได้มีโอกาสได้เที่ยวโดยที่ตัวเองก็ได้ตังค์แล้ว ยังได้พักผ่อนไปในตัว แม้บางคนจะบ่นกะปอดกะแปดว่าขอบข่ายของงานต้องดีลกับโรงแรมที่พักและอื่นๆ อีกจิปาถะ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจแบบไร้ที่ติ แต่ในสายตาของคนภายนอกก็ยังไม่คิดแบบนั้นอยู่ดี จูลี่ บาด้าช ทำงานให้กับบริษัท Ambassadair Travel Club มานานถึง 7 ปี เธอเล่าว่าได้ท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ มาแล้วทั่วโลก ซึ่งล้วนแต่สวยงามน่าประทับใจ แต่เวลาครึ่งหนึ่งของทุกเดือนน่าจะหมดไปกับการเดินทาง ซึ่งงานนี้เหมาะมากถ้าคุณยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวและยังไม่มีครอบครัว เพราะตารางงานจะสร้างปัญหาให้กับชีวิตครอบครัวมาก จูลี่กล่าวเสริมว่างานแบบนี้ทำให้เธอได้กำไรชีวิตและได้พบกับผู้คนทั่วโลกที่น่าสนใจ ส่วนรายได้ จูลี่บอกว่าค่อนข้างน้อย อย่างรายได้ต่อปีจะได้รับประมาณ 20,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 7 แสนบาท แต่ข้อดีคือไม่ต้องเสียค่าอาหารกับค่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการเดินทาง (ซึ่งถ้าคำนวณดีๆ ชาตินี้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็อาจจะหาได้ไม่พอกันเลย) 5. วิดีโอเกม ดีไซเนอร์ ในการจะออกแบบวิดีโอเกมใหม่ๆ ออกมาสักตัว เป็นธรรมดาว่าต้องใช้เวลาทดลองเล่นนานๆ เพื่อหาจุดดีจุดเด่นโดนใจลูกค้าให้ได้ ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหา ถ้าหากว่าคุณชื่นชอบอาชีพนี้มากๆ เพราะไหนจะได้เล่น ได้เอนเตอร์เทนเป็นการส่วนตัวแล้ว ยังทำเงินให้ได้อีก จอน พาเคว็ตต์ อยู่ในธุรกิจวิดีโอเกมมาตลอดชีวิตการทำงาน เขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบให้กับ Medal of Honor Airborne ในแอลเอ เขาต้องทำงานกับลูกทีมเพื่อพัฒนาเกมอยู่ทุกๆ ในช่วง ตั้งแต่เริ่มหาไอเดียไปจนถึงการผลิตจนบรรลุผลสำเร็จ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเพราะต้องระดมสมองหลายต่อหลายครั้ง แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับคือวันที่ได้เล่นวิดีโอเกมของใหม่จริงๆ และดูว่างานที่ลงทุนลงแรงไปนั้นเป็นอย่างไร เนื่องจากอาชีพนี้เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เขาจึงต้องรักความสนุกสนาน เพราะถ้าไม่สนุกกับงาน คนอื่นที่เล่นวิดีโอเกมจะสนุกกับเกมที่ผลิตออกมาได้อย่างไร ส่วนรายได้ของนักผลิตวิดีเกมรักสนุกเริ่มต้นที่ประมาณ 25,000 ดอลลาร์ฯ หรือ กว่า 8 แสนบาท

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!